ศูนย์ดูแลกระดูกและข้อ Dboon 080 674 4113

ศูนย์ดูแลกระดูกและข้อ Dboon 080 674 4113 อาหารเสริมดูแลฟื้นฟูกระดูก ดีบูท อ?

หมอนรองกระดูก คืออะไร?หมอนรองกระดูก คือเนื้อเยื่อที่ลักษณะด้านนอกเป็นเหมือนพังผืดเหนียวๆ ซ้อนกันเป็นวงรอบหลายๆ ชั้น และด...
09/09/2017

หมอนรองกระดูก คืออะไร?

หมอนรองกระดูก คือเนื้อเยื่อที่ลักษณะด้านนอกเป็นเหมือนพังผืดเหนียวๆ ซ้อนกันเป็นวงรอบหลายๆ ชั้น และด้านในนุ่มๆ หยุ่นๆ คล้ายวุ้น พบในบริเวณส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ที่วางพาดยาวไปตั้งแต่คอ อก จนถึงเอว

หมอนรองกระดูก มีหน้าที่ และความสำคัญอย่างไร?

หมอนรองกระดูกทำหน้าที่เป็นข้อต่อในการขยับของกระดูกสันหลัง และรับแรงกระแทกเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น นั่ง ยืน กระโดด เอนหลัง บิดตัว และอื่นๆ เหมือนกับเป็น “โช้คอัพ” ให้กับกระดูกสันหลังของเรา ของนอกจากนี้หมอนรองกระดูกยังคอยปกป้องไม่ให้กระดูกสันหลังเคลื่อนที่อีกด้วย

ทำไมวัยทำงานถึงเสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?

ที่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นอาการที่พบได้บ่อยๆ ในหมู่วัยทำงาน อายุระหว่าง 20-50 ปีนั้น เพราะเป็นวัยที่ใช้ร่างหนัก พักผ่อนน้อย และอาจจำเป็นต้องทำงานในสถานที่ และเวลาที่จำกัดอยู่เสมอๆ รวมถึงพฤติกรรมเหล่านี้ที่เสี่ยงต่ออาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีอาการอย่างไร?

เมื่อกระดูกสันหลังได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง หรือหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพ ของเหลวภายในหมอนรองกระดูกอาจไหลทะลักออกมา แล้วไปกดทับเส้นประสาทรอบๆ จนทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้นได้ สัญญาณของอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือ

- ปวดบริเวณเอว คอ อก หรือหลังช่วงล่าง ปวดจิ๊ดๆ เหมือนไฟฟ้าช็อต ปวดๆ หายๆ มากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป

- บางครั้งอาการปวดอาจร้าว หรือเจ็บแปลบไปถึงต้นขา น่อง หรือเท้าได้

- อาจมีอาการชาในบริเวณที่ปวด

- บริเวณเอว หลังช่วงหลัง หรือคอรู้สึกไร้เรี่ยวแรง ขยับลำบาก

- กล้ามเนื้อบริเวณคอ หลัง เอว อก ต้นขา น่องขา หรือหลังเท้าอ่อนแรง

- หากอาการรุนแรง อาจรู้สึกชาไปถึงรอบอวัยวะเพศ รอบก้น และการขับถ่าย หรือปัสสาวะลำบาก



พฤติกรรมเสี่ยง หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

1. ก้มๆ เงยๆ บ่อยๆ หรือมากเกินไป

2. ยกของหนักซ้ำๆ ท่าเดิมๆ

3. ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องทำงานอยู่ในบริเวณที่มีการสั่นสะเทือนบ่อยๆ เช่น เขตก่อสร้าง

4. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

5. อยู่ท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานเกินไป โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป

วิธีรักษา หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

วิธีรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่เป็นอยู่ โดยอาจเริ่มจากการทานยาเพื่อลดความปวด และการอักเสบ จากนั้นจึงทำกายภาพบำบัด และอาจฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาท ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด

ป้องกันหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้อย่างไร?

1. ไม่ยกของหนัก หรือยกของท่าเดิมๆ มากเกินไป

2. ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงานทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

3. หมั่นออกกำลังกาย ทำการบริหารเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลัง และหน้าท้องให้แข็งแรง

ทางเลือกใหม่ ดีบูน อาหารเสริมบำรุงกระดูก

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโทร 080-674-4113 คุณปุ๋ย

ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊กที่ลิงค์สีฟ้าเลยค่ะ
https://line.me/ti/p/%40phf4858h

ท่ากายบริหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง และหน้าท้อง ป้องกันอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท1) นอนหงาย ยกขาขึ้นข้างหนึ่งให้สู...
09/09/2017

ท่ากายบริหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง และหน้าท้อง ป้องกันอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

1) นอนหงาย ยกขาขึ้นข้างหนึ่งให้สูงจากพื้นประมาณ 1คืบ เข่าเหยียดตรง กระดกปลายเท้าเข้าหาตัว ค้างไว้ 5 วินาที แล้วทำสลับกับขาอีกข้าง

2) นอนหงาย ใช้มือทั้งสองกอดเข่าข้างหนึ่ง โน้มเข่าลงมาให้ชิดลำตัว ค้างไว้ 5 วินาที แล้วทำสลับกับเข่าอีกข้าง

3) นอนหงาย ชันเข่าขึ้น ประสานมือสองข้างไว้ด้านหลังบริเวณเอว จากนั้นแขม่วท้อง กดหลังลงค้างไว้ 5 วินาที

ในแต่ละท่า ควรทำซ้ำ 3-5 ครั้ง ทุกวัน

09/09/2017
พ่อแม่กลุ้มใจไหม  #ลูกกินยากลูกกินยากเป็นปัญหาที่ต้องกังวลใจ สำหรับพ่อแม่ในหลาย ๆ ครอบครัว เพราะเมื่อ ลูกกินยาก  เลือกกิ...
04/09/2017

พ่อแม่กลุ้มใจไหม #ลูกกินยาก

ลูกกินยากเป็นปัญหาที่ต้องกังวลใจ สำหรับพ่อแม่ในหลาย ๆ ครอบครัว เพราะเมื่อ ลูกกินยาก เลือกกิน สารอาหารที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายก็น้อยลง และอาจะไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการการเจริญเติบโต ส่วนสูงและน้ำหนักตัวไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่สิ่งสำคัญ อาจจะสงผลต่อการเจ็บป่วย และพัฒนาการต่าง ๆ ด้วย

พ่อแม่ทำความเข้าใจ ทำไมลูกกินยาก

ลูกกินยากเกิดจากหลายสาเหตุ มาดูกันค่ะว่า ลูกกินยากนั้น เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเตาะแตะประมาณ 9 -10 เดือน ลูกน้อยจะเริ่มเป็นเด็กช่างเลือกมากขึ้น และจะเริ่มฉายชัดเมื่ออายุประมาณ 1 – 3 ขวบ ลูกน้อยจะเริ่มจิ้ม ๆ เขี่ย ๆ สำรวจอาหารแต่ไม่ยอมกินเสียที บางมื้ออาจจะกินเพียงคำหรือ 2 คำเท่านั้น โดยอาการเหล่านี้มีสาเหตุคือ

1.เกิดจากพัฒนาด้านร่างกายในช่วงวัยเตาะแตะจะช้าลงมากเมื่อเทียบกับช่วงขวบปีแรก ทำให้ความต้องการอาหารน้อยลง

2.เด็กวัยนี้เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ เริ่มพูดคำว่า “ไม่” เพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่เพราะลูกไม่หิว เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการรับประทานกับครอบครัว จะกระตุ้นให้ลูกอยากรับประทานอาหารมากขึ้น

“ติดอาหาร” หมายถึง ในวัยนี้ลูกมักชอบกินอาหารที่ตัวเองชอบเพียงอย่างหรือสองอย่างเท่านั้น
สารอาหารอะไรบ้างที่ลูกต้องการ

กรดอะมิโน จำเป็น 9 ชนิด

กรดอะมิโนจำเป็น (Essential Amino Acids) คือ หน่วยเล็ก ๆ ของโปรตีน ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ เป็นสารสื่อประสาท และ เป็นตัวช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบใยประสาทให้ทำงานได้ดี ส่งผลให้สมองมีประสิทธิภาพซึ่งมี 9 ชนิดดังนี้

ทริปโตเฟน (Tryptophan) ช่วยส่งเสริมการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ
ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) ช่วยเสริมความจำ
เมไธโอนีน (Methionine) ช่วยในการย่อยสลายไขมัน
ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้น
ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมสมาธิ ช่วยป้องกันโรคเริมและโรคกระดูกพรุน
วาลีน (Valine) ช่วยกระตุ้นสมรรถนะของสมองและช่วยการประสานกันของกล้ามเนื้อ
ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้
ฮิสทิดีน (Histidine) ช่วยให้การส่งผ่านและการรับรู้ของระบบประสาทดีขึ้น
สำหรับเด็กในวัยเจริญเติบโต หากได้รับกรดอะมิโนไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง โดยกรดอะมิโน จะมีมากใน นม เนื้อสัตว์ ไข่ และ ถั่ว

โอเมก้า

กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3,6 และ 9 เป็นกรดไขมันจำเป็น (Essential fatty acids)

ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เองจำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น พบได้ในอาหารจำพวก ปลาแซลมอน ปลาทูน่า รวมทั้งปลาน้ำจืดบางชนิดของไทยเราอย่าง เช่น ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาดุก รวมถึงอาหารชนิดอื่น ๆ ได้แก่ บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ เต้าหู้ ผักขม ถั่วเหลือง เป็นต้น ประโยชน์ของกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า มีความสำคัญในการพัฒนา ระบบประสาท ระบบสายตา และระบบสมอง รวมทั้งพัฒนาการทำงานของสมองและจิตใจ เพิ่มสมาธิ ความจำระยะสั้น จนถึงทักษะในการอ่านของลูกได้อย่างดี ดังนั้น ขาดไม่ได้เลยนะคะ สำหรับกรดไขมันโอเมก้า เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของร่างกายและการทำงาน ของสมองนั่นเอง

สัญญาณเตือนเมื่อลูกขาดสารอาหาร

1.ลูกมักร่างกายไม่แข็งแรง จะเป็นหวัดบ่อย ๆ การได้ทานอาหารที่ดี มีประโยชน์เป็นส่วนสำคัญช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้ นอกจากอาการป่วยแล้ว อาจจะสังเกตได้จากอาการอื่น เช่น ผิวหนังแห้งและปัญหาเส้นผมต่าง ๆ

2.ส่วนสูงและน้ำหนักของเด็กไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่เหมาะสมของช่วงอายุ ที่สำคัญการพัฒนาด้าน น้ำหนักและส่วนสูงมีแนวโน้มลดลงในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับมีปัญหาสุขภาพ อาการดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเด็กกำลังได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

3.ลูกมีอาการซึมเศร้า และวิตกกังกลบ่อย ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากการสั่งการของสมอง และเป็นผลกระทบ จากการขาดสารอาหาร เช่น การขาดโปรตีน

4.เด็กบางคนมีอาการกระสับกระส่ายอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร และส่งผลให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้น้อยลง

การปรับพฤติกรรมการกินของลูก

1.รับประทานอาหารพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ลองให้ลูกนั่งรับประทานอาหารพร้อมกับคุณพ่อ คุณแม่ เพราะเด็กจะชอบเลียนแบบผู้ใหญ่

2.งดรับประทานอาหารขบเคี้ยวระหว่างมื้อ เช่น ขนม หรือน้ำหวาน เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี้ จะทำให้ลูกไม่อยากอาหารอื่นอีก

3.คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการกินอาหารให้กับลูก เช่น ถ้าอยากให้ลูกกินผัก ผลไม้ ดื่มนม หรืออาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรรับประทานสิ่งเหล่านั้น อย่างเต็มใจให้ลูกเห็น แล้วบอกกับพวกเขาว่าอาหารเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากน้อยเพียงใด

สร้างสรรค์เมนูที่น่ารับประทาน โดยอาจจะให้น้องหนูมีส่วนรวมในการทำอาหารด้วย
ปรับพฤติกรรมเด็ก เพื่อให้รู้ว่าเมื่อเค้าเลือกกิน หรือ ไม่ยอมกินอาหารในแต่ละมื้อ เค้าจะไม่ได้กินอย่างอื่นแทนจนกว่าจะถึงมื้อถัดไปและเค้าจะพบการอาการหิว คุณพ่อคุณแม่ห้ามใจอ่อนให้ขนมแทนเด็ดขาดนะคะ
6.หากลูกมีพฤติกรรมเลือกกิน โดยกินอาหารเฉพาะบางอย่าง เช่น กินข้าวเปล่า ไม่ทานกับข้าว เขี่ยอาหารที่ไม่ชอบทิ้ง แนะนำว่าควรให้อาหารเสริมที่มีคุณค่าสารอาหารสูง เช่น นม เพราะมีรสชาติที่อร่อย ดื่มง่าย พกพาง่าย

คุณแม่ควรใส่ใจและเลือกอาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญาและอารมณ์ ให้ลูกดื่มนมเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารจำเป็นครบถ้วน เลือกนมที่มีส่วนประกอบของ กรดอะมิโน และโอเมก้าให้ลูกได้รับประทานทุกวัน เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และพัฒนาการทางสมองที่ดีสมวัยค่ะ

6 พฤติกรรมส่อโรคจอประสาทตาเสื่อม⚠️1.การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ โดยการสูบบุหรี่จะทำลายเซลล์ประสาทตา ทำให้...
30/08/2017

6 พฤติกรรมส่อโรคจอประสาทตาเสื่อม⚠️

1.การสูบบุหรี่
เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ โดยการสูบบุหรี่จะทำลายเซลล์ประสาทตา ทำให้จอประสาทตาเสื่อม

2.การจัดตำแหน่งคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม
การทำงานหรือเล่นคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนจากหน้าจอคอมสู่ดวงตา

3.ใช้สายตาสู้กับไฟที่สว่างเกินไป
มืดเกินไปก็ไม่ดี สว่างเกินไปก็ทำให้ตาสู้แสงมาก ส่งผลให้เกิดอาการปวดตาได้

4.ขนาดตัวอักษรไม่เหมาะสม
การพิมพ์งานและเล่นสมาร์ทโฟน มีส่วนในการใช้สายตา

5 เลนส์แว่นตาก็สำคัญ
ควรเลือกเลนส์ที่ช่วยในการกรองแสง ตัดแสงสีฟ้า
6.กระพริบตาน้อยลง
ในขณะที่ใช้สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ สายตาและสมาธิของเราจะจดจ่อกับสิ่งตรงหน้า จนทำให้อัตราการกระพริบตาลดลงส่งผลให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาลดลงเช่นกัน

💁‍♀หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อดวงตาของคุณจะได้ห่างไกลต่อโรคจอประสาทตาเสื่อม

💁‍♀เปลี่ยนพฤติกรรมแล้วควรรับประทานสารสกัดที่ช่วยบำรุงสายตา อย่าง"ดีคอนแทค"

💁‍♀ป้องกันดวงตาจากแสงสีฟ้าอันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคจอประสาทตาเสื่อม
❌ต้องการดูแลฟื้นฟูสุขภาพดวงตา❌
"ดีคอนแทค" คือทางเลือก
โทรเลย 080-674-4113 คุณปุ๋ย

กินมัน กินหวาน กินเค็ม กินแค่ไหนไม่ป่วย
30/08/2017

กินมัน กินหวาน กินเค็ม กินแค่ไหนไม่ป่วย

ไหนใครชอบทานมื้อดึกบ้าง วันนี้เรามีวิธีรับมือ  #เมื่อหิวตอนดึก
30/08/2017

ไหนใครชอบทานมื้อดึกบ้าง วันนี้เรามีวิธีรับมือ #เมื่อหิวตอนดึก

13 ข้อต้องรู้ พ.ร.บ.คอมฯใหม่
30/08/2017

13 ข้อต้องรู้ พ.ร.บ.คอมฯใหม่

ปริมาณน้ำตาลในผลไม้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์กล้วยตาก.    64.1%ทุเรียน.         34.7%กล้วยไข่       34.1%กล้วยหอม.   31.4%กล้วย...
25/08/2017

ปริมาณน้ำตาลในผลไม้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์

กล้วยตาก. 64.1%
ทุเรียน. 34.7%
กล้วยไข่ 34.1%
กล้วยหอม. 31.4%
กล้วยหักมุก. 26.3%
กล้วยน้ำว้า. 26.1%
ขนุน. 23.7%
ละมุด. 21.9%
น้อยหน่า. 20.0%
มะม่วงอกร่อง 17.7%
เงาะ 16.5%
ลิ้นจี่ 16.3%
มะม่วงสุก 15.9%
ลำไย 15.6%
แอปเปิ้ล 15.2%
มะม่วงดิบ 15.0%
มะปราง 15.0%
มังคุด 14.7%
ลางสาด 14.0%
พุทรา 14.0%
กระท้อน 13.9%
องุ่น 12.8%
ระกำ 12.1%
มะละกอสุก 11.8%
สับปะรด 11.6%
ฝรั่ง 11.6%
ส้มเกลี้ยง 11.2%
ส้มเขียวหวาน 11.2%
ส้มโอ. 9.5%
ส้มจุก. 9.2%
ชมพู่สาแหรก. 7.6%
สตรอเบอรี่. 7.6%
ชมพู่นาค. 7.3%
แตงโม. 4.9%

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยง ผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลเกินกว่า 20%...เห็นว่าเป็นโยชน์เลยเอามาฝากนะ

"10 สัญญาณร่างกายที่บอกว่าคุณเป็นโรค"อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้อาการเป็นมาก แล้วค่อยดูแลเมื่อสายเกินไป💕ด้...
22/08/2017

"10 สัญญาณร่างกายที่บอกว่าคุณเป็นโรค"

อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้อาการเป็นมาก แล้วค่อยดูแลเมื่อสายเกินไป

💕ด้วยความห่วงใย 🌿🌿 หากคุณ! กำลังมีปัญหาเรื่องข้อ กระดูก ปวดเรื้อรัง อย่ารอช้า !

🌿 สอบถามข้อมูลทางไลน์ คลิกที่ลิงค์นี้ค่ะ. https://line.me/R/ti/p/%40yvb4238h
🌿 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี! โทรศัพท์มือถือ 080-6744113 คุณปุ๋ย

❌แสบตามาก❌ เกิดจากอะไร❔ 🐸อาการแสบตาเป็นอาการที่ทุกคนเคยพบเจอ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน  🐸ซึ่งอาการแสบตามักมาพร้อมกับ...
22/08/2017

❌แสบตามาก❌ เกิดจากอะไร❔

🐸อาการแสบตาเป็นอาการที่ทุกคนเคยพบเจอ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน
🐸ซึ่งอาการแสบตามักมาพร้อมกับอาการเคืองตา
🐸โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแสบตานั้นมีหลายปัจจัย ดังนี้

1:เกิดจากการโดนสารเคมีในแชมพู ในสระว่ายน้ำ (คอลลีน)

2:การแพ้ การเกิดภูมิแพ้ ทำให้ตาแห้งและแสบตาได้ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่ออาการแพ้ คือ ควันต่างๆ เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ เป็นต้น

3:การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน

4:อาการอื่นๆที่ส่งผลให้แสบตา เช่น อาการตาแห้ง การอักเสบของเปลือกตา
5:การใช่สายตามากเกินไป หรือการแสบตาจากการถูกแสงอาทิตย์

❎อาการแสบตาเกิดขึ้นได้บ่อย❎
🔶เราควรหาสาเหตุ วิธีการแก้ไข
🔶ดูแลดวงตาควรใช้สายตาอย่างระมัดระวัง
🔶พักสายตาหากใช้มากเกิน 1 ชม.
🔶รวมถึงรับประทาน"ดีคอนแทค"ที่มีประโยชน์ช่วยในการบำรุงสายตา

🔘สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
🔘หรือสั่งซื้อสินค้า
🔘โทร 080-6744113 คุณปุ๋ย
👉คลิกตัวหนังสือสีน้ำเงินเพื่อแอดไลน์จ้า👉

https://line.me/R/ti/p/%40yvb4238h
หรือทิ้งเบอร์โทรไว้เพื่อติดต่อกลับค่ะ

🙏🏻ส่งสติ๊กเกอร์หรือข้อความทักทายเรามาได้เลยค่ะ

คุณยายฉลวยอายุ 76 ปี เป็นคน จ.ฉะเชิงเทรามีอาการเจ็บที่ สะโพก และปวดเข่า หลังจากคุณยายฉลวยได้ทาน..ดีบูนแบบผงกับแบบเม็ดอย่...
22/08/2017

คุณยายฉลวยอายุ 76 ปี เป็นคน จ.ฉะเชิงเทรา
มีอาการเจ็บที่ สะโพก และปวดเข่า
หลังจากคุณยายฉลวยได้ทาน..
ดีบูนแบบผงกับแบบเม็ดอย่างละ 2 กล่อง
อาการปวดลดลง..
และสามารถเดินทำกิจวัตรประจำวัน..
ได้ดีขึ้น คุณยายประทับใจดีบูนมาก..
จึงสั่งทานต่อเนื่อง
หยุด! ปวดทรมานจาก..
✔โรคข้อเข่า
✔โรคกระดูกพรุน
✔โรคข้ออักเสบ
✔รูมาตอย
✔โรคเก๊าท์
✔นิ้วล็อค
ซึ่งเป็นโรคฮิตของคนทำงาน
🔊 โดยทั่วไปจะพบมาก..
ในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป
และพบสูงถึงร้อยละ 60
ในกลุ่มที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม..โรคข้อ
ไม่ได้เกิดจาก..การเปลี่ยนแปลงตามวัย
หรือจากการสึกหรอ..
ตามธรรมชาติเสมอไป
🚨 อันตรายจากโรคกระดูกพรุน
เปรียบเสมือนตัวอิจฉาในละคร
ที่เรียบร้อยเป็นคนดีในตอนต้น
แต่กลับร้ายกาจ..ในตอนจบ!
ที่กล่าวเช่นนี้..เป็นเพราะ..
ในช่วงที่กระดูก..เริ่มบางนั้น
ร่างกาย..จะไม่มีความผิดปกติใดๆ
เกิดขึ้นเลย..
แต่หากละเลย..ไม่ดูแลกระดูก
กระดูก..จะมีความบางมากขึ้น..
จนเข้าขั้นที่เรียกว่า “โรคกระดูกพรุน”
ซึ่งเกิดความผิดปกติ..ต่อโครงสร้าง..
ของกระดูกสันหลัง จะทำให้หลังโก่ง
ไหล่งุ้ม พุงยื่น กว่าปกติ
มีอาการปวดหลัง และส่วนสูงลดลง
ทำให้ส่งผลเสีย..ทั้งด้านสุขภาพ
และบุคคลิกภาพ..ของตัวผู้ป่วย
เราทุกคนจึงควรให้ความสำคัญ!
และใส่ใจ..ในการดูแลกระดูกของตัวเรา
และคนในครอบครัว
**********************
🔥 หากท่านมีปัญหากระดูก
และข้อ..ขอแนะนำ..
"ผลิตภัณฑ์ D-Boon (ดีบูน)"
อาหารเสริมที่มียอดขายสูงสุด..
ทั้งในยุโรป..และอเมริกา
ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่ง..
ของกระดูก..และข้อต่อ..
ด้วยส่วนผสมที่ลงตัว..
เพื่อช่วยในการซ่อมแซม..
เนื้อเยื่อกระดูกอ่อน..รอบๆข้อต่อ..
เอ็นร้อยหวาย และเอ็นยึดข้อ
✔ ส่วนประกอบที่สำคัญ
1. คอลลาเจนจากปลาทะเล
(Hydrolyed Fish Collagen)
2. สารสกัดจากเปลือกสน
(Pine bark extract ) MSM
3. วิตามิน ซี (Vitamin C)
4. สารสกัดจากขมิ้น
(Turmeric Extract)
5. วิตามิน ดี 3 (Vitamin D 3)
6. แคลเซียม คาร์บอเนต
(Calcium Carbonate )
↪ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็น..
😀 โรคข้อเข่า
😀 โรคกระดูกพรุน
😀 โรคข้ออักเสบ
รูมาตอย,โรคเก๊าท์
😀 โรคหมอนรองกระดูก
สันหลังเคลื่อน
😀 กระดูกทับเส้นประสาท
😀 โรคนิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน
😀 หรือเป็นนักกีฬา
😀 ต้องการเพิ่มความสูง
😀 ผู้ที่ปวดเมื่อยตามกระดูก
ข้อเข่า สันหลัง ไหล่บ่า คอ
😀 หญิงวัยทอง
ที่ขาดแคลเซียม
😀 ทำอาชีพที่ต้องยืนนานๆ
ดีบูน "D-Boon"
- ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล
- อย.10-1-15456-1-0006
- รับรองฮาลาล

ศึกษาข้อมูลและผลลัพธ์การฟื้นฟูด้วยตนเอง คลิ๊กเลยจร้า

https://line.me/R/ti/p/%40phf4858h
》ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี! 📱โทรศัพท์มือถือ 080-674-4113 คุณปุ๋ย
Line:0806744113

ที่อยู่

Min Buri
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ดูแลกระดูกและข้อ Dboon 080 674 4113ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์