สุขภาพดี วิจักษณ์ เกิดมั่น 0641402178

สุขภาพดี วิจักษณ์ เกิดมั่น 0641402178 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสมอง ฟื้นฟ

10/08/2018

Alertide (อเลอไทด์) อาหารเสริมบํารุงสมองและระบบประสาท ช่วยบำรุงสมองและเส้นประสาท ช่วยในเรื่องของความจำให้ทำงา....

09/08/2018
ลูกฉลาดได้ด้วย 30 เทคนิคคุณแม่ทุกคนย่อมอยากมีลูกที่น่ารัก ฉลาดสมวัย ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องอาศัยเทคนิคดีๆ วันนี้ อย่ารอช้...
24/07/2018

ลูกฉลาดได้ด้วย 30 เทคนิค

คุณแม่ทุกคนย่อมอยากมีลูกที่น่ารัก ฉลาดสมวัย ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องอาศัยเทคนิคดีๆ วันนี้ อย่ารอช้า mamaexpert นำเทคนิคเลี้ยงลูกที่ช่วยให้ลูกรักของคุณ มีมันสมองที่ชาญฉลาดสมวัยสมใจแม่ ทำเลยค่ะ

เทคนิคที่ 1 ตามองตาช่วยลูกฉลาด
เมื่อลูกลืมตาตื่นขึ้น ให้เรามองหน้าสบสายตาหนูน้อยสักครู่ หนูน้อยแรกเกิดจดจำใบหน้าของคนได้เป็นสิ่งแรกเสมอ และใบหน้าของพ่อแม่คือใบหน้าแรกที่ลูกอยากจะจดจำ ซึ่งแต่ละครั้งที่หนูน้อยจ้องมองใบหน้าของเรา สมองก็จะบันทึกความทรงจำไว้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
เทคนิคที่ 2 พูดต่อสิลูก ช่วยลูกฉลาด
เวลาพูดกับลูก เว้นช่องว่างในช่วงคำง่าย ๆ ที่ลูกจะสามารถพูดต่อได้ เช่น พยางค์สุดท้ายของคำ หรือคำสุดท้ายของประโยค ในช่วงแรก ๆ ลูกอาจจะเงียบและทำหน้างง แต่ในที่สุดถ้าทำอย่างนี้บ่อย ๆ ในประโยคซ้ำ ๆ ลูกจะค่อย ๆ จับจังหวะ จับคำพูดบางคำได้ และเริ่มพูดต่อในช่วงว่างที่พ่อแม่หยุดไว้ให้
เทคนิคที่ 3 ลูกฉลาดด้วยาะนมแม่
ให้นมแม่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลการศึกษาในเด็กวัยเรียนพบว่า เด็กที่กินนมแม่ตอนที่เป็นทารกมักจะมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ นอกจากนี้การให้นมลูกยังเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์กับลูกน้อย
เทคนิคที่ 4 ช่วยลูกฉลาดโดยพ่อแม่เป็นคนตลก555
แม้กระทั่งเด็กน้อยอายุเพียงแค่ 2 วัน ก็มีความสามารถเลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าอย่างง่าย ๆ ของพ่อแม่ได้ ไม่เชื่อลองแลบลิ้นหรือทำหน้าตาตลก ๆ ใส่ ลูกคุณจะทำตามแน่ ๆ
เทคนิคที่ 5 ลูกฉลาดด้วยกระจกเงาวิเศษ
ทารกน้อยเกือบทุกคนชอบส่องกระจก เขาจะสนุกที่ได้เห็นเงาของตัวเองในกระจกโบกมือหรือยิ้มแย้มหัวเราะตอบออกมาทุกครั้ง
เทคนิคที่ 6 จั๊กจี้ จั๊กจี้ ช่วยลูกฉลาด
การหัวเราะเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการด้านอารมณ์ขัน การเล่นปูไต่ทำให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการคาดเดาเหตุการณ์ด้วยว่า ถ้าพ่อแม่เล่นอย่างนี้แสดงว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ปูจะไต่จากไหนไปถึงไหนเป็นต้น
เทคนิคที่ 7 ช่วยลูกฉลาดด้วยสองภาพที่แตกต่าง
ถือรูปภาพ 2 รูป ที่คล้ายกันให้ลูกมอง โดยวางให้ห่างจากใบหน้าของลูกประมาณ 8-12 นิ้ว เช่น ภาพรูปบ้านที่เหมือนกันทั้งสองรูป แต่อีกรูปหนึ่งมีต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ข้างบ้าน แม้ยังเป็นเด็กทารกแต่เขาสามารถสังเกตเห็นความแตกต่างนี้ได้ เป็นการสร้างความจำที่จะเป็นพื้นฐานในการจดจำตัวอักษรและการอ่านสำหรับลูกต่อไปเทคนิคที่ 8 ชมวิวด้วยกันช่วยลูกฉลาดได้นะ
พาลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้าน และบรรยายสิ่งที่เห็นให้ลูกฟัง เช่น โอ้โหต้นไม้ต้นนี้มีนกเกาะอยู่เต็มเลย ดูสิลูกบนนั้นมีนกด้วย การบรรยายสิ่งแวดล้อมให้ลูกฟังสร้างโอกาสการเรียนรู้คำศัพท์ให้กับลูก
เทคนิคที่ 9 ช่วยลูกฉลาดโดยการเสียงประหลาด
คุณแม่คุณพ่อ ลองทำเสียงเป็นสัตว์ประหลาด คุ๊กคู ๆ หรือทำเสียงสูง ๆ เลียนแบบเสียงเวลาที่เด็ก ๆ พูด ทารกน้อยจะพยายามปรับการรับฟังเสียงให้เข้ากับเสียงต่าง ๆ จากพ่อแม่
เทคนิคที่ 10 ร้องเพลงแสนหรรษาช่วยลูกฉลาดอารมณ์ดี
สร้างเสียงและจังหวะส่วนตัวระหว่างเราและลูกน้อยขึ้นมา เช่น เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก ก็ร้องเพลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก อาจจะเป็นกลอนสั้น ๆ แล้วใส่เสียงสูงต่ำแบบการร้องเพลงเข้าไป หรืออีกทางคือเปิดเพลงชนิดต่าง ๆ ให้ลูกฟังบ้าง เช่น บางวันอาจจะเป็นลูกทุ่ง บางวันเป็นเพลงบรรเลง หรือเพลงป๊อปยอดฮิตทั่วไป มีนักวิจัยค้นพบว่า จังหวะดนตรีเกี่ยวพันกับการเรียนรู้คณิศาสตร์ของลูก
เทคนิคที่ 11 ช่วยลูกฉลาดด้วยการอาบน้ำด้วยกัน
เวลาในการอาบน้ำสอวนให้ลูกรู้จักส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการอาบน้ำ การบรรยายให้ลูกฟังไปด้วยว่ากำลังทำอะไรและจะทำอะไรต่อไปเท่ากับเป็นการสอนคำศัพท์ และช่วยให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันไปในตัว
เทคนิคที่ 12 ลูกฉลาดได้ด้วยของเล่นสุดวิเศษ พ่อแม่นั่นแหละ!!!
ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องเล่นราคาแพงไว้ให้ลูกบริหารร่างกาย เพียงแค่คุณพ่อหรือคุณแม่นอนราบลงไปบนพื้น และปล่อยให้หนูพยายามคลานข้ามตัวไป แค่นี้ร่างกายของคุณพ่อคุณแม่ก็จะกลายเป็นสนามเด็กเล่นที่ราคาถูกที่สุด และสนุกที่สุดสำหรับหนูน้อยได้พัฒนากล้ามเนื้อให้ทำงานสัมพันธ์ และเรียนรู้เรื่องการแก้ปัญหาไปพร้อมกัน
เทคนิคที่ 13 ช็อปปิ้งช่วยลูกฉลาดได้อย่างไมาน่าเชื่อ
นาน ๆ ครั้งพาลูกน้อยไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตด้วยก็ไม่เสียหาย ใบหน้าผู้คนอันหลากหลาย รวมถึงแสง สี เสียง ในห้างสรรพสินค้า คือ สิ่งบันเทิงใจสำหรับหนูน้อยเชียวล่ะ
เทคนิคที่ 14 ให้ลูกมีส่วนร่วม เพิ่มลูกฉลาดได้รอบด้าน
พยายามให้ลูกได้มีส่วนร่วมในกิจวัตรต่าง ๆ เช่น ถ้ากำลังจะปิดไฟก็อาจจะบอกลูกว่า แม่กำลังจะปิดแล้วนะ เสร็จแล้วจึงกดปิดสวิชต์ไฟ นี่จะเป็นการสอนให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุและผล ลูกน้อยจะเรียนรู้ว่าเมื่อคุณแม่กดสวิชต์ หลอดไฟจะปิดเป็นต้น
เทคนิคที่ 15 สุดยอดวิธีช่วยลูกฉลาดจากเสียงและสัมผัสจากลมหายใจ
ช่วยให้ลูกน้อยกระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วยการเป่าลมเบา ๆ ไปตาม ใบหน้า มือ แขน หรือท้องของลูก หาจังหวะในการเป่าของตัวเอง เช่น เป่าเร็ว ๆ สลับกับช้า หรือเป่าแล้วตามด้วยเสียงต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการของคุณพ่อคุณแม่ แล้วรอดูปฏิกริยาตอบสนองจากลูก
เทคนิคที่ 16 ทิชชู่หรรษาช่วยลูกฉลาดและอารมณ์ดี
ถ้าลูกชอบดึงกระดาษทิชชู่ออกจากม้วน ปล่อยเขาค่ะ อย่าห้าม แต่อาจใช้กระดาษทิชชู่ม้วนที่เราใช้ไปพอสมควรแล้ว จนเหลือกระดาษอยู่เพียงเล็กน้อย เพราะการที่เด็กน้อยได้ขยำหรือขยี้กระดาษให้ยับย่น หรือพับให้เรียบนั้นเป็นการฝึกประสาทสัมผัสและการใช้มือของลูกเป็นอย่างดี
เทคนิคที่ 17 ลูกฉลาดได้ด้วยหนังสือ แต่พ่อแม่เป็นคนอ่านนะ!!!
การอ่านหนังสือช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องภาษาได้จริง ๆ มีผลการวิจัยออกมาว่า แม้กระทั่งเด็กอายุ 8 เดือน สามารถเรียนรู้จดจำการเรียงลำดับคำในประโยคที่ผู้ใหญ่อ่านให้ฟังซ้ำ 2-3 ครั้งได้ ดังนั้น ควรจัดเวลาในแต่ละวันอ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นประจำ
เทคนิคที่ 18 เล่นซ่อนหาจ๊ะเอ๋ช่วยลูกฉลาดและเพิ่มความสนุก
การเล่นจ๊ะเอ๋นี้นอกจากจะทำให้ลูกหัวเราะแล้ว ยังช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่าเมื่อสิ่งของหายไปแล้วสามารถกลับคืนมาได้อีก
เทคนิคที่ 19 สัมผัสที่แตกต่างช่วยลูกฉลาด
หาสิ่งของที่มีผิวสัมผัสแตกต่างกัน เช่น ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ไม้ หรือผ้าฝ้าย ค่อย ๆ นำพื้นผิวแต่ละอย่างไปสัมผัสแก้ม เท้า หรือท้องลูกเบา ๆ ระหว่างนี้คุณพ่อคุณแม่ก็บรรยายให้ลูกฟังไปด้วยว่าความรู้สึกเมื่อถูกสัมผัสเป็นอย่างไร เช่น นี่จั๊กจี้นะลูก ส่วนอันนี้นุ๊ม นุ่ม ใช่ไหม เป็นต้น
เทคนิคที่ 20 ให้ลูกผ่อนคลายและอยู่กับตัวเองบ้างช่วยลูกฉลาด ได้จริงๆนะ
ให้เวลาประมาณ 5-10 นาที ในแต่ละวัน นั่งเงียบ ๆ สบาย ๆ กับลูกน้อยบนพื้นบ้าน ไม่ต้องเปิดเพลง เปิดไฟ หรือเล่นอะไรกัน ปล่อยให้ลูกได้สำรวจสิ่งต่าง ๆ ตามใจชอบ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องไปยุ่งกับลูกเลยและรอดูว่าใช้เวลาสักเท่าไรหนูน้อยจึงจะคลานมาขอเล่นกับคุณพ่อคุณแม่อีกครั้ง นี่เป็นการฝึกความเป็นตัวของตัวเองให้ลูกขั้นแรก
เทคนิคที่ 21 ทำอัลบั้มรูปครอบครัวช่วยลูกฉลาด
นำรูปภาพของญาติ ๆ มาใส่ไว้ในอัลบั้มเดียวกัน และนำออกมาให้ลูกดูบ่อย ๆ เพื่อให้จดจำชื่อญาติแต่ละคน แล้วเวลาที่คุณปู่ หรือคุณย่าโทรศัพท์มา ก็นำรูปท่านออกมาให้ลูกดูพร้อมกับที่ให้ลูกฟังเสียงของท่านจากโทรศัพท์ไปด้วย
เทคนิคที่ 22 ลูกฉลาดได้ด้วยเมนูอาหาร
เมื่อถึงเวลาที่ลูกสามารถกินอาหารเสริมที่หลากหลายมากขึ้นได้แล้ว อย่าลืมจัดอาหารของลูกให้มีชนิด ขนาดและพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น มีทั้งผลไม้ชิ้นเล็ก เส้นพาสต้า มักกะโรนี หรือซีเรียล ปล่อยให้ลูกน้อยใช้มือจับอาหารถ้าลูกอยากทำ เป็นการฝึกใช้นิ้ว และฝึกใช้ประสาทสัมผัสเมื่อได้สัมผัสกับอาหารที่มีลักษณะแตกต่างกัน
เทคนิคที่ 23 ทิ้งของ เพิ่มทักษาให้ลูกฉลาดแต่ต้องอธิบาย!!!
บางครั้งดูเหมือนเด็กชอบทิ้งของลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พฤติกรรมนี้เกิดจากเด็กทดสอบเรื่องแรงโน้มถ่วงว่าจะตกลงสู่พื้นทุกครั้งหรือไม่
เทคนิคที่ 24 กล่องมายากลช่วยลูกฉลาด
หากล่องหรือตลับที่เหมือนกันมาสักสามอัน แล้วซ่อนของเล่นชิ้นโปรดของลูกไว้ในกล่องใบหนึ่ง สลับกล่องจนลูกจำไม่ได้ แล้วให้ลูกค้นหาของเล่นชิ้นนั้นจนเจอ นี่เป็นเกมฝึกสมองอย่างง่ายสำหรับเด็ก
เทคนิคที่ 25 สร้างอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆช่วยลูกฉลาด
กระตุ้นทักษะการทำงานของกล้ามเนื้อให้ลูก โดยนำเบาะ โซฟา หมอน กล่อง หรือของเล่นวางขวางไว้บนพื้น แล้วพ่อแม่ก็แสดงวิธีคลานข้าม ลอด หรือคลานรอบ ๆ สิ่งกีดขวางเหล่านี้ได้อย่างไร
เทคนิคที่ 26 เลียนแบบลูกบ้างก็ช่วยลูกฉลาดได้
เด็กชอบให้พ่อแม่ทำอะไรตามเขาในบางครั้ง เช่น เลียนแบบท่าหาวของลูก แกล้งดูดขวดนมของลูก ทำเสียงเลียนแบบเวลาที่ลูกส่งเสียงอ้อแอ้ หรือคลานในแบบที่ลูกคลาน การทำอย่างนี้กระตุ้นให้ลูกแสดงกิริยาท่าทางต่าง ๆ ออกมา เพราะอยากเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของพ่อแม่ นี่คือก้าวแรกของลูกสู่การมีความคิดสร้างสรรค์เทคนิคที่ 27 ช่วยลูกฉลาดด้วยการทำใบหน้าที่แตกต่าง
ลองทำหน้าตาแปลก ๆ เช่น ขมวดคิ้ว แยกเขี้ยว แลบลิ้นให้ลูกดู เวลาลูกเห็นพ่อแม่ทำหน้าตาตลก หนูน้อยจะอยากลองจับ ปล่อยให้ลูกได้ลองจับต้องใบหน้าของพ่อแม่ แล้วสร้างเงื่อนไขบางอย่างขึ้นมา เช่น ถ้าลูกจับจมูกจะทำเสียงแบบนี้ ถ้าจับแก้มจะทำเสียงอีกแบบหนึ่ง ทำแบบนี้ 3-4 รอบ แล้วจึงเปลี่ยนเงื่อนไขไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ลูกแปลกใจ
เทคนิคที่ 28 ช่วยลูกฉลาดด้วยการวางแผนคลานตามกัน
ลองคลานเล่นไปกับลูกให้ทั่วบ้าน คลานช้าบ้าง เร็วบ้างและหยุดหรือพ่อแม่อาจจะวางของเล่นที่น่าสนใจ หรือจัดบ้านในบางมุมให้แปลกไปก่อนที่จะมาคลานเล่นกับลูกเพื่อไปสำรวจตามจุดต่าง ๆ ที่จัดไว้ตามแผน
เทคนิคที่ 29 ช่วยลูกฉลาดผ่านความรู้สึก
อุ้มลูกน้อยเดินไปทั่วบ้านในวันฝนตก จับมือลูกไปสัมผัสหน้าต่างที่เย็นชื้น หยดน้ำที่เกาะบนใบไม้ ต้นไม้ หรือสิ่งของอื่น ๆ ในบ้านที่จับต้องได้อย่างปลอดภัย เป็นการเปิดประสาทสัมผัสของลูกสู่ความรู้สึกต่าง ๆ เมื่อได้แตะต้องสิ่งของเย็น เปียก หรือความลื่น
เทคนิคที่ 30 เล่าเรื่องของลูกช่วยลูกฉลาดได้
เลือกนิทานเรื่องโปรดของลูก แต่แทนที่จะเล่าอย่างที่เคยเล่า ลองใส่ชื่อของลูกลงไปแทนที่ชื่อตัวละครตัวสำคัญของเรื่อง เพื่อให้หนูน้อยรู้สึกแปลกใจและสนุกสนานไปกับชื่อของตัวเองในนิทาน

30/06/2018
การบำรุงสมองด้วยอาหารอาหารประเภทใดบ้างที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงสมอง อาหารบํารุงสมองและความจํา คือ อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โ...
23/06/2018

การบำรุงสมองด้วยอาหาร
อาหารประเภทใดบ้างที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงสมอง อาหารบํารุงสมองและความจํา คือ อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โอเมก้า3 วิตามินบี1 วิตามินบี12 แต่สมองสมองต้องการสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้การทำงานของระบบสมอง ราบรื่นไม่ผิดปรกติ รายละเอียดมี ดังนี้

คาร์โบไฮเดรต คารฺโบไฮเดรตเป็นแหล่งของพลังงาน มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง

โอเมก้า 3 โอเมก้า3 มีความสำคัญกับระบบสมอง เป็นสารอาหารจากปลาน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และปลาทู กรดไขมันของปลาน้ำลึก ช่วยสร้างและดูแลเซลส์ประสาทของสมองให้แข็งแรง มีความสำคัญต่อการพัฒนาและบำรุงสมองอาหารบํารุงสมอง

วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 ช่วยให้สมองแข็งแรง ซึ่งแหล่งสารอาหารสำคัญที่มีวิตามินบี1 เช่น ถั่ว งา ข้าวโพด รวมถึงนมสดและผลไม้ ซึ่งอาหารเหล่านี้ ช่วยกระตุ้นและผลิตสารเคมี ที่มีความจำเป็นต่อสมอง

วิตามินบี 12 วิตามินบี12 ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และช่วยบำรุงเนื้อเยื่อประสาท พบในอาหารประเภท เนื้อสัตว์ เนื้อปลา และนมสด การขาดวิตามินบี 12 ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้

วิตามินซี วิตามินอี และเบตาแคโรทีน ซึ่งวิตามินและสารเหล่านี้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเยื่อสมองเสื่อม ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ พบในอาหารประเภทผัก ผลไม้ ธัญพืชและถั่วต่าง ๆ

20/06/2018

โรคสมาธิสั้น หรือ attention-deficit hyperactivity disorder(ADHD)เป็นโรคที่ทำให้เกิดปัญหาพฤติกรรมและปัญหาการเรียนที่พบบ่อยที่สุด ในเด็ก โดยมีสาเหตุหลักเกิดจากความบกพร่องในการทำงานของสมอง ในด้านการควบคุมสมาธิ การยับยั้งชั่งใจ และการจัดระเบียบแบบแผนในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้เด็กที่เป็นโรคนี้มีิอาการสำคัญเป็น 3 กลุ่ม อาการหลักได้แก่ อาการสมาธิสั้น(inattention) อาการขาดความยั้งคิด หรือหุนหันพลันแล่น(impulsivity) และพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่งหรือซนมากกว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน(hyperactivity) อย่างไรก็ตามเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นแต่ละคนมีอาการแตกต่างกัน บางคนมีอาการอยู่ไม่นิ่งชัดเจน ตั้งแต่วัยอนุบาล ซนมาก ยุกยิกอยู่ไม่นิ่ง ชอบปีนป่าย เล่นแรง แหย่เพื่อน และทำอะไร เหมือนปราศจากความยั้งคิด ในขณะที่บางคนไม่ซนมาก แต่เหม่อลอย วอกแวกตามสิ่งเร้าได้ง่าย ทำงานไม่สำเร็จ ขาดความละเอียดรอบคอบ ขี้หลงขี้ลืม ทำของหายบ่อย ในกรณีหลังนี้ อาจไม่เห็นว่าเป็นปัญหาชัดเจนจนโตขี้นและมีปัญหาความล้มเหลวในด้านการเรียนหรือด้านอื่นๆ หรือบางคนก็มีอาการเด่นชัดทั้งอาการซนมากและอาการเหม่อในขณะเดียวกัน

18/06/2018

อเลอไทด์

ที่อยู่

Min Buri
10150

เบอร์โทรศัพท์

+66863182728

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สุขภาพดี วิจักษณ์ เกิดมั่น 0641402178ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง สุขภาพดี วิจักษณ์ เกิดมั่น 0641402178:

แชร์