19/10/2024
☀️16 ต.ค. 2567👀 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้เผยผลการประชุม ซึ่งมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.50% เป็น 2.25% ต่อปี ซึ่งมีผลทันที และ ภาพได้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate) กับ หนี้ต่อ GDP (Debt to GDP) ของประเทศไทย ระหว่างปี 2015 ถึง 2023 ซึ่งอธิบายได้ดังนี้
🧑🏫 แกนซ้ายมือ (สีฟ้า) แสดงอัตราดอกเบี้ย (%) ซึ่งลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015 และลดลงอย่างมากจนถึงปี 2023
👨🏫 แกนขวามือ (สีแดง) แสดง หนี้ต่อ GDP (%) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนี่องอย่างมีนัยยะสำคัญ
🕵️♀️ วิเคราะห์ได้ดังนี้ :
1. การลดลงของอัตราดอกเบี้ย เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว เช่น การกระตุ้นการลงทุน การส่งเสริมการบริโภค หรือ การบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น วิกฤตการเงิน หรือ โรคระบาด
2. หนี้ต่อ GDP ที่เพิ่มขึั้น สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ที่เพิ่มขึ้นสามารถสะท้อนถึงการที่ภาครัฐหรือเอกชน ต้องพึ่งพาการกู้ยึมเพิ่มขึ้นในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้เกิดการลงทุนหรือสนับสนุนเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การกู้เงินในช่วงดอกเบี้ยต่ำช่วยให้ภาระดอกเบี้ยต่ำลง ซึ่งอาจเป็นโอกาสและภาระที่เพิ่มขึ้น
3. ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยกับหนี้ต่อ GDP :
- เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดดลง ธุรกิจและรัฐบาลอาจกู้เงินได้ง่ายขึ้น ทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้น
- หนี้ที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรัฐบาล หรือการลงทุนเพิ่มขึ้นจากภาคเอกชน แต่ในขณะเดียวกันอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในระยะยาวหากหนึ้สินมากเกินไป
❤สรุป❤
กราฟนี้แสดงถึงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกในช่วงเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งการประกาศการลดอัตราดอกเบี้ย อาจทำให้การกู้ยืมเพิ่มขึ้นทำให้หนี้ต่อ GDP เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันในระยะยาว จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน