ดีคอนแทคDcontact ศูนย์ฟื้นฟูดวงตา

ดีคอนแทคDcontact ศูนย์ฟื้นฟูดวงตา ดีคอนแทค แก้ปัญหาโรคดวงตา สายด่วน 093

ผลิตภัณฑ์ดีคอนแทค ดูแลปัญหาดวงตา
เหมาะสำหรับผู้มีปัญหา ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก ต้อหิน
แสบตา น้ำตาไหล ตาแดง ตาไม่สู้แสง
ตาพร่ามัว ปวดตา มองเห็นไม่ชัด
วุ้นในตาเสื่อม (เห็นเป็นจุดดำๆ หรือใยแมงมุมตลอดเวลา) เยื่อบุตาอักเสบ
สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง (เทียม)
ต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
ต้องใช้สายตาขับรถในเวลากลางคืน
ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนแล้วมีอาการปวดเคืองตา

👉 #สัญญาณอันตรายเสี่ยง “ต้อลม” เช็คตัวคุณด่วน !!👉เกิดจากอาการเสื่อมของเยื่อบุตาขาว มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนสีขาวหรือเหลื...
05/12/2018

👉 #สัญญาณอันตรายเสี่ยง “ต้อลม” เช็คตัวคุณด่วน !!

👉เกิดจากอาการเสื่อมของเยื่อบุตาขาว มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนสีขาวหรือเหลือง มีขนาดเล็ก อยู่ที่บริเวณตาขาวค่อนไปทางหัวตา หรือหางตา

👉 #สัญญาณเตือนว่าคุณอาจเป็นโรคต้อลม มีดังนี้

1.เคืองตา แสบตา น้ำตาไหล

2.พบก้อนเนื้อเล็กๆ เหมือนเยื่อๆ คล้ายเยลลี่สีใสอมเหลืองอ่อน ในเยื่อบุตาขาว

3.อาจตาแดงในบริเวณที่พบก้อนเนื้อ

4.ยิ่งใช้สายตาในบริเวณที่แดดแรง โดนลม ฝุ่นเข้าตา อาการจะยิ่งแย่ลง

5.หากมีอาการหนักขึ้น ก้อนเนื้อที่พบขยายใหญ่จนลามไปที่ตาดำ อาจทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง ตาเบลอ มัว มองไม่ค่อยชัดได้

🍁ดูแลดวงตาคุณตั้งแต่วันนี้ก่อนสาย☔ ไม่จำเป็นต้องรอให้สายเกินแก้!! แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน..💥เริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้!!เดี๋ยวนี้!!🤘🤘🙏🙏

🌻💊ดีคอนแทค💊🌻
สินค้าที่ลูกค้าทุกท่านไว้ใจ

#เห็นผล #ชัดเจน #ถูกต้อง #ปลอดภัย #มีอย.

👧"เพราะดวงตาของท่าน..คือดวงใจของเรา"👦
http://dcontact44.lnwshop.com ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สรรพคุณดีคอนแทค (กดที่ลิงค์ได้เลยค่ะ⬆)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหาดวงตา👀
ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ ทักได้เลย
➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
🎯ปรึกษาปัญหาดวงตา ฟรี!
📲 สายด่วน 093-2655914
📲 แอดไลน์ (เติม @ นำหน้าด้วยนะคะ)

👉หรือคลิกที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์
http://line.me/ti/p/%40dcontact19

📞หรือทิ้งเบอร์โทรติดต่อกลับไว้ได้เลยค่ะ

โรคต้อหิน" ฉบับเต็ม....อายุ 40 ปีขึ้นไปควรอ่านลุงตู่ : ปีนี้ 60 แล้วครับ ปกติก็แข็งแรงดีไม่เคยมีโรคประจำตัวครับ เพียงแค่...
12/10/2018

โรคต้อหิน" ฉบับเต็ม....อายุ 40 ปีขึ้นไปควรอ่าน

ลุงตู่ : ปีนี้ 60 แล้วครับ ปกติก็แข็งแรงดีไม่เคยมีโรคประจำตัวครับ เพียงแค่รู้สึกว่าตาเริ่มฝ้าฟางลงไม่เหมือนสมัยหนุ่มๆครับ

Doc : ในวัย 40 ปีขึ้นไป อาจเริ่มมีต้อกระจก สายตายาว และโรคตาอื่นๆเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นความเสื่อมตามวัยของเลนส์ตา เกิดในผู้สูงอายุทุกคนอยู่แล้ว และคนไข้มักมีอาการตามัวลงจากต้อกระจกที่เป็นมากขึ้น

ในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป หมอแนะนำว่าควรตรวจเช็คคัดกรองเรื่องต้อหินด้วยครับ ซึ่งโรคนี้ในระยะแรกคนไข้มักจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ถ้าไม่ได้ตรวจเช็คเป็นประจำอาจจะไม่ได้รับการวินิจฉัยได้ครับ

ลุงตู่ : โรคต้อหินคืออะไรครับ มีอาการยังไงบ้างครับ

Doc : โรคต้อหิน ไม่ได้เกิดจากมีหินหรือสิ่งแปลกปลอมใดๆในตาครับ แต่เป็นโรคที่มีการทำลายขั้วประสาทตา (optic nerve head) อย่างถาวร โดยจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้ขั้วประสาทตาค่อยๆเสื่อมลง จนถึงขึ้นตาบอดได้ในที่สุด

ลุงตู่: อย่างนี้แล้วเราจะมีอาการอย่างไรบ้างที่จะสงสัยว่าเป็นโรคนี้

Doc : ในระยะแรกของโรคที่เริ่มมีการทำลายขั้วประสาท จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เมื่อเป็นมากขึ้นอาจมีความดันลูกตาสูง บางคนอาจมีอาการปวดตา มีลานสายตาแคบลงเรื่อยๆ จนตาบอดในที่สุดเมื่อขั้วประสาทตาโดนทำลายจนหมด ซึ่งขั้วประสาทตาที่โดนทำลายไปแล้ว ไม่สามารถที่จะรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ ดังนั้นจึงควรตรวจคัดกรองเพื่อหาโรคตั้งแต่ระยะแรก เพื่อจะสามารถรักษาการทำงานของขั้วประสาทตาให้ได้มากที่สุด

ลุงตู่ : สาเหตุของต้อหินเกิดจากอะไรและจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง

Doc : โรคต้อหิน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาสเตียรอยด์ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน การอักเสบของดวงตาเรื้อรัง อุบัติเหตุต่อดวงตา โรคไทรอยด์ สายตาสั้นหรือยาวมากๆ โรคเกี่ยวกับเบาหวานและเส้นเลือดอุดตันจอประสาทตา การผ่าตัดตา ต้อกระจก และจากลักษณะทางโครงสร้างของดวงตา ซึ่งพบได้มากที่สุด ซึ่งพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมด้วยครับ

ดังนั้นในคนไข้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดต้อหิน รวมถึงคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่ความดันตาจะเริ่มสูงขึ้นตามวัย และคนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน จึงควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคต้อหินครับ จำง่ายๆเลยครับ อายุ 40ปีขึ้นไปก็ไปตรวจตาปีละครั้งครับ

ลุงตู่ : การตรวจคัดกรองโรคต้อหินต้องตรวจอะไรบ้าง และ ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการมาตรวจตาอย่างไรบ้างครับ

Doc : การตรวจเริ่มต้นจากการวัดค่าสายตา การวัดความดันตา ตรวจวัดความหนาของกระจกตา ตรวจลักษณะโครงสร้างของตาโดยจักษุแพทย์ ซึ่งจะตรวจประเมินโดยละเอียดตั้งแต่กระจกตา ช่องหน้าม่านตา มุมตา เลนส์ตา ขั้วประสาทตา เส้นประสาทตา และอาจมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติมในกรณีที่สงสัย เช่น ตรวจลานสายตา วัดความหน้าเส้นประสาทขั้วตา ถ่ายรูปขั้วประสาทตา สำหรับการเตรียมความพร้อมในการมาตรวจตา ควรงดใส่คอนแทคเลนส์ งดการใช้เครื่องสำอางค์แต่งตา หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะมาด้วยตนเอง ตรวจละเอียดแบบนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และควรพาญาติมาด้วยเพราะในกรณีที่มีการขยายม่านตาอาจทำให้ตามัวลงได้ประมาณ 6-8 ชั่วโมงครับ

ลุงตู่ : ถ้าตรวจพบว่าเป็นต้อหินแล้ว จะรักษาได้อย่างไรบ้างครับ แล้วจะตาบอดมั้ยครับ

Doc : การรักษาต้อหิน ขึ้นกับสาเหตุของโรคเป็นหลัก แต่โดยทั่วไปการรักษาหลักๆเริ่มตั้งแต่การใช้ยา เพื่อควบคุมความดันลูกตา การใช้แสงเลเซอร์ และการผ่าตัด ครับ ถ้ารักษาได้ทันก่อนที่เส้นประสาทตาจะเสื่อมไปหมดก็จะตาไม่บอดนะรับ

ลุงตู่ : ยาที่ใช้ในการรักษาต้อหินเป็นยาอะไรบ้าง ใช้อย่างไร และมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างครับ

Doc : ยาที่ใช้รักษาต้อหิน ส่วนมากใช้ยาหยอดตาเป็นหลัก ซึ่งมีในปัจจุบันอยู่ 7 กลุ่มครับ ได้แก่

1. Alpha-2 Adrenergic agonist ออกฤทธิ์ลดการสร้างน้ำในลูกตา ใช้หยอดวันละ 2-3 ครั้ง ยาในกลุ่มนี้หยอดแล้วอาจมีอาการแสบตาระคายเคือง มีเปลือกตาอักเสบภูมิแพ้ที่เยื่อบุตา ตาแดงอักเสบ อาจมีอาการกระสับกระส่าย ความดันเลือดต่ำ มีผลต่อระบบการหายใจได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กทารกและเด็กเล็ก จึงควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่มนี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี

2. Beta- Adrenergic antagonists ออกฤทธิ์ลดการสร้างน้ำในลูกตา ใช้หยอดวันละ 2 ครั้ง ยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดแผลที่กระจกตา ความด่ำเลือดต่ำ หัวใจเต้นช้า หลอดลมตีบ จึงควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้ในคนไข้ที่มีประวัติโรคเกี่ยวกับหัวใจและปอดผิดปกติ เช่น หัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นช้าและ หอบหืด

3. Prostaglandins analogues ออกฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนของน้ำในลูกตา ใช้หยอดวันละ 1 ครั้ง ยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดความผิดปกติรอบๆบริเวณเบ้าตา เช่น ขอบตาคล้ำ หนังตาแข็ง เบ้าตาลึก ขนตายาวผิดปกติ และอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของตาและการบวมของจุดรับภาพชัดได้ จึงควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้ในคนไข้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการอักเสบภายในตาหรือมีจุดรับภาพบวม

4. Carbonic anhydrase inhibitors ออกฤทธิ์ลดการสร้างน้ำในลูกตา ยากลุ่มนี้มีทั้งชนิดหยอดและกิน ชนิดหยอดใช้หยอดวันละ 2-3 ครั้ง ชนิดกินใช้ได้ตามแพทย์สั่ง ยาในกลุ่มนี้รูปแบบหยอดอาจทำให้เกิดการระคายเคือง แสบตา รูปแบบกินอาจทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ชาตามปลายมือปลายเท้า เกิดภาวะเลือดเป็นกรดได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้ในคนไข้ที่มีความผิดปกติของการทำงานของตับและไต และกลุ่มคนไข้ที่มีประวัติแพ้ยากลุ่มซัลฟา

5. Parasympathomimetic agents ออกฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนของน้ำในลูกตา ใช้หยอดวันละ 2-4 ครั้ง ยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดการระคายเคือง ปวดศีรษะ ตามัวลง กระตุ้นให้เกิดต้อหินชนิดมุมตาปิด เกิดจอประสาทตาฉีกขาดได้ จึงควรหลีกเลี่ยงากลุ่มนี้ในคนไข้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดจอประสาทตาฉีกขาด เช่น คนที่สายตาสั้นมากๆ

6. Hyperosmotics agent ออกฤทธิ์ลดปริมาตรของน้ำวุ้นตา มีทั้งรูปแบบกินและฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกาย ภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ จึงควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้ในคนไข้ที่มีความผิดปกติของการทำงานของหัวใจและไต และผู้ที่เป็นเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้

7. Fix combinations เป็นยาผสมระหว่างยา 2 กลุ่ม เพื่อลดผลข้างเคียงต่อกระจกตาและเพิ่มความสะดวกในการหยอดยา

ลุงตู่ : เคยได้ยินมาว่าถ้าเป็นต้อหินแล้วต้องรักษาหยอดยาไปตลอดชีวิตเลยจริงเหรอครับ

Doc : ขึ้นกับสาเหตุของโรคด้วยครับ แต่ส่วนมากก็ต้องตรวจติดตามไปตลอดชีวิต มักต้องหยอดยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานแม้จะคุมความดันตาให้อยู่ในระดับปกติได้แล้วก็ตาม เว้นแต่ว่าถ้าคนไข้หยอดยาไม่ได้หรือคุมความดันตาไม่ได้ก็จะใช้วิธีการอื่นช่วยในการรักษาแทนการหยอดยาครับ

ลุงตู่ : แล้วการรักษาด้วยการใช้แสงเลเซอร์ละครับ มีชนิดไหน จะทำในกรณีใดบ้าง และมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างครับ

Doc : เลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาต้อหินมีหลายชนิด ขึ้นกับชนิดของต้อหินว่ามีสาเหตุจากอะไรครับ ตัวอย่างเช่น

1. Laser iridotomy เป็นการยิงแสงเลเซอร์เจาะรูที่ม่านตา ใช้ในกรณีเป็นต้อหินชนิดมุมปิดเฉียบพลัน หรือในคนที่มีมุมตาแคบเพื่อป้องกันการเกิดต้อหินเฉียบพลันในอนาคต หลังจากการยิงเลเซอร์อาจทำให้มีความดันตาสูงขึ้นชั่วคราวได้และอาจมีเลือดออกเล็กน้อยที่ม่านตาได้

2. Laser iridoplasty เป็นการยิงเลเซอร์ไปบนม่านตาเพื่อทำให้ม่านตาบางลง ใช้ในกรณีมีมุมตาแคบหรือมีลักษณะม่านตาที่ผิดปกติ

3. Laser trabeculoplasty เป็นการยิงเลเซอร์ที่บริเวณมุมตาเพื่อช่วยการไหลเวียนของน้ำในลูกตา ช่วยลดความดันลูกตา ใช้ในกรณีต้อหินชนิดมุมเปิดที่ความดันตาสูงไม่มากและยังไม่มีการทำลายของเส้นประสาทตามากนัก

หลังจากการยิงเลเซอร์ทั้งสามชนิดนี้ อาจทำให้มีการอักเสบของช่องหน้าม่านตาได้

ลุงตู่ : การยิงเลเซอร์นี่ต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ ขั้นตอนการทำเป็นยังไง

Doc : การยิงเลเซอร์สามารถทำได้ที่ห้องตรวจเลย ซึ่งใช้เวลาไม่นาน การเตรียมตัวก็ไม่มีอะไรมากครับ จะมีการหยอดยาชาก่อนทำ ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือด้วยการนั่งนิ่งๆไม่ขยับศีรษะไปมา จ้องมองตามตำแหน่งที่บอก ไม่กลอกตา อาจมีเลนส์ที่ช่วยในการยิงเลเซอร์วางไปบนกระจกตา หลังทำตาอาจมัวลงเล็กน้อย ควรพาญาติมาด้วยทุกครั้งครับ

ลุงตู่: แล้วการผ่าตัดละครับ มีวิธีไหนบ้าง ต้องนอนค้างโรงพยาบาลหรือไม่

Doc : การผ่าตัดต้อหินนั้นก็มีหลายชนิด สามารถทำได้โดยไม่ต้องดมยาสลบ มีการหยอดยาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนทำ กรณีที่ต้อหินนั้นเกิดจากต้อกระจก ก็ผ่าตัดเหมือนผ่าต้อกระจกทั่วไป หรือผ่าตัดเปิดทางระบายน้ำในลูกตา

การเปิดมุมตาหรือการฝังท่อเพื่อช่วยระบายน้ำในลูกตา โดยมากกรณีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการผ่าตัดก็ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลครับ สามารถไปพักที่บ้านได้เลยแล้วค่อยมาเปิดตาในวันรุ่งขึ้น

ลุงตู่ : แล้วถ้ามีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการผ่าตัดนี่คือยังไงครับ

Doc : การผ่าตัดต้อหินเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัยเหมือนการผ่าตัดตาทั่วๆไป เช่น การลอกต้อเนื้อหรือต้อกระจก เนื่องจากผู้ที่ต้องได้รับการผ่าตัดต้อหินมักเป็นกรณีที่มีความดันตาสูงไม่สามารถคุมได้ด้วยยา หรือมีผลข้างเคียงจากการใช้ยา มีความผิดปกติทางลักษณะโครงสร้างและส่วนอื่นๆร่วมด้วย

ดังนั้นอาจมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ แต่ไม่มาก เช่น การมีเลือดออกในลูกตา การติดเชื้อ ความดันตาสูงหรือต่ำผิดปกติหลังผ่าตัด การอักเสบในตา เป็นต้น กรณีต่างๆนี้หลังผ่าตัดอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อประเมินอาการและแก้ไขภาวะนั้นๆที่ตามมาครับ

ลุงตู่: หลังผ่าตัดต้อหิน จะต้องมีวิธีการปฎิบัติตัวและข้อระวังอย่างไรบ้างครับ

Doc : หลักสำคัญก็ปฏิบัติตัวเหมือนการผ่าตัดตาอื่นๆทั่วไปเลยครับ คือ หลีกเลี่ยงน้ำและสิ่งสกปรกเข้าตา งดออกแรงทำงานหนักๆ เลี่ยงการขยี้และกดทับตาข้างที่ผ่าตัด หลีกเลี่ยงการไอจามแรงๆ หยอดยาตามคำแนะนำของแพทย์ มาตรวจติดตามตามนัดสม่ำเสมอ และคอยสังเกตอาการที่ผิดปกติครับ

ลุงตู่ : ฟังดูแล้วต้อหินก็ดูไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะครับ เพียงแค่เราตรวจเจอไว รักษาไว ก็จะมองเห็นไปได้อีกนานใช่มั้ยครับ

Doc : ถูกต้องครับ โรคต้อหินถ้าได้รับการตรวจรักษาตั้งแต่ระยะแรกๆ อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ คนไข้ก็จะคงระดับการมองเห็นไปได้อีกนาน แต่ในกรณีที่ตรวจรักษาช้า เส้นประสาทตาโดนทำลายไปมากแล้ว ก็อาจนำไปสู่การที่มีสายตาพิการอย่างถาวรได้นะครับ ดังนั้นเราจึงควรตรวจคัดกรองต้อหินตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้รักษาได้ทันท่วงทีนะครับ

ขอบคุณ : ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
โดย พญ.ชญานี อิงคากุล และ นพ.บุญส่ง วนิชเวชารุ่งเรือง

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
ปัญหาดวงตา ดูแลก่อน อย่ารอจนต้องผ่าตัด
http://dcontact44.lnwshop.com ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สรรพคุณดีคอนแทค (กดที่ลิงค์ได้เลยค่ะ⬆)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหาดวงตา👀
ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ ทักได้เลย
➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
🎯ปรึกษาปัญหาดวงตา ฟรี!
📲 สายด่วน 093-2655914
📲 แอดไลน์ (เติม @ นำหน้าด้วยนะคะ)

👉หรือคลิกที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์
http://line.me/ti/p/%40dcontact19

📞หรือทิ้งเบอร์โทรติดต่อกลับไว้ได้เลยค่ะ

หากหาทางออกจากการรักษาโดยแผนปัจจุบันไม่ได้ อยากให้ลองรักษาโดยวิธีธรรมชาติบำบัดหรือการทานอาหารเสริมเพื่อบำบัดอาการ อาการบ...
09/10/2018

หากหาทางออกจากการรักษาโดยแผนปัจจุบันไม่ได้ อยากให้ลองรักษาโดยวิธีธรรมชาติบำบัดหรือการทานอาหารเสริมเพื่อบำบัดอาการ อาการบางอย่างบางโรคสามารถฟื้นฟูและดีขึ้นได้ด้วยการทานอาหารเสริมนะคะ

ที่อยู่

54/4-5 ถ. สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี
Min Buri
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีคอนแทคDcontact ศูนย์ฟื้นฟูดวงตาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ดีคอนแทคDcontact ศูนย์ฟื้นฟูดวงตา:

แชร์