28/01/2026
ปวดบ่า ร้าวลงอก เพราะ 'เดินเยอะ'?! เรื่องจริงของร่างกายที่สัมพันธ์กันมากกว่าที่คุณคิด
🤔 ปกติแล้วเวลาเดินเยอะๆ เรามักจะปวดน่อง ปวดเข่า หรือปวดหลังใช่ไหมคะ?
แต่ถ้าเดินแล้ว "ปวดบ่า ร้าวมาที่อก" ล่ะ?
ฟังดูไม่น่าเกี่ยวกันได้เลยใช่ไหมคะ... แต่เคสนี้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ และถือเป็น Rare Case (เคสหายาก) ที่กภ.คิตตี้อยากหยิบมาเล่าให้ฟังกันค่ะ
🧠 เริ่มจากมาเข้าใจ "ระบบการเดิน" ของร่างกายกันก่อนค่ะ
เวลาเดิน ร่างกายไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อเป็นส่วนๆ นะคะ แต่จะใช้งานเป็น “ทีม” หรือที่เรียกว่า “Subsystem” ค่ะ
ภาพจำง่ายๆ คือเวลาเราเดิน:
👉 “ขาขวา”จะก้าวไปข้างหน้า
👉 “แขนซ้าย(ด้านตรงข้าม)”ก็จะแกว่งไปด้วย
การขยับที่สัมพันธ์กันนี้ เกิดจากทีมกล้ามเนื้อที่เรียกว่า “Anterior Oblique Subsystem (AOS)”
ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกันเป็น แนวทแยงมุมจากไหล่ลงไปขาฝั่งตรงข้าม ~คล้ายๆ การคาดสไบ (กภ.คิตตี้ แนบภาพของกลุ่มกล้ามเนื้อนี้ไว้ในรูปนะคะ ส่วนสีเขียวทั้งหมดคือกล้ามเนื้อทั้งหมดในกลุ่มAOSค่ะ)
👥 สมาชิกในทีมAOS (อ่านผ่านๆได้นะคะ)
▪️กลุ่มหลัก:
- กล้ามเนื้อท้องลายเฉียงมัดนอก(EAO)
- กล้ามเนื้อท้องลายเฉียงมัดใน(IAO)
- กล้ามเนื้อท้องส่วนกลาง(RA)
- และกล้ามเนื้อขาหนีบ (Adductors)
▪️กลุ่มรอง:
- กล้ามเนื้ออก(Pectoralis)*,
- กล้ามเนื้อบ่า(Levator)*,
- กล้ามเนื้อหน้าแขน(Biceps), และอื่นๆ
(ในส่วนของกล้ามเนื้อรอง คือส่วนที่เราจะพูดกันหลังจากนี้ ในcase study นะคะ)
📌 หน้าที่ของทีมAOS คือ
- สร้างความมั่นคง ให้กับกระดูกสันหลัง, เชิงกราน และสะโพก
- ช่วยส่งแรงระหว่างร่างกาย ส่วนล่าง และส่วนบน
- สำคัญมากในการเคลื่อนไหวแบบผลัก และการหมุน เช่น การเดิน ตีกอล์ฟ ตีเทนนิส กีฬาชนิดขว้างปา
—————
❓ทำไมต้องรู้เรื่องของ Subsystem
ให้เห็นภาพง่ายๆ "Subsystem" = การทำงาน“กลุ่ม” ของกล้ามเนื้อหลายๆตัว
ถ้าทุกตัวในกลุ่มทำงานร่วมกันได้ดี = การทำกิจกรรมต่างๆเช่นเดิน ตีกอล์ฟ ตีเทนนิส จะดีขึ้นตามไปด้วย
😰 แต่ถ้ากลุ่ม Subsystem ทำงานร่วมกันได้ไม่ดีหล่ะ?
ถ้าในงานกลุ่มมีแค่1-2กล้ามเนื้อที่ทำงานหนัก และกล้ามเนื้ออื่นๆในกลุ่มทำงานได้น้อย/ไม่ดี
สิ่งที่เกิดตามมาคือ 1-2กล้ามเนื้อที่ทำงานหนัก จะบาดเจ็บได้
❗️เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ขอยกตัวอย่างเคสที่กภ.คิตตี้พึ่งดูแลกันจบไปค่ะ
—————
📂 [Case Study: เดินไกล 20,000 ก้าว... แต่ทำไมไปปวดบ่า ร้าวลงอกแทบขาด?]
เวลาเดินไกลมากๆ คนส่วนมากจะมีอาการปวดที่ขา หรือหลังล่างก่อนค่ะ แต่ถ้าอาการปวดขึ้นไปถึงบ่าและอกหล่ะ? มันเกิดขึ้นได้จากอะไร
📑 เคสนี้มีอาการมา3ปีแล้ว คือปวดบ่าขวาร้าวลงอกขวาทุกครั้งเมื่อเดินนาน
- คนไข้เคยได้รับการรักษาในแง่ Office Syndrome มาหลายแบบแล้ว อาการดีขึ้นครึ่งหนึ่ง
- แต่ทุกครั้งที่กลับไปเดินนาน อาการก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมตลอด
🚶♀️ อาชีพของเคสนี้: มีความจำเป็นต้อง เดินที่ญี่ปุ่นมากกว่า 20,000ก้าวต่อวัน เป็นระยะเวลา 2-3เดือนติดต่อกัน
อาการที่มารักษาคือ
▪️เมื่อเดินได้ 3,000 ก้าวแรก → มีอาการตึงๆ
▪️ถ้ายังฝืนเดินต่อจนถึง20,000ก้าว → จะปวดแหลมที่บ่า และตื้อร้าวมาที่อก จนต้องนั่งพัก
▪️เวลานอนหงาย ตอนกลางคืน → จะปวดร้าวมากขึ้น "เหมือนโดนกระชาก" จะปวดจนร้องออกมา
▪️วันต่อมา ถ้าต้องฝืนเดินต่อ → อาการก็ยิ่งกลับมาเป็นซ้ำและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
🚨 จุดสังเกตสำคัญ: คนไข้มีแผลผ่าตัดใหญ่ ที่ซี่โครงด้านขวาเป็นทางยาว (ตรงนี้ดอกจันทร์ตัวใหญ่ๆไว้ก่อนนะคะ)
—————
📑จากประวัติการรักษาเก่าที่คนไข้เคยรักษาด้านอื่นๆ มา3ปีแล้ว ทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่เรื่องOffice syndrome แต่อาการยังเท่าเดิม
ทำให้เมื่อมาพบกภ.คิตตี้ครั้งแรก! จึงต้องมีการพูดคุย และซักประวัติกันมากกว่าปกติ
และอย่างที่คิดเอาไว้เลยค่ะ ว่าOffice Syndrome อาจจะไม่ใช่สาเหตุของปัญหา
🔎 ข้อสันนิษฐาน แรก :Office Syndrome
เมื่อคนไข้มีอาการปวดบ่า → ส่วนใหญ่คนมักคิดถึงอาการของ Office Syndrome
❗️ซึ่งเป็น1ในข้อสันนิษฐานที่กภ.ยกขึ้นมาค่ะ แต่มีความเป็นไปได้ “น้อยมาก” เพราะว่า…
1. Office Syndrome มักเกิดจาก "Static Loading" หรือการเกร็งค้างท่าเดิมนานๆ (เช่น นั่งหน้าคอมฯ)
แต่อาการของเคสนี้เกิดจาก "การเดินนาน" ซึ่งเป็นความแตกต่างที่ใหญ่มาก
2. อาการหนักขึ้นตอนนอนหงาย: นี่คือจุดชี้ชัดเลยค่ะ คนที่เป็น Office Syndrome ทั่วไป เวลานอนหงายมักจะรู้สึก "สบายขึ้น" หรืออย่างมากก็แค่ตึงๆ คอ เพราะกล้ามเนื้อได้พัก
แต่เคสนี้: นอนหงายแล้ว "ปวดเหมือนโดนกระชาก" จนร้องออกมา อาการนี้จริงตอกย้ำว่าไม่ใช่อาการ Office Syndrome
กภ.คิตตี้จึงได้ตรวจกล้ามเนื้อเพิ่มเติม เพื่อยืนยันอีกชั้นหนึ่ง
❌ พบว่า ไม่ใช่อาการ Office Syndrome
หลังจากการตรวจเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่แล้ว กภ.คิตตี้จึงตรวจ เริ่มหันมามองที่การทำงานของร่างกายขณะเดินมากขึ้น จึงนำไปสู่สันนิษฐานที่2
—————
🔎 ข้อสันนิษฐานที่2: ทีมกล้ามเนื้อAOSทำงานประสานงานกันไม่ดี
(ที่จริงร่างกายเรามีหลาย Subsystem ที่ทำงานในขณะที่เดิน แต่ในโพสต์นี้กภ.คิตตี้จะเจาะไปที่กลุ่มAOSนะคะ)
🔹การตรวจการทำงานร่วมกันของกลุ่มกล้ามเนื้อ “Anterior Oblique Subsystem (AOS)”
▪️Perturbation test :โดยต้านแรงตามทิศที่AOSทำงาน
พบว่า: ไม่สามารถต้านแรงได้
✅️ แปลผลได้ว่า AOS ทำงานร่วมกันไม่ดี
🔹กภ.จึงตรวจกล้ามเนื้อในAOS ทีละมัด เพื่อดูการทำงาน
พบว่า: กล้ามเนื้อท้องลายเฉียงมัดนอก(EAO), กล้ามเนื้อท้องส่วนกลาง(RA) : ทำงานได้ไม่ดี
เนื่องจาก “แผลผ่าตัด” ที่มีพังผืดเกาะแน่น บริเวณเหนือกล้ามเนื้อทั้ง2ส่วนนั้น
พังผืดที่เกิดขึ้น คล้ายๆกับมีใครเอา ‘กาวตราช้าง’ ไปหยอดบนกล้ามเนื้อค่ะ
→ ส่งผลให้ความสามารถกล้ามเนื้อลดลง
→ และลดความยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ
⚠️สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย
➡️ ขณะเดิน
→ กล้ามเนื้อท้องทำงานได้ไม่ดีเพราะ “แผลพังผืด” ที่ยึดติดไว้ 📉
→ ร่างกายจึงต้องไปเสริมแรงส่วนนี้ โดยใช้ “กล้ามเนื้ออก,บ่า” แทน (กล้ามเนื้อส่วนรองแทน) 📈
→ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหน้าอกและบ่าต้องเกร็งตัวแทนเรื่อยๆ จนเกิดการบาดเจ็บค่ะ
➡️ ขณะนอนหงาย
ท่านอน เป็นท่าที่อกและท้องควรจะได้ยืดคลายตัว แต่เพราะแผลพังผืดที่ยึดรั้งมาทั้งวัน จากการเดิน
→ พอโดนยืดออก เลยส่งแรงดึงกระชากไปที่แผลและอก
→ จนทำให้ปวด"เหมือนโดนกระชาก"
🙂 สรุปสั้นๆนะคะคือ
กล้ามเนื้อท้อง ทำงานได้ไม่ดี เพราะแผลผ่าตัดที่มี และร่างกายไปใช้กล้ามเนื้ออก,บ่า ทำงานแทน จนเกิดการบาดเจ็บขึ้น
—————
🚑แนวทางการรักษา
ในเคสนี้มีความจำเป็นต้องเดินวันละ 20,000ก้าวต่อวันที่ญี่ปุ่นในอาการที่หนาวมากๆ เป้าหมายที่ตั้ง จึงเผื่อเอาไว้
เป้าหมายคือ ต้องเดินที่ไทยให้ได้ 35,000ก้าว โดยที่ไม่มีอาการ
🗓Week 1: ปูพื้นฐาน
จะเน้นไปที่กล้ามเนื้อเฉพาะจุดก่อนคือ
- Soft Tissue Release: ลดการตึงตัวของกล้ามเนื้ออก,บ่า และScar tissue(แผลผ่าตัด)
- Strengthening exs.: เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องมัดที่มีปัญหาเป็นหลักก่อน
- Home program:
- ท่าออกกำลังกายเฉพาะกล้ามเนื้อ
- ฝึกเดิน 2ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมนับก้าวเพื่อหาจำนวนก้าวที่มากที่สุดที่ยังไม่มีอาการตึงที่กล้ามเนื้อ
🗓Week 2: เพิ่มความอึดกล้ามเนื้อ
🔺อัพเดทอาการ
- อาการปวดที่อก,บ่า ลดน้อยลงบางส่วน และ
- จำนวนก้าวที่มากที่สุดที่ยังไม่ปวดคือ 4,000ก้าว
▪️อัพเดทการรักษา
ในครั้งนี้กภ.จึงยังให้การรักษาในรูปแบบเดิมอยู่ แต่เพิ่มความหนักของท่าออกกำลังกายให้มากขึ้น
🗓Week 3: เพิ่มความอึดกล้ามเนื้อ
🔺อัพเดทอาการ
- ความตึงตัวของกล้ามเนื้ออก,บ่าลดลงชัดเจน
- อาการปวดที่อกลดน้อยลงมาก และบ่า ลดน้อยลงอีกบางส่วน
- จำนวนก้าวที่มากที่สุดที่ยังไม่กระตุ้นอาการคือ10,000ก้าว
▪️อัพเดทการรักษา
- ปรับการออกกำลังกายให้เน้นที่กล้ามเนื้อในกลุ่มAOSทุกมัด
- และเพิ่มความหนักของท่าออกกำลังกายให้มากขึ้น
🗓Week 4
🔺อัพเดทอาการ
- ความตึงตัวของกล้ามเนื้ออก,บ่าลดลงชัดเจน
- อาการปวดที่อก,บ่าลดน้อยลงมากจนเกือบไม่เหลือ
- จำนวนก้าวที่มากที่สุดที่ยังไม่กระตุ้นอาการคือ13,000ก้าว
▪️อัพเดทการรักษา
- จะเริ่มให้ฝึกการทำงานร่วมกันของกลุ่มกล้ามเนื้อ AOSมากขึ้น ผ่านท่า“kneeling cable chop”
- ฝึกเดิน พร้อมถือของหนัก จำนวนวัน: วันเว้นวัน
เคสนี้ได้การรักษาทั้งหมด11ครั้งเป็นเวลา 5เดือน
แต่ถ้าจะลงรายละเอียดทุกสัปดาห์ โพสต์นี้อาจจะยาวไปมากกว่านี้ กภ.คิตตี้จึงขอข้ามมาเป็นผลลัพธ์ท้ายสุดเลยนะคะ
—————
🎉 ผลการรักษา:
✅️ เคสนี้สามารถเดินถือของได้ 35,000 ก้าว → โดยไม่มีอาการใดๆเลย
✅️อาการปวดแหลมที่บ่า และตื้อร้าวมาที่อก → ไม่มีแล้ว
✅️เวลานอนหงาย → ไม่ปวดร้าวเหมือนโดนกระชากแล้ว
✅️วันถัดไปหลังจากที่เดินนานไม่มีอาการปวดเหลือค้างแล้ว
💬 บทส่งท้ายจาก กภ.คิตตี้
ความสำเร็จนี้ต้องยกเครดิตให้ "ความมีวินัยของคนไข้" ล้วนๆ เลยค่ะ ทุกครั้งที่ให้การบ้านไป ทั้งออกกำลังกาย ทั้งเดิน ทั้งยกของหนัก คนไข้ทำไม่เคยขาด แถมทำเกินเป้าตลอด! เป็นอีก1เคสที่พยายามดูแลตัวเองมากๆจริงๆค่ะ
#กายภาพบำบัด #ปวดบ่า #ปวดอก #ออฟฟิส #กภคิตตี้