09/11/2025
📢 แบ่งปันความรู้ " กลิ่นปาก"
กลไกการเกิดกลิ่นปาก และวิธีการตรวจ
กลิ่นปาก (halitosis) แบ่งออกได้เป็น 3 สาเหตุหลัก ได้แก่ จากในช่องปาก (oral cavity), ความผิดปกติของ หู คอ จมูก (ENT), และความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร (GI) แต่โดยหลักแล้วประมาณ 85 – 90% มีสาเหตุมาจากในช่องปาก
สาเหตุสำคัญของกลิ่นมาจากสารประกอบซัลเฟอร์ เช่น แก๊ส hydrogen sulphide และ แก๊ส methyl mercaptan เป็นต้น ซึ่งถ้าใครได้ทำงานในห้องแล็บก็จะเป็นที่รู้กันดีว่าแก๊สพวกนี้มีกลิ่นแรงและฉุน โดยแก๊สกลุ่มนี้เกิดจากการย่อยสลายโปรตีนของแบคทีเรียในช่องปาก เช่น Porphyromonas gingivalis, Fusobacterium nucleatum, และ Prevotella intermedia เป็นต้น ซึ่งหลายชื่อก็คงเป็นที่คุ้นเคยกันดี เพราะส่วนใหญ่เชื้อเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับโรคปริทันต์ ดังนั้นแน่นอนว่าผู้ที่มีโรคปริทันต์ก็เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเจอกลิ่นปากได้ แต่จริง ๆ แล้วเชื้อแบคทีเรียพวกนี้ก็อาจซ่อนตัวอยู่ตามลิ้น โดยเฉพาะลิ้นที่มีร่องลึก (fissure) ดังนั้นคนทั่วไปก็อาจพบว่ามีกลิ่นปากได้เช่นกัน นอกจากสารประกอบซัลเฟอร์ก็อาจมาจากสารประกอบอื่น เช่น indole จากการย่อย tryptophan ซึ่งแม้ว่าแบคทีเรียที่ผลิต indole ได้มักเจอในลำไส้ แต่แบคทีเรียในช่องปากบางตัวก็ผลิตสารนี้ได้เช่นกัน เช่น P. gingivalis และ Porphyromonas endodontalis
คำถามถัดมาที่พบบ่อยคือแล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใครมีกลิ่นปาก? โดยทั่วไปแล้วคนเรามักจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีกลิ่นปาก การตรวจทางคลินิกจึงช่วยใช้ในการยืนยันได้ สามารถแบ่งการตรวจออกได้เป็น 2 วิธี
วิธีแรกเป็นการใช้ organoleptic test ส่วนตัวลุงหมอจะใช้ผ้า gauze เช็ดซับบริเวณลิ้นโดยเฉพาะโคนลิ้น จากนั้นให้ trained examiners 2 คนรับกลิ่นห่างประมาณ 10 cm และให้คะแนน
0 = ไม่มีกลิ่น, 1 = แทบไม่ได้กลิ่น, 2 = ได้กลิ่นเบา ๆ, 3 = ได้กลิ่นปานกลาง, 4 = ได้กลิ่นรุนแรง, 5 = ได้กลิ่นรุนแรงมากที่สุด
วิธีที่สองมีความเป็น objective finding ที่มากกว่าเนื่องจากใช้เครื่องตรวจวัดแก๊ส (Halimeter) ที่ตรวจสารประกอบซัลไฟด์ โดยให้คนไข้พ่นลมหายใจทางปากผ่านท่อเครื่องตรวจวัด ทำซ้ำ 3 ครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย โดยถ้าตรวจพบแก๊สมากกว่า 250-300 ppb ขึ้นไปก็สรุปได้ว่ามีกลิ่นปาก
แต่ทั้งนี้ก็มีข้อแนะนำที่ต้องปฏิบัติก่อนตรวจ เช่น งดรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบพวกกระเทียม หรือหัวหอมก่อนวันตรวจ 1 วัน งดการทำความสะอาดช่องปาก 12 ชั่วโมงก่อนตรวจ เป็นต้น
แล้วถ้าไม่ได้มีสาเหตุมาจากในปาก อย่างถ้าในประเทศอังกฤษก็จะ refer ต่อไปยังหมอ ENT หรือหมอ GI เพื่อหาสาเหตุแฝง อย่างที่ลุงหมอเคยพบก็จะเป็นเคสที่มี sinusitis ที่ก็มักเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากได้
#เพราะหมอฟันดูแลได้มากกว่าฟัน #กลิ่นปาก
Reference:
1. Bollen, C. M., & Beikler, T. (2012). Halitosis: the multidisciplinary approach. International journal of oral science, 4(2), 55–63.
2. Lee, J. H., & Lee, J. (2010). Indole as an intercellular signal in microbial communities. FEMS microbiology reviews, 34(4), 426–444.
3. Alasqah M, Khan S, Elqomsan MA, Gufran K, Kola Z, Hamza MOB. Assessment of halitosis using the organoleptic method and volatile sulfur compounds monitoring. Journal of Dental Research and Reviews. 2016;3(3):94-98.