ธรรมชาติบำบัดสุขภาพ

ธรรมชาติบำบัดสุขภาพ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ บำบัดโรคภัยไข้เจ็บทั้งในด้านการป้องกันและรักษา

26/10/2016

คอเลสเตอรอล คือ ไขมันชนิดหนึ่ง มีความสำคัญต่อร่างกายมากคือ เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์น้ำดี ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนจากต่อมหมากไต และยังเป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์และปลอกประสาท แต่ถ้ามีมากเกินไปจะไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดง และพอกพูนหนาขึ้นจนโพรงหลอดเหลือดแดงแคบลง เกิดการตีบตันจนเลือดเดินทางไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญๆ ไม่เพียงพอ
จึงเกิดอาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด หรืออัมพฤกษ์ อัมพาตจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เพื่อควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงหรือไขมันในเลือดสูง ควรหลีกเลี่ยงที่มีคอลอสเตอรอลสูงและลดอาหารที่มีไขมันสูง

วิธีรักษาโรคกระเพาะอาหาร ที่เริ่มเป็นหรือเป็นมานานเรื้อรังให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้1. ทานข้าวให้ตรงเวลาอยู่เสมอ หากติดขัดให้...
03/10/2016

วิธีรักษาโรคกระเพาะอาหาร ที่เริ่มเป็นหรือเป็นมานานเรื้อรัง
ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. ทานข้าวให้ตรงเวลาอยู่เสมอ หากติดขัดให้ดื่มนมสดรสจืดแทน
2. งดอาหารรสจัดต่างๆ ที่สำคัญมากห้ามใส่น้ำส้มสายชูเด็ดขาด
3. ห้ามดื่มเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม และน้ำแข็งก้อน (น้ำแข็งแช่เองในตู้เย็นทานได้บ้างไม่เป็นไร)
4. ข้อนี้สำคัญสุด ให้ทานยา อูลกัสตริน ต้องเคี้ยวตัวยาให้ละเอียดด้วยก่อนกลืน ทานยานานสองเดือน

4 วิธีออกกำลังกายกำราบอารมณ์หงุดหงิดPosted by DMH Staff/Sty-Libคนขี้โมโหอ่านตรงนี้ เดบรา ดาลีย์ ผู้เขียนหนังสือ Body Mov...
03/10/2016

4 วิธีออกกำลังกายกำราบอารมณ์หงุดหงิด

Posted by DMH Staff/Sty-Lib
คนขี้โมโหอ่านตรงนี้ เดบรา ดาลีย์ ผู้เขียนหนังสือ Body Moves กล่าวไว้ว่า คนที่มักโกรธ ร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและเพิ่มความดันโลหิต คนขี้โมโหมีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงมากกว่าคนอื่น

ดาลีย์จึงแนะนำให้หมั่นควบคุมอารมณ์ไปพร้อมๆ กับออกกำลังกาย ซึ่งเทคนิคออกกำลังกายสำหรับคนขี้หงุดหงิดมีดังนี้

1. ออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ไม่รุนแรงมาก แต่ต่อเนื่องเช่น เต้นแอโรบิก วิ่ง และว่ายน้ำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ล่ะ 3 - 5 ครั้ง

2. ออกกำลังกายแบบผ่อนคลาย เช่น ไทชิและโยคะเป็นประจำ เพื่อกำจัดอารมณ์ด้านลบ

3. สำหรับคนชอบวิ่ง ควรวิ่งแต่ละครั้งให้ได้ระยะทาง 4.8 - 8 กิโลเมตร

4. เดินออกกำลังกายในวันหยุดเป็นประจำอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที

ดาลีย์กล่าวว่า หากทำได้ตามนี้ สมองจะหลั่งสารแห่งความสุขที่ชื่อว่าเอนดอร์ฟิน ร่างกายที่ตึงเครียดจะผ่อนคลายและมีความสมดุลอารมณ์มากขึ้น

คนขี้โกรธก็จะเปลี่ยนเป็นคนอารมณ์ดีที่สุขภาพแข็งแรงค่ะ

*******************************************
นิตยสารชีวจิตปีที่ 13, ฉบับที่ 299, 16 มีนาคม 2554 หน้า 16

ออกกำลังกายง่ายๆที่บ้านไม่ง้ออุปกรณ์
21/09/2016

ออกกำลังกายง่ายๆที่บ้านไม่ง้ออุปกรณ์

https://www.facebook.com/bombgoodboy23/posts/10153932846387913
17/09/2016

https://www.facebook.com/bombgoodboy23/posts/10153932846387913

แชร์ไปได้บุญมาก ! บทสวดมนต์ก่อนนอน พร้อมกับ แผ่เมตตา (ถ้าใครตอนนี้ทำอะไรติดๆขัดๆ ให้ลองสวดมนต์ก่อนนอน) ตอนเราเด็กๆคุณครูที่โรงเรียนมักจะสอนให้เราสวดมนต์และนั่งสมาธิก่อนนอน การสวดบทสวดมนต์ก่อนนอนนั้นดีมากๆ เพราะมันทำให้เรามีสมาธิและได้แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้ทำมาในแต่ละวัน ทำให้เราเจอแต่สิ่งดีๆ ท

ผึ้งมีดีมากกว่าที่คุณเคยเข้าใจ  อยากรู้ดีอย่างไร คลิ๊กเลย
17/09/2016

ผึ้งมีดีมากกว่าที่คุณเคยเข้าใจ อยากรู้ดีอย่างไร คลิ๊กเลย

na GREEN-O

http://frynn.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87/
13/09/2016

http://frynn.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87/

กระสัง ชื่อวิทยาศาสตร์ Peperomia pellucida Korth ประโยชน์ของผักกระสัง สรรพคุณผักกระสัง ข้อมูลทางเภสัชวิทยา คุณค่าทางอาหาร ลักษณะต้นกระสัง วิธีทำยำผักกระสัง

10 กฎเหล็ก “ลดความอ้วน”1. งดน้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง ชา กาแฟชนิดใส่นมข้น น้ำตาล และเครื่องดื่มรสหวานอื่นๆ ทุกชนิดแ...
08/09/2016

10 กฎเหล็ก “ลดความอ้วน”

1. งดน้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง ชา กาแฟชนิดใส่นมข้น น้ำตาล และเครื่องดื่มรสหวานอื่นๆ ทุกชนิด

แหล่งน้ำตาลชั้นดีที่เพิ่มระดับน้ำตาลในร่างกายได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ใครที่ชอบดื่มสตอเบอร์รี่สมูธตี้ เหมือนจะดูสุขภาพดี แต่หากไม่ใช่สตอเบอร์รี่สด เป็นสตอเบอร์รี่เชื่อม ก็ได้ความหวานจากน้ำตาลอยู่ดี บางร้านอาจะใส่น้ำเชื่อมเพิ่มเข้าไปอีก ทานบ่อยๆ น้ำตาลเพิ่มได้ง่ายๆ แน่นอน ใครที่นานๆ ดื่มทีอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร แต่ใครที่รู้ตัวว่าซื้อดื่มเป็นประจำ ลองงดดูนะ ดื่มน้ำเปล่าแทน



2. งดขนมปัง เค้ก และขนมตระกูลเบเกอรี่

ตัวการที่ทำใหน้ำหนักขึ้นอีกอย่างก็คือ “แป้ง” ยิ่งเป็นแป้งที่บวกน้ำตาลยิ่งไปกันใหญ่ เราต้องทำใจ “ห่างกันสักพัก” กับร้านเบเกอรี่เจ้าโปรดทุกร้าน ไม่ว่าจะฮันนี่โทส แยมโรล เค้กต่างๆ โดนัท ขนมปังหมูหยอง ขนมปังไส้กรอก ครัวซอง และอื่นๆ อีกมากมาย อดใจไว้ แล้วหันมาซื้อผลไม้ทานแทนจะดีกว่า



3. ลดอาหารไขมันสูง และอาหารที่ปรุงด้วยวิธีทอด หรือผัด ที่ใช้น้ำในเยอะๆ

นอกจากไก่ทอด หมูทอด หมูสามชั้น ขาหมู และอื่นๆ ที่เราน่าจะพอทราบกันดีว่ามันไขมันสูงแล้ว ยังรวมไปถึงอาหารผัดๆ คลุกๆ เช่น ข้าวผัด ข้าวผัดน้ำพริก ข้าวคลุกผักกระเพรา เป็นต้น เพราะน้ำมันที่ใช้ผัดลงไปคลุกอยู่ในข้าวทั้งหมด มันน้อยกว่าข้าวมันในข้าวมันไก่นิดเดียวเองนะ



4. งดจั๊งค์ฟู้ดเด็ดขาด

จั๊งค์ฟู้ดที่ว่า ได้แก่ ไก่ทอด พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ นักเกต เฟรนช์ฟรายด์ หรือมันฝรั่งทอด และอาหารประเภททอด ใส่ชีสต่างๆ อาหารเหล่านี้ยิ่งทานยิ่งอ้วน เพราะหนักไปทางแป้ง และน้ำมันจากการทอด แถมผักก็น้อยเหลือเกิน ดังนั้นงดได้งดโลด



5. อย่าอดอาหารเด็ดขาด ไม่ว่าจะมื้อไหนก็ตาม ทานให้ครบทุกมื้อ

อาหาร 3 มื้อยังสำคัญต่อร่างกายของเราอยู่ดี เพราะหากนับเวลาตอนกลางคืนหลังหกโมงเย็น จนถึงหกโมงเช้าของอีกวันก็ตั้ง 12 ชั่วโมง แต่เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายไม่ใช้พลังงานมาก ดังนั้นสามารถทานเป็นอาหารเบาๆ ได้ ใครจะเลือกเป็นปลานึ่งตัวเล็กๆ เกาเหลา ยำวุ้นเส้นหมูสับ หรือจะเป็นผลไม้กับโยเกิร์ตก็พอไหว แต่ต้องทานให้ครบทุกมื้อ มื้อเช้าก็ต้องทานด้วยนะ



6. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์

ใครที่ดื่มเบียร์บ่อยๆ จะรู้ว่ามันลงพุง เพราะฉะนั้นแอลกอฮอล์ทุกประเภท หากหลีกเลี่ยงได้ให้เลี่ยงซะ บางคนดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ยังทากับแกล้มอีก ยิ่งไปกันใหญ่ นอกจากลดความอ้วนไม่ได้แล้ว ยังมาพร้อมกับโรคภัยอีกมากมาย เช่น ตับแข็ง ไขมันอุดตันเส้นเลือด และเส้นเลือดในสมองแตก



7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

คำว่า “สม่ำเสมอ” คืออย่างน้อย 2-3 ครั้งใน 1 สัปดาห์ และครั้งละอย่างน้อย 45 นาที – 1 ชั่วโมง จะเริ่มจากเดิน วิ่ง ก่อน แล้วตามด้วยแอโรบิค และยกเวทก็ได้ หรือใครจะเล่นกีฬา เช่น ปั่นจักรยาน บาสเก็ตบอล ฟุตบอล แบดมินตัน หรือว่ายน้ำก็โอเคสุดๆ เลือกเอาที่ชอบ ที่สนุก ที่ถูกใจ จะได้ไม่เบื่อ และไม่รู้สึกว่ากำลังบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบอยู่



8. นอนให้เร็ว

สาเหตุที่สำคัญอีกหนึ่งอย่าง ของคนที่ลดความอ้วนไม่สำเร็จ คือการทานดึกนั่นเอง หากไม่จำเป็นต้องอยู่ดึก ก็รีบๆ นอนตั้งแต่หัวค่ำ จะได้ไม่ต้องหิวกลางดึก แล้วลุกขึ้นมาหาอะไรทาน ยิ่งทานตอนดึก ยิ่งอ้วน เพราะสิ่งที่เราทานไป ลงพุง ลงต้นแขนต้นขา ลงก้นล้วนๆ เว้นแต่คุณจะลุกขึ้นมาวิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรคบิคกลางดึกเพื่อเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่ทานเข้าไป (ซึ่งก็ไม่สมควรอยู่ดี เพราะการออกกำลังกายอย่างหนักก่อนนอน ทำให้นอนไม่หลับได้ รวมถึงการทานอาหารก่อนนอนด้วยนะ)

9. งดบุฟเฟ่ต์

คำว่าบุฟเฟ่ต์ มาพร้มกับคำว่า all you can eat คือทานเท่าไรก็จ่ายเท่าเดิม ดังนั้นนิสัยคนอ้วนคือ ทานให้คุ้ม อิ่มล้วก็ยังทานต่อไปเพื่อความคุ้ม สั่งมาทานให้ครบทุกเมนู ถ้าทานแบบนี้แค่อาทิตย์ละครั้ง น้ำหนักก็ขึ้นอาทิตย์ละ 1 กิโลกรัมได้เหมือนกัน ดังนั้นหากตั้งใจจะลดความอ้วนแล้วล่ะก็ โบกมือบุฟเฟ่ต์ไปก่อนดีกว่า

10. ทำอาหารทานเอง เวิร์คสุด

หลายคนไม่ได้มีตัวเลือกอาหารสุขภาพดีให้ทานมากนัก โรงอาหารที่ขายแต่กับข้าวมันเยิ้ม ในตลาดข้างออฟฟิศมีแต่ของทอดแกงกะทิ วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เราได้ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ก็คือทำอาหารทานเองนั่นเอง รีบเคลียร์งานให้ไว กลับไปออกกำลังกาย ซื้อของสดเข้าบ้าน ทำอาหารทานเอง และทำเผื่อในวันรุ่งขึ้น อาบน้ำ นอน หรือใครจะเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ช่วงเสาร์อาทิตย์แล้วทยอยหยิบมาใช้ช่วงจันทร์ถึงศุกร์ก็ได้ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้เลย บริหารเวลากันให้ดี



ถ้าทำได้ตามนี้แล้ว รับรองลดความอ้วนเห็นผลแน่นอน ว่ากันว่าหากทำอะไรเหมือนเดิมติดต่อกันอย่างน้อย 23 วัน จะทำให้การกระทำนั้นติดเป็นนิสัย เพราะฉะนั้นต้องมีวินัยในการทำทุกอย่างตามนี้ให้ได้ จะลดความอ้วนอย่างปลอดภัย ต้องค่อยๆ ลด อาจจะได้ 3 กิโลกรัมภายใน 1 เดือน อย่ามากเกินไปกว่านี้ เพราะอาจจะหักโหมมากเกินไป และไม่ยั่งยืน รับรองว่านอกจากรูปร่างที่ดขึ้นจะมาทักทายให้ชื่นใจแล้ว ยังได้ของแถมเป็นสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และสุขภาพจิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

5อาหารจำเป็นที่ผู้หญิง30ขึ้นขาดไม่ได้อาหารจำเป็น สำหรับสาวๆ อายุ 30 อัพ มีอะไรบ้างอาหารจำเป็น ต่อร่างกายเสมอ ใครก็รู้ วั...
08/09/2016

5อาหารจำเป็นที่ผู้หญิง30ขึ้นขาดไม่ได้
อาหารจำเป็น สำหรับสาวๆ อายุ 30 อัพ มีอะไรบ้าง

อาหารจำเป็น ต่อร่างกายเสมอ ใครก็รู้ วันนี้เราเลยจัด 5 เมนูสุขภาพมาฝากสาวๆ เป็นซุปเปอร์ฟู๊ดส์ที่ขาดไม่ได้ เพื่อเอาไว้ดูแลสุขภาพและป้องกันโรคเสี่ยงที่เป็นกันในหมู่ผู้หญิงเราเมื่ออายุอานามมากขึ้น ไปดูกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

1. โยเกิร์ตไขมันต่ำรสธรรมชาติ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม และการติดเชื้อในช่องคลอด นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมสูงป้องกันปัญหากระดูกพรุนได้ด้วย
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

2. ปลาที่มีไขมัน ปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเอสแอลอี ซึ่งพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

3. ถั่ว ทั้งถั่วที่กินได้ทั้งฝัก เช่น ถั่วแขก ถั่วพู ถั่วฝักยาว และถั่วเมล็ดรูปไต เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง มีไฟเบอร์สูง มีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส ซึ่งช่วยป้องกันและลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม ที่สำคัญส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศหญิง
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

4. มะเขือเทศ แตงโม มีสารไลโคปีน ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทำให้ดูอ่อนเยาว์ เพราะช่วยป้องกันผิวไม่ให้ถูกรังสีอัลตร้าไวโอเลตทำลาย
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

5. เบอร์รี่ เบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ มีแอนโตไซแอนส์ (anthocyans) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายของเรา นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ยืนยันว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งระบบทางเดินอาหาร
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
อยากเป็นสาวสวยสุขภาพดี อย่าพลาด 5 ซุปเปอร์ฟูดส์ที่ว่ามานี้ และต้องดูแลกันตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ

ย้ายสำนักงานหลายวันแล้ว ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักรูป วันนี้ต้องลงสักนีสนึง
07/09/2016

ย้ายสำนักงานหลายวันแล้ว ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักรูป วันนี้ต้องลงสักนีสนึง

ที่อยู่

Nakhon Si Thammarat
80360

เบอร์โทรศัพท์

+66872678629

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ธรรมชาติบำบัดสุขภาพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์