White Balance Wellness and Spa

White Balance Wellness and Spa ให้บริการ​นวดไทย​ นวดเพื่อสุขภาพ​ อบสมุนไพร​​ นวดน้ำมัน​ แช่น้ำเย็นเพื่อปรับสมดุล​ ให้คำแนะนำการอกกำลังกายที่เหมาะสมกับกล้ามเนื้อแต่บุคคล​

21/01/2026

ใครเคยนั่งท่านี้กันบ้างคะ มีอาการปวดกันหรือยัง #ปวด #ปวดหลัง #ออฟฟิศ #ปวดหัว #ออฟฟิศซินโดรม

24/06/2025

กัญชาไม่เสรีแล้วนะคะ

https://www.facebook.com/share/p/1NWcjvtkdU/
11/01/2025

https://www.facebook.com/share/p/1NWcjvtkdU/

ปวดเข่าตำแหน่งนี้.. บอกโรคอะไรนะ??

เพื่อนๆ คนไหนกำลังปวดเข่าอยู่มาสำรวจตัวเองกัน…

❤️ มีอาการปวดที่เหนือเข่า

มักเกิดจาก “เอ็นต้นขาด้านหน้าอักเสบ” หรือ Quadricep tendinopathy

💛 มีอาการปวดที่รอบหัวเข่าและลูกสะบ้า

โรคยอดฮิตที่มักเกิดจาก “ผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าอักเสบ” หรือ Patellofemoral pain syndrome และอาจพัฒนาไปสู่ “ข้อเข่าเสื่อม” ได้ หากไม่ได้ดูแลเข่าอย่างจริงจัง

🤎 มีอาการปวดที่บนลูกสะบ้า

มักเกิดจาก “ถุงน้ำข้อต่อสะบ้าอักเสบ“ และหลายครั้งเรามักเรียกว่า “โรคเข่าแม่บ้าน” หรือ Housemaid’s knee, Prepatellar bursitis เพราะต้องคุกเข่านานๆ ทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้

🩷 มีอาการปวดที่ล่างเข่า

มักเกิดจาก “เอ็นลูกสะบ้าอักเสบ” หรือ Patellar tendinopathy

💙 มีอาการปวดเข่าด้านด้านนอก

อาจเป็นไปได้ว่า ”หมอนรองกระดูกของเข่าด้านนอกบาดเจ็บ” หรือ lateral meniscus injury
ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ปวดจากอาการ ”ข้อเข่าเสื่อม“ ด้วยเช่นกัน

🩵 มีอาการปวดเข่าด้านด้านนอก เป็นแนวยาว

มักเกิดในกลุ่มนักวิ่ง อาการนี้เกิดจาก “เอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบ“ หรือจะมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า iliotibial band syndrome

💜 มีอาการปวดเข่าด้านใน

จุดนี้เป็นจุดที่พบบ่อยมากในกลุ่มผู้ป่วยโรค “ข้อเข่าเสื่อม” เพราะผิวข้อมักถูกทำลายทางด้านใน แต่..

อีกโรคที่พบได้เช่นกันคือ “หมอนรองกระดูกเข่าด้านในบาดเจ็บ หรือ medial meniscus injury

💚 มีอาการปวดที่เข่าด้านในเฉียงใต้ต่อลูกสะบ้า

มักเกิดในคนที่ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ มีกิจกรรมเดินวิ่งเยอะๆ หรือนักกีฬา มักเป็นโรคนี้ คือ “ถุงน้ำเข่าด้านในอักเสบ“ หรือ pes anserine bursitis

ถ้าอยากวินิจฉัยให้แม่นเป๊ะ อย่าลืมไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด! น้าา

ดูแลตัวเองกันดีๆ นะค้าบบ อย่าปล่อยให้เข่าปวด จนกลายเป็น “เรื่องที่ไม่ขำ” ล่ะ 😉

#ปวดเข่า #ปวดเข่าเรื้อรัง #ข้อเข่าเสื่อม #กายภาพบำบัด #นักสืบกล้ามเนื้อ

27/06/2024

ไข้เพื่อปิตตะ = ไข้จากความร้อน

บทความโดย: อาจารย์แพทย์แผนไทยคมสัน ทินกร ณ อยุธยา

“ไข้” ในที่นี้หมายถึงอาการไม่สบาย ซึ่งในการแพทย์แผนไทยแบ่งไว้เป็น 3 ประเภท กล่าวคือ ไข้ที่เกิดแต่ไฟ เกิดแต่ลม และเกิดแต่น้ำ หมายรูปธาตุนั้นๆเป็นโทษขึ้นก่อน จึงทำให้เกิดอาการไม่สบายขึ้น

ไข้ที่เกิดแต่ไฟเรียก“ไข้เพื่อปิตตะ” มีเหตุมาแต่ความร้อน ซึ่งมีมูลเหตุมาจาก ธาตุ อุตุ อายุ กาล ประเทศ และการใช้ชีวิตเป็นต้น แลจักขอกล่าวพอสังเขปดังนี้

ธาตุ = เป็นผู้ที่มีความร้อนภายในเป็นอาจิณ เป็นปกติของผู้นั้น

อุตุ = สภาพอากาศร้อนอบอ้าว

อายุ = อยู่ในช่วงมัชฌิมวัย(วัยรุ่น-วัยกลางคนต้อนต้น) ระบบความร้อนทำงานมากกว่าระบบอื่นๆ รวมถึงวัยหมดประจำเดือนทั้งหญิงและชาย

กาล = ช่วงเวลาเที่ยงจนถึงบ่ายต้นๆ

ประเทศ = อยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน

การใช้ชีวิต = ทำงานหนัก ทำงานในที่ร้อน สุรา พักผ่อนน้อย ใช้ร่างกายเปลือง มีความเครียดความกังวล การออกกำลังกาย ชอบทานอาหารรสจัด รับทานอาหารที่ย่อยยากบ่อยครั้ง เป็นต้น

เหล่านี้เป็นเหตุให้ระบบธาตุไฟ(ปิตตะ) กำเริบ(มีมากเกิน) ทำให้เกิดกลุ่มอาการดังต่อไปนี้ขึ้นได้

- ปากแห้ง คอแห้ง ดื่มน้ำไม่รู้จักอิ่ม
- ตัวรุมๆเสมือนจะเป็นไข้ตัวร้อน แต่วัดไข้แล้วไม่ปรากฎ
- ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว
- ท้องผูกเป็นอาจิณ
- รู้สึกร้อนภายในกาย
- เป็นแผลร้อนในช่องปากบ่อยๆ
- หน้ามืด ตาลาย วิงเวียน เหตุมาแต่ลมแดด(ลมร้อนภายในกาย)
- ตาแห้ง ผิวแห้ง
- อารมณ์ร้อน ฉุนเฉียวง่าย เหตุมาจากความร้อนภายในกาย

ที่กล่าวมาทั้งหมดคือมูลเหตุ ที่ทำให้เกิดไข้เพื่อปิตตะขึ้น

ตำรับยาที่แนะนำมีดังนี้
- ยาเขียวประสระพิมเสน
- กระสายยาปิตตะ
- ยาแดงดับพิษร้อน
- ยาเขียวหอม
- ยาขมชนิดต่างๆ

อาหารที่แนะนำ
- อาหารที่มีของขม-ของเปรี้ยวเป็นส่วนประกอบ
- อาหารที่ย่อยง่าย
- อาหารที่รสไม่จัด
- น้ำต้มใบเตยหอม/น้ำใบบัวบก/น้ำเก็กฮวย เป็นต้น และให้ดื่มอุ่นๆห้ามเย็น

ข้อห้าม
- ห้ามเครื่องดื่มเย็นทุกชนิด เสมือนเอาน้ำไปราดบนกองไฟ ก่อแต่ผลเสีย
- อยู่ในที่ร่ม ถ้าต้องอยู่ในที่เย็นห้ามเย็นจนเกินไป
- ไม่ออกแดดจัด ใช้ร่มผ่อนร้อนแดด
- ห้ามของเผ็ดร้อน และแอลกอฮอลด์ทุกชนิด
- งดการออกกำลังกายในสภาพอุตุร้อนเกิน และอุตุเย็นเกิน

18/04/2024

ท้อง+ผูก ขี้ไม่ออก ขี้ยาก ตดเหม็นเน่า
บทความโดย:
- อาจารย์แพทย์แผนไทยคมสัน ทินกร ณ อยุธยา
- แห่งคลินิกการแพทย์แผนไทยหม่อมราชวงศ์สอาด ทินกร

อึ อึ อึ อึไม่ออก! ปัญหาโลกแตกของคนทั้งโลกเลย ยิ่งกว่ากรณีพิพาทระหว่างประเทศเสียอีก อาการถ่ายไม่ออก ถ่ายลำบากเบ่งมากก็เกรงลมจะจับ สามสี่วันถึงจะถ่ายได้สักที ตดก็เหม็นแบบเน่าใน

ถ่ายออกมาก็เหมือนขี้แพะขี้กระต่าย ชีวิตลำบากเพราะเรื่องอึไม่ออก คนไทยเราเรียก"ท้องผูก"ช่างหาคำได้เหมาะเจาะ
ท้อง+ผูก = ปิดอะไรที่อยู่ข้างใน มันจะออกมาข้างนอกไม่ได้เลย บางรายเล่าให้ฟังว่าถึงกับต้องแคะเอาออก คนเราถ้ากินไม่ได้ ถ่ายไม่ออก นอนไม่หลับ เป็นตายสถานเดียว

หมอไทยเราเรียกอุจจาระว่าเป็นกรีสัง ของธาตุดิน ระบบอันตคุณัง(ระบบการขับถ่าย) จะขับออกมาจากร่างกาย เป็นของเหลือมาจากอันตัง(ระบบย่อย) มีอุทริยัง(อาหารใหม่)เข้าไป มีกรีสัง(อาหารเก่า) ออกมา วนเวียนเป็นดั่งนี้ทุกวัน

ถ้าเข้าแล้วไม่ออก หรือไม่เข้าเลยไม่มีออก ชีวิตจะเจ็บจะไข้จะตายในที่สุด
ถ้าถ่ายไม่ออก อาหารกากอาหารเก่าจะทอดตัวเหนียวติดไปตามลำไส้ใหญ่ หมอไทยเราเรียก"กล่อนเถา"คือมันทอดตัวเป็นเถาตามแนวลำไส้ หมอไทยสามารถเอามือคลำจับตรวจได้

บางทีเราก็กดจุดตรงบริเวณที่เรียกว่า"สุขุมัง"เป็นแนวเส้นประธานทั้งสิบ ที่วิ่งออกทางทวารท้าย ถ้าไม่วิ่งหรือวิ่งได้ไม่สะดวก วิ่งผิดแนวเส้น เราก็รู้เลยว่าคนไข้ของเรามีอาการท้องผูกแล้ว

และเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยไปตามเนื้อตามตัว ไม่สบายเนื้อตัวขัดแข้งขัดขา อึดอัดแน่น ท้องจะป่องนูนออกมาบริเวณแนวกลางท้องใต้สะดือ ที่นูนออกมาอุจจาระทั้งนั้น ข้างในคงเน่าเหม็นไปหมด

ปฎิกูลหากสะสมอยู่ในกายมากๆ ย่อมส่งผลเสียเหมือนมีกองขยะเน่าเหม็นติดข้างบ้าน ส่งกลิ่นจนคนในบ้านอยู่ไม่เป็นสุข คนท้องผูกก็มีสภาพแบบนั้น บางรายถึงกับมีกลิ่นออกทางปากก็ยังมี

วิธีแก้ปัญหาที่ทำกันมากที่สุดคือกินยาถ่ายทั้งยาไทย ยาจีน ยาฝรั่ง ขนใส่เกวียนมาเลยกินมันทุกวัน กินจนระบบเคยชิน ถ้าไม่กินอึเองไม่ได้ระบบขับถ่ายเสียหายสิ้น

ยานะมีคุณแต่ก็มีโทษ ยาเอาไว้บรรเทาไม่ใช่ให้กินกันทุกวัน ไม่ใช่วิตามินอาหารเสริมเขาถึงเรียก“ยาถ่าย”

หมอไทยบอกว่าเหตุแห่งการถ่ายยากมาจาก
1. ระบบความร้อนภายในสูงเช่นพวกวัยรุ่น,หรือพวกมีไข้ไม่สบาย,พวกชอบวิตกกังวล
2. ระบบลมภายในหย่อน เช่นผู้สูงอายุหมดไฟก็หมดลมไม่มีลมเบ่งพอดันของเก่าออกมา
3. ระบบน้ำภายในหย่อนเหตุมาจากความร้อนภายในสูงอึจะแห้งกรังไม่มีน้ำมาเจือมักถ่ายเป็นขี้แพะขี้กระต่าย

สำหรับหมอไทยแล้วการกินอาหารกากใย อาจไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาท้องผูกเสมอไป บางคนกินแต่ผักผลไม้หรือพวกกินเจก็ยังเห็นท้องผูกกันเป็นปกติวิสัย

ถ้าไฟ,ลม,น้ำไม่ปกติสุข การถ่ายย่อมไม่สำเร็จหมอไทยเราว่าแบบนี้ ถึงกินอาหารกากใยน้อย แต่ไฟลมน้ำปกติมันก็ถ่ายเองได้ ไม่ใช่ปัญหาอะไรกับเรื่องกิน

ถ้าไม่อยากติดยาถ่าย แนะนำให้ปรุงเป็นเครื่องดื่มเก็บไว้กินก่อนนอน ตื่นเช้ามาจะถ่ายสบายร่างกายแข็งแรงด้วยภูมิคุ้มกันที่มากขึ้น แถมช่วยลดน้ำหนักด้วย Two In one ว่าแบบนี้เลย เราไปทำให้ไฟ ลม น้ำคืนปกติกัน

เครื่องยาก็มี
- ส้มแขก/เมล็ดชุมเห็ดเทศ/สมอไทย/สมอภิเพก/ลูกมะขามป้อม
ส่วนเครื่องปรุงมี
- น้ำส้มมะขามเปียก/น้ำมะนาว/เกลือแกง ตัวเนื้อยาเป็นเม็ดแมงลัก
วิธีปรุง
- ต้มเครื่องยากับน้ำเดือดสักยี่สิบนาทีเอาลงกรอง
- แบ่งส่วนหนึ่งไปแช่เม็ดแมงลักให้พองตัวพออืดแล้วตักใส่กล่องเก็บเข้าตู้เย็น
- อีกส่วนเทลงขวดแช่ตู้เย็นเช่นกัน
- คั้นเอาน้ำมะขามเปียกสองส่วนผสมกับน้ำมะนาวหนึ่งส่วนเอาเกลือแทรก
- ได้แล้วน้ำปรุงรสเก็บเข้าตู้เย็นไว้อีก
วิธีรับทาน
- พอจะนอนมาทำเครื่องดื่มขี้ง่ายกัน เอาแก้วสูงคืบมา
- ตักเม็ดแมงลักใส่ไป ตามด้วยน้ำต้มเครื่องยา ท้ายที่น้ำปรุงรส
- คนให้เข้ากันดื่มพรวดหมดแก้วเช้าตื่นมาถ่ายเองได้สบายกาย-สบายใจ

ขี้ไม่ออก ก็ต้องแก้ที่ผูกให้ออก ไม่งั้นเน่าใน ตดเหม็นบรรลัย ทำเครื่องดื่มดังว่า ช่วยให้ไฟ-ให้ลม-ให้น้ำ-คืนเดิม-ชีวีจะเป็นสุข

ขอให้ทุกวันเป็นวันที่ดีพรุ่งนี้​และตลอดไป​ #เปิดร้านขายยาดมสมุนไพรค่ะ39 บาท​  เย็นชื่นใจ​ แค่ดมก็หายปวดหัว​  ปวดใจแทน​ 😂...
06/04/2024

ขอให้ทุกวันเป็นวันที่ดี
พรุ่งนี้​และตลอดไป​
#เปิดร้านขายยาดมสมุนไพรค่ะ
39 บาท​ เย็นชื่นใจ​ แค่ดมก็หายปวดหัว​ ปวดใจแทน​ 😂😂

ที่อยู่

Nakhon Sawan
10250

เวลาทำการ

อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ White Balance Wellness and Spaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram