ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลนางรอง Nangrong Check-up Center

ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลนางรอง Nangrong Check-up Center บริการตรวจสุขภาพประจำปีรายบุคคล
?

28/04/2026

ช่วยเช็กให้ ไม่สับสน 👉
งดการดื่มน้ำและอาหาร ก่อนการเจาะเลือด
ข่าวบิดเบือน ยืนยันโดย : โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ความเชื่อที่ว่า “ก่อนเจาะเลือดต้องงดทั้งน้ำและอาหาร” เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยมักสับสนกับแนวความคิดของ การงดน้ำงดอาหาร (NPO) ซึ่งใช้สำหรับการผ่าตัดหรือการดมยาสลบ ไม่ได้ใช้กับการเจาะเลือดทั่วในไปทุกกรณี
ข้อเท็จจริงคือ ก่อนเจาะเลือดสามารถดื่ม น้ำเปล่าสะอาด ได้ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อแก้การกระหายและช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะอาจส่งผลให้ผลตรวจบางรายการคลาดเคลื่อนได้ ส่วนเครื่องดื่มอื่น เช่น ชา กาแฟ น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ไม่ควรดื่มหากแพทย์สั่งงดอาหารก่อนตรวจ
การงดน้ำงดอาหาร ใช้สำหรับการผ่าตัดหรือการดมยาสลบ ไม่ได้ใช้กับการเจาะเลือดทั่วในไปทุกกรณี
📌 ช่องทางการติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม
LINE : (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
X : https://twitter.com/AFNCThailand
TikTok : https://www.tiktok.com/
IG : https://www.instagram.com/afnc_thailand/
#ข่าวบิดเบือน #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #ข่าวสุขภาพ #การเจาะเลือด #งดน้ำและอาหาร

28/04/2026
28/04/2026

โรงพยาบาลนางรอง เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวเงินบำรุง (รายวัน)
ตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ จำนวน 1 อัตรา
ตำแหน่งวิศวกรโยธา จำนวน 1 อัตรา
รายละเอียด : https://pnr.nangronghospital.go.th/

28/04/2026

🦐🦐กุ้งแช่น้ำปลา…แซ่บ แต่เสี่ยงดับไม่รู้ตัว! 🦐⚠
🍋‍🟩น้ำปลา-มะนาว❌ ไม่ได้ฆ่าเชื้อเสมอไป
🎃ระวังเชื้ออันตรายถึงชีวิต
✅ กินให้ปลอดภัย “สุกเท่านั้น” ดีกว่า 💯💯💯
#กุ้งแช่น้ำปลา #กินสุกปลอดภัย #ระวังเชื้อโรค #อาหารปลอดภัย #สุขภาพดีสร้างได้ #โรงพยาบาลนางรอง

👇👇👇👇

27/04/2026

#ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลนางรอง
เริ่มเปิดให้บริการ 08.00 -16.00 น วันและเวลาราชการ

ติดต่อ ผ่านช่องทางไลน์ nr.check.up

27/04/2026

#วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกชนิด Qdenga (คิวเดงกา) คือ วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ที่พัฒนาจากไข้เลือดออกสายพันธุ์ที่ 2 (DENV2) เป็นแกนหลักทางพันธุกรรม ซึ่งไข้เลือดออกสายพันธุ์ที่ 2 เป็นสายพันธุ์ที่ระบาดมากที่สุดในไทย เมื่อร่างกายได้รับวัคซีนจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออก

#ต้องฉีดทั้งหมด 2️⃣ เข็ม เข้าชั้นใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน โดยฉีดห่างกันเข็มละ 3️⃣ เดือน (เดือนที่ 0 และเดือนที่ 3)

ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก Qdenga
ส่วนใหญ่อาการจะเกิดขึ้นในช่วง 2 วันหลังฉีดวัคซีนและหายได้เองภายใน 3 – 4 วัน เช่น
💉ปวด บวม แดง ร้อนเฉพาะบริเวณที่ฉีดมีไข้ ปวดศีรษะ
💉ปวดเมื่อยตามตัว

ข้อดีของวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก Qdenga คืออะไร
ป้องกันการติดเชื้อไวรัสเดงกี 4 สายพันธุ์ ได้แก่
💊 DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 ได้ถึง 80.2%
💊 ลดอัตราการนอนโรงพยาบาลได้ถึง 90.4%
💊 ลดความรุนแรงของโรคได้ 85.9%

👨‍👩‍👦 ฉีดได้ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 4 – 60 ปี

27/04/2026

📍 ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลนางรอง ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี เพียงเข็มละ 250 บาท เท่านั้น

 📍ใครบ้างที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

✅คนไทยทุกคนควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่เกิดก่อนปี 2535 เพราะก่อนหน้านั้นยังไม่มีการฉีดวัคซีนไวรัสตับบีในเด็กแรกเกิดอย่างทั่วถึง และยังไม่มีวัคซีนในวัยเด็ก โดยเฉพาะกลุ่ม คนดังต่อไปนี
✅คนในครอบครัวเป็นพาหะไวรัสตับบี
✅กลุ่มคู่สมรสหรือคู่นอนของผู้ติดเชื้อ
✅กลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV หรือไวรัสตับซี
✅หญิงตั้งครรภ์ควรตรวจทุกคน ในช่วงฝากครรภ์ เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก
✅กลุ่มที่อาชีพเสี่ยงสัมผัสเลือด อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ ผู้ดูแลผู้ป่วย และคนที่เคยได้รับเลือด หรือทำหัตถการ เช่น สัก เจาะ ในที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น

27/04/2026

“ดูแลใส่ใจ ห่างไกลโรค” เริ่มต้นด้วยการตรวจสุขภาพประจำปี ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลนางรอง Nangrong Check-up Center

ราคาเริ่มต้นเพียง 580 บาท (โปรแกรมตรวจสุขภาพพื้นฐานสำหรับอายุน้อยกว่า 35 ปี)

ติดต่อสอบถาม เบอร์โทร 044-633455-67 ต่อ 128 ในวันและเวลาราชการ
#ด้วยความห่วงใย
#ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลนางรอง

27/04/2026

🔍 5 โรคฮิตระบบทางเดินอาหาร 🤮
ที่เป็นแล้วต้องใส่ใจ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาได้เร็ว! 👍🏿
เคยไหมคะ? ที่รู้สึกปวดท้อง อืดท้อง หรือแน่นหน้าอกจนรบกวนชีวิตประจำวัน หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่กินยาก็คงหาย แต่รู้ไหมคะว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคในระบบทางเดินอาหารที่ซ่อนอยู่ หากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า อาจลุกลามจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่รรักษายาก วันนี้เรามารู้เท่าทัน 5 โรคยอดฮิตของระบบทางเดินอาหารกันค่ะ ว่าแต่ละโรคมีสาเหตุมาจากอะไร และมีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้ดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องค่ะ 🏥
1️⃣ โรคกระเพาะอาหาร (Gastric Disease) 🥗
โรคนี้เป็นโรคยอดฮิตที่คนทำงานหลายคนคุ้นเคยกันดีค่ะ มักเกิดจากการที่เยื่อบุภายในกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบหรือเป็นแผล ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ค่ะ
🔹 สาเหตุ: สาเหตุหลักมักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า เอช.ไพโลไร (H. pylori) ซึ่งปนเปื้อนมากับอาหารที่ไม่สะอาด นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีผลมากค่ะ เช่น การทานอาหารไม่ตรงเวลา การทานอาหารรสจัดเกินไป ความเครียดสะสม หรือการทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์) เป็นเวลานานๆ ซึ่งยาเหล่านี้จะไปกัดกระเพาะจนทำให้เกิดแผลได้ค่ะ
🔸 อาการ: ผู้ป่วยมักมีอาการปวดแสบหรือจุกเสียดบริเวณลิ้นปี่ ซึ่งอาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังทานอาหารก็ได้ค่ะ บางรายจะมีอาการท้องอืด แน่นท้อง เหมือนอาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย หากเป็นรุนแรงอาจมีการถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ ซึ่งเป็นสัญญาณของเลือดออกในกระเพาะอาหาร ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ
2️⃣ โรคกรดไหลย้อน (Acid Reflux/GERD) 🔥
ใครที่ชอบทานมื้อดึกแล้วนอนทันทีต้องระวังโรคนี้ให้ดีเลยค่ะ โรคกรดไหลย้อนเกิดจากภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบ
🔹 สาเหตุ: สาเหตุสำคัญมาจากความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารที่ทำงานได้ไม่ดี ทำให้ปิดกั้นน้ำย่อยไม่ได้ค่ะ ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยคือพฤติกรรมการกิน เช่น การกินอิ่มมากเกินไป การกินแล้วนอนทันที การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือแม้แต่ความอ้วนที่เพิ่มแรงดันในช่องท้องก็เป็นสาเหตุได้เช่นกันค่ะ
🔸 อาการ: อาการเด่นชัดคือ อาการแสบร้อนกลางอก (Heartburn) ลามขึ้นมาถึงคอ รู้สึกเปรี้ยวหรือขมในปากเพราะน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมา บางคนอาจมีอาการไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือเจ็บหน้าอกคล้ายโรคหัวใจ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ ไม่ควรซื้อยากินเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับพฤติกรรมและการรักษาที่ถูกจุดค่ะ
3️⃣ โรคลำไส้อักเสบ (Inflammatory Bowel Disease - IBD) ⚠️
โรคนี้มีความซับซ้อนและรุนแรงกว่าที่คิดค่ะ เป็นกลุ่มโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งรวมถึงโรคโครห์น (Crohn's disease) และลำไส้ใหญ่เป็นแผลอักเสบ (Ulcerative Colitis)
🔹 สาเหตุ: ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด 100% แต่ทางการแพทย์เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรม และปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การสูบบุหรี่ หรือความเครียด ที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองผิดปกติจนเกิดการอักเสบเรื้อรังค่ะ
🔸 อาการ: อาการมักจะเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง ได้แก่ ปวดท้องรุนแรง ท้องเสียเรื้อรัง และที่สำคัญคือมักมีมูกเลือดปนออกมากับอุจจาระค่ะ นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ หรือมีภาวะโลหิตจางร่วมด้วย หากมีอาการถ่ายเป็นเลือด ควรรีบพบแพทย์เพื่อส่องกล้องวินิจฉัยนะคะ
4️⃣ โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome - IBS) 🌪️
โรคนี้อาจไม่ได้ทำให้เกิดแผลในลำไส้เหมือน IBD แต่สร้างความรำคาญใจและกระทบคุณภาพชีวิตมากค่ะ เป็นภาวะที่ลำไส้ทำงานผิดปกติ ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินไป ทั้งที่ตรวจร่างกายแล้วไม่พบความผิดปกติของโครงสร้างลำไส้
🔹 สาเหตุ: สาเหตุยังไม่ชัดเจน แต่มักเกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกติระหว่างสมองและลำไส้ (Gut-Brain Axis) ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นตัวกระตุ้นสำคัญเลยค่ะ รวมถึงการทานอาหารบางชนิดที่ลำไส้เราย่อยได้ยาก หรือการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในลำไส้
🔸 อาการ: ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเกร็งท้อง ซึ่งมักจะดีขึ้นหลังจากได้ขับถ่าย มีความผิดปกติในการขับถ่ายที่แปรปรวน เดี๋ยวท้องผูก เดี๋ยวท้องเสีย สลับกันไปมา หรือบางคนอาจรู้สึกถ่ายไม่สุด ท้องอืด มีลมในท้องเยอะ อาการเหล่านี้มักเป็นเรื้อรังและเป็นมากขึ้นเมื่อมีความเครียดค่ะ
5️⃣ โรคนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) 🟢
หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการปวดท้องจากนิ่วคือโรคกระเพาะ แต่อันที่จริงแล้วมีความแตกต่างกันค่ะ นิ่วเกิดจากการตกตะกอนของสารต่างๆ ในน้ำดี จนจับตัวเป็นก้อนแข็งในถุงน้ำดี
🔹 สาเหตุ: สาเหตุหลักเกิดจากความไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลที่มีมากเกินไป จนตกตะกอนเป็นก้อนนิ่ว ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยคือ ความอ้วน การลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป การทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ หรือผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายค่ะ
🔸 อาการ: อาการที่สังเกตได้คือ จุกเสียดแน่นท้องบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่ มักเกิดหลังทานอาหารมื้อหนักหรืออาหารที่มีไขมันสูง อาการปวดอาจร้าวไปที่หลังหรือไหล่ขวา ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน หากก้อนนิ่วไปอุดตันท่อน้ำดี อาจทำให้มีไข้หนาวสั่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งต้องรีบรักษาทันทีค่ะ
การดูแลระบบทางเดินอาหารให้แข็งแรงเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่ตัวเราค่ะ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการทานอาหารให้ตรงเวลา เคี้ยวอาหารให้ละเอียด เลี่ยงอาหารรสจัดและของมันของทอด รวมถึงการจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม หากใครมีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้นและเป็นเรื้อรัง อย่าปล่อยไว้นะคะ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะการรู้เร็ว รักษาเร็ว คือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพดีค่ะ 💚
อ้างอิง: https://ccpe.pharmacycouncil.org/index.php?option=article_detail&subpage=article_detail&id=437
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/irritable-bowel-syndrome/symptoms-causes/syc-20360016
https://my.clevelandclinic.org/health/articles/7040-gastrointestinal-diseases
https://www.ram-hosp.co.th/en/news_detail/1917
https://www.bumrungrad.com/healthspot/february-2018/about-digestive-disorders
#อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ #โรคระบบทางเดินอาหาร #โรคกระเพาะอาหาร #โรคกรดไหลย้อน

27/04/2026

🔥 แดดประเทศไทยสู้ชีวิต แต่คนสู้งานอย่างเราต้องสู้กลับ! ใครที่ต้องลุยงานกลางแจ้ง เจอแดดเปรี้ยง ๆ ทุกวัน บอกเลยว่าร่างพังไปหาอะไหล่เปลี่ยนไม่ได้นะเออ 🥵

วันนี้เราเลยขอเปิดคัมภีร์ "Checklist เซฟร่าง คนสู้งานกลางแดด" เพื่อให้พี่น้องคนทำงานดูแลตัวเองให้พร้อม ลุยงานได้อย่างปลอดภัยตลอดวัน มาดูกันเลยว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง! 👇👷‍♂️

1. 💧ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ (ช่วงอากาศร้อนจัด ควรดื่ม 1 แก้ว ทุกๆ 15-20 นาที) แต่ระวังไม่ควรดื่มมากเกินไป หากสูญเสียเหงื่อมาก ควรดื่ม เครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำในร่างกาย
2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เลี่ยงดื่มชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ
3. 👕 แต่งกายป้องกันแดด: เน้นเสื้อผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบา หลวม ระบายอากาศดี สวมหมวกหรือผ้าคลุมหัว และทาครีมกันแดด SPF 15+ ก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาที
4. 🔄 ค่อย ๆ ปรับร่างกาย: หากหยุดงานกลางแจ้งไปนาน เมื่อกลับมาทำงานควรเริ่มจากงานเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มระดับ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพอากาศร้อน
5. ⏱️ บริหารเวลาทำงาน: จัดเวลาทำงานสลับกับช่วงพัก โดยพักในที่ร่มหรือบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท เลี่ยงงานหนักกลางแจ้งช่วง 11.00 - 15.00 น. และควรทำงานเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม
6. 👀 สังเกตตัวเองและเพื่อนร่วมงาน: หากพบอาการผิดปกติ เช่น ตะคริว ผื่น คลื่นไส้ ปวดหัว หน้ามืด อ่อนเพลีย ให้รีบแจ้งหัวหน้างานหรือผู้ใกล้ชิดทันที และหากมีไข้หรือท้องเสีย ให้เลี่ยงงานหนักกลางแจ้ง
7. รู้ทันความเสี่ยง: รู้จักป้องกันตนเองจากความร้อนอย่างถูกต้อง และเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
7. 🚨 เตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉิน: เตรียมผ้าเย็น น้ำแข็ง ยาดม สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้น และบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดหรือสายด่วน 1669 เพื่อใช้ติดต่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
💪 สู้เพื่อความก้าวหน้า แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะทุกคน! ลองเอา Checklist นี้ไปเช็กและทำตามกันดู จะได้ทำงานได้อย่างปลอดภัย 🥰

🌐 เช็กค่าดัชนีความร้อนรายวันได้จากกรมอุตุนิยมวิทยา
👉 http://www.rnd.tmd.go.th/heatindexanalysis/
📋 เฝ้าระวังอาการเสี่ยงด้วยตนเองจากอนามัยเซอร์เวย์ “อาการและพฤติกรรมเสี่ยงจากความร้อน”
👉 https://hfd.anamai.moph.go.th/th/survey/243201

📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถานะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝

📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรานะคะ

👉 ท่านสามารถ ติดตามสาระความรู้สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่
https://multimedia.anamai.moph.go.th/
👉 และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/.anamai.thailand
tiktok.com/.thailand

่าง #คนสู้งานกลางแดด #ทำงานกลางแจ้ง
#วัยรุ่นสร้างตัว #ชีวิตสู้กลับ #อากาศร้อน #ฮีทสโตรก
#กรมอนามัย #กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
#กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ

#แม่ละเด็ก #วัยเรียนวัยรุ่น #วัยทำงาน #สูงวัย
#กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข
#กรมอนามัยส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี

27/04/2026

เจ็บลึกที่สะบัก ‼️ แก้ปวด “สะบักจม”
พีซ คลินิกกายภาพบำบัด รักษาอาการปวดสะบัก

ผู้ประกันตนตรวจสุขภาพประจำปี 🆓        ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 สามารถตรวจสุขภาพประจำปีฟรีกับสิทธิประกันสังคมด้วยการตรว...
21/04/2026

ผู้ประกันตนตรวจสุขภาพประจำปี 🆓

ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 สามารถตรวจสุขภาพประจำปีฟรีกับสิทธิประกันสังคมด้วยการตรวจสุขภาพพื้นฐานและตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันโรคทั้งหมด 14 รายการ โดยมีรายการ ดังนี้

🐧 ตรวจคัดกรองการได้ยิน Finger Rub Test
🐧 ตรวจเต้านม และสอนการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง
🐧 ตรวจตา คัดกรองความผิดปกติและค้นหาโรคทางสายตา
🐧 ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC
🐧 ตรวจปัสสาวะ UA
🐧 ตรวจน้ำตาลในเลือด FBS
🐧 ตรวจการทำงานของไต Cr และ eGFR
🐧 ตรวจไขมันในเลือดชนิด Total cholesterol & HDL cholesterol
🐧 ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบ HBsAg
🐧 ตรวจมะเร็งปากมดลูก Pap Smear
🐧 ตรวจมะเร็งปากมดลูก Via
🐧 ตรวจ HPV DNA TEST ชนิด 2 สายพันธุ์ และ 14 สายพันธุ์
🐧 ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง FIT TEST
🐧 เอกซเรย์ปอด Chest X-ray

****หมายเหตุ ทั้งนี้รายการตรวจสุขภาพประจำปีขึ้นกับเงื่อนไขการตรวจโดยแบ่งรายการตรวจตามช่วงอายุของผู้ประกันตน****

สามารถสอบถามข้อมูล ณ สถานพยาบาลที่เข้ารับบริการค่ะ

ที่อยู่

ถ. โชคชัย-เดชอุดม
Nang Rong
31110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6644633456

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลนางรอง Nangrong Check-up Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท