ReGen Center ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข

ReGen Center ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข ReGenCenter ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข

"อายุเป็นเพียงตัวเลข" เป็นคำพูดที่ใช้ได้กับคนในหลายๆ Generations
เเต่ในสังคมปัจจุบัน คำพูดนี้อาจช่วยให้ประเทศเราเเก้ปัญหาระดับชาติได้

ปัญหาที่ว่านั้นคือ การที่ประเทศไทยเราเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปเเบบ หรือ Aged Society" อันเนื่องมาจากการมีประชากรที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ของประชากรทั้งหมด ปัญหานี้จะนำมาซึ่งการลดลงของประชากร การขาดเเคลนจำนวนเเรงงาน การเพิ่มขึ้นของงบประมาณด้านความเป็นอยู่

เเละสาธารณสุขเพื่อดูเเลผู้สูงอายุดังกล่าว

ดังนั้นการปรับปรุงทัศนคติ การเตรียมพร้อม การปรับรูปเเเบบการดำเนินชีวิต เเละการดูเเลตนเองของผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในการที่จะช่วยให้ตัวผู้สูงอายุนั้นใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สุขภาพที่เเข็งเเรง เเละความเป็นอยู่ที่ดี

👉 ลดแรงต้อนรับปีใหม่ 👈  มีแค่เดือนนี้เดือนเดียวกับส่วนลดกว่า 50%🏷สนใจทัก Inbox ได้เลยค่ะ  #สูงวัย  #สูงอายุ    #มะเร็ง #...
04/12/2025

👉 ลดแรงต้อนรับปีใหม่ 👈 มีแค่เดือนนี้เดือนเดียวกับส่วนลดกว่า 50%🏷

สนใจทัก Inbox ได้เลยค่ะ

#สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง
#คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย
#ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์
#วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง
#อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #ยาชุด #สูงวัยเตือนภัย #12เดือน12 #ช็อปปิ้ง #ลดราคา

ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ธ สถิตในดวงใจคนไทยตราบนิจนิร...
25/10/2025

ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ธ สถิตในดวงใจคนไทยตราบนิจนิรันดร์
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน ReGen Center

13 ตุลาคม "วันนวมินทรมหาราช"เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาร...
13/10/2025

13 ตุลาคม "วันนวมินทรมหาราช"
เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

ลดแรงแบบนี้ ไม่ช้อปไม่ได้แล้ว พบกับส่วนลดกว่า 30% เตรียมช็อป วันที่ 9 เดือน 9 นี้เท่านั้น   #สูงวัย  #สูงอายุ    #มะเร็ง...
08/09/2025

ลดแรงแบบนี้ ไม่ช้อปไม่ได้แล้ว พบกับส่วนลดกว่า 30% เตรียมช็อป วันที่ 9 เดือน 9 นี้เท่านั้น
#สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง
#คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย
#ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์
#วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง
#อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #ยาชุด #สูงวัยเตือนภัย #12เดือน12 #ช็อปปิ้ง #ลดราคา

กระดูกสะโพกหักในผู้สูงวัย ปล่อยไว้อันตรายกระดูกสะโพกหัก เป็นหนึ่งในภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงวัย และเป็นภาวะที่อาจส่งผลกระทบอ...
06/07/2025

กระดูกสะโพกหักในผู้สูงวัย ปล่อยไว้อันตราย
กระดูกสะโพกหัก เป็นหนึ่งในภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงวัย และเป็นภาวะที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีผลเสียต่อการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ หรืออันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ

กระดูกสะโพกหัก คืออะไร ?
กระดูกสะโพกหัก คือ การแตกหักของกระดูกบริเวณข้อสะโพก ซึ่งประกอบด้วยกระดูกโคนขา และกระดูกเชิงกราน โดยส่วนใหญ่กระดูกที่หักจะเป็นส่วนหัวของกระดูกโคนขาที่เชื่อมต่อกับเบ้าสะโพก การหักของกระดูกสะโพกอาจเกิดจากอุบัติเหตุที่มีแรงกระแทกสูง หรือการล้มธรรมดาก็ได้ โดยเฉพาะในผู้สูงวัยที่มวลกระดูกลดลงและมีภาวะกระดูกพรุน

กระดูกสะโพกหัก อาการเป็นอย่างไร ?
อาการของกระดูกสะโพกหักอาจแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของการบาดเจ็บ แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีอาการดังต่อไปนี้

ปวดบริเวณสะโพกหรือโคนขาอย่างรุนแรง
ไม่สามารถยืนหรือเดินได้ตามปกติ มีอาการเจ็บมาก
ขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บมีลักษณะสั้นลงหรือบิดผิดรูป
บวม ช้ำ หรือมีรอยแดงบริเวณสะโพกหรือต้นขา
มีอาการปวดที่รุนแรงขึ้นเมื่อพยายามขยับขาหรือสะโพก
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระดูกสะโพกหักในผู้สูงวัย
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระดูกสะโพกหักในผู้สูงวัย

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสะโพกหักในผู้สูงวัย ได้แก่

อายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิง
โรคกระดูกพรุน ทำให้กระดูกเปราะและแตกหักได้ง่าย
การขาดวิตามินดี และแคลเซียม ส่งผลให้กระดูกอ่อนแอลง
ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ควบคุมการทรงตัวได้ไม่ดี เพิ่มโอกาสล้ม
การใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับหรือยาลดความดันเลือดที่อาจทำให้เวียนศีรษะและเสี่ยงต่อการล้ม
ภาวะทางสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์ หรือพาร์กินสัน ที่ส่งผลต่อการควบคุมร่างกาย
สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เช่น พื้นลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ หรือขอบพรมที่ทำให้สะดุดล้มได้ง่าย
อาการหลังการล้มที่ควรพบแพทย์ด่วน
อาการหลังการล้มที่ควรพบแพทย์ด่วน

หากผู้สูงวัยล้มและมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ปวดสะโพกอย่างรุนแรงและขยับตัวไม่ได้
รู้สึกชาหรืออ่อนแรงบริเวณขาหรือสะโพก
มีรอยฟกช้ำหรือบวมผิดปกติ
เดินหรือยืนไม่ได้หลังจากล้ม
มีภาวะหน้ามืดหรือหมดสติ
หากละเลยอาการเหล่านี้ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

แนวทางการรักษากระดูกสะโพกหัก
การรักษากระดูกสะโพกหักมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการและสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยแนวทางการรักษาหลัก ได้แก่

1. การผ่าตัด
ผ่าตัดยึดกระดูก
ผ่าตัดใส่ข้อเทียม
2. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะร่างกายไม่แข็งแรงพอสำหรับการผ่าตัด แพทย์อาจใช้ยาบรรเทาอาการปวดและหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักขาที่บาดเจ็บจนกว่ากระดูกจะติด อย่างไรก็ตามสามารถพบภสวะกระดูกไม่ติดหรือผิดรูปได้มาก

การฟื้นฟูหลังการรักษา
หลังการรักษา ผู้ป่วยต้องได้รับการฟื้นฟูเพื่อกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้

กายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดินหรือยืดเหยียดภายใต้การดูแลของแพทย์
โภชนาการที่เหมาะสม รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียว
ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในบ้าน เช่น ติดราวจับในห้องน้ำ ใช้รองเท้ากันลื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการล้มซ้ำ
การป้องกันกระดูกสะโพกหัก
ตรวจสุขภาพ เช่น ตรวจสายตาและสภาพเท้า
จัดบ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม
กินอาหารที่มีวิตามินดีและแคลเซียมอย่างพอเหมาะ
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ออกกำลังกายเป็นประจำ
กระดูกสะโพกหัก ในผู้สูงวัยเป็นภาวะที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง หากมีอาการปวดสะโพกหลังจากการล้ม ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาทันที นอกจากนี้ การป้องกันโดยการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะนี้ในผู้สูงวัย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/กระดูกสะโพกหักในผู้สูง/

#สังคมสูงวัย #โจทย์ใหญ่ด้านนโยบาย #โอกาสทางธุรกิจ #ตัวช่วยรักษามะเร็ง #มะเร็งหายได้ #สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง #คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย #ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์ #วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง #อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #ยาชุด #สูงวัยเตือนภัย #กระดูกสะโพกหักในผู้สูงวัย

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โรคลมแดด หรือฮีทสโตรกโรคลมแดด หรือที่เรียกว่า ฮีทสโตรก (heat stroke) เป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพท...
01/07/2025

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก
โรคลมแดด หรือที่เรียกว่า ฮีทสโตรก (heat stroke) เป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต ซึ่งมักเกิดขึ้นบ่อยในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน อุณหภูมิภายในร่างกายจึงพุ่งสูงเกินระดับปกติอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของอวัยวะสำคัญโดยตรง

โรคลมแดดไม่ใช่แค่เรื่องของการ “ร้อนจัด” เท่านั้น แต่ยังอาจทำให้หมดสติ สมองถูกทำลาย หรือแม้แต่เสียชีวิตได้หากไม่รีบดูแลอย่างทันท่วงที บทความนี้จะไปรู้จักกับภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในอากาศร้อน พร้อมแนะนำวิธีสังเกตอาการ กลุ่มเสี่ยง ปัจจัยกระตุ้น และแนวทางการป้องกันอย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักผ่านหน้าร้อนนี้ไปอย่างปลอดภัยและสุขภาพดี
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ผู้ป่วยโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก
หากพบว่ามีอาการของโรคลมแดด ควรรีบดูแลอย่างเร่งด่วน ดังนี้

พาเข้าที่ร่มหรือห้องแอร์ ทันที
ถอดเสื้อผ้าชั้นนอก และช่วยระบายอากาศ
ใช้น้ำเย็นเช็ดตัว หรือพัดลมช่วยลดอุณหภูมิ
ดื่มน้ำเปล่า หลีกเลี่ยงน้ำหวานหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
หากเจอผู้ป่วยที่หมดสติและไม่หายใจ โทร. 1669 หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อเข้ารักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว และทำการ CPR ผู้ป่วย ณ บริเวณนั้น
โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงมากกว่าปกติ การรู้เท่าทันอาการ สาเหตุ และวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องชีวิตคุณและคนรอบข้างจากภัยร้ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนในที่ร่ม และสังเกตอาการอยู่เสมอ

เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่อาจช่วยชีวิตคุณได้ในเวลาคับขัน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/ปฐมพยาบาลเบื้องต้น-โรคล/

#สังคมสูงวัย
#โจทย์ใหญ่ด้านนโยบาย #โอกาสทางธุรกิจ
#ตัวช่วยรักษามะเร็ง #มะเร็งหายได้
#สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง
#คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย
#ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์
#วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง
#อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #ยาชุด #สูงวัยเตือนภัย #ฮีทสโตรก

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) อันตรายจากอากาศร้อนที่ไม่ควรมองข้ามฮีทสโตรก (heat stroke) หรือที่เรียกว่าโรคลมแดด เป็นภาวะรุนแรงท...
12/06/2025

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) อันตรายจากอากาศร้อนที่ไม่ควรมองข้าม
ฮีทสโตรก (heat stroke) หรือที่เรียกว่าโรคลมแดด เป็นภาวะรุนแรงที่เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง ทำให้เกิดการสูญเสียการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ส่งผลให้อาจหมดสติ ชัก และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
อาการของฮีทสโตรก สามารถแบ่งออกได้ตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้:
อาการเบื้องต้น
• ปวดศีรษะ และมีอาการเวียนหัว
• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
• เหงื่อออกมาก หรือบางครั้งเหงื่อไม่ออกเลยในบางกรณีที่ร่างกายร้อนเกินไปจนระบบขับเหงื่อหยุดทำงาน
อาการรุนแรง
• ขาดน้ำจากการสูญเสียความร้อน
• ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด มีภาวะชัก หมดสติ หรือการเต้นของหัวใจผิดปกติ
ฮีทสโตรก อันตรายแค่ไหน
ความร้ายแรงของฮีทสโตรก คือ ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจะทำให้ระบบในร่างกายทำงานผิดปกติไป โดยความผิดปกติเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ มึนศีรษะ ปวดศีรษะ อันนี้เป็นอาการเริ่มต้น หลังจากนั้น ถ้าเราไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ก็จะทำให้เกิดอาการฮีทสโตรก ก็จะมีอาการที่มีความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไป อาจจะมีภาวะชัก หรือว่าการหมดสติจากการที่หัวใจเราเต้นผิดจังหวะได้ และสุดท้ายคือเสียชีวิตได้
สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคลมแดด
1. อุณหภูมิที่สูง
2. ความชื้น ความชื้นที่สูงทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นได้
3. ภาวะแรงลม ถ้าไม่มีลม ก็ไม่สามารถพัดความร้อนได้
กลุ่มเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะโรคลมแดด
1. ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว :
3. ผู้ทำงานกลางแจ้งหรือออกกำลังกายหนัก
4. ผู้ที่ดื่มน้ำน้อยในหน้าร้อน:

การปฐมพยาบาล
ฮีทสโตรก ปฐมพยาบาลอย่างแรกคือ ต้องดูว่าคนไข้มีภาวะความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไปหรือเปล่า ถ้ามีภาวะความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไป ให้ไปคลำชีพจรดูว่าการหายใจเขาผิดปกติหรือเปล่า ถ้ามีการหายใจที่ผิดปกติ ต้องทำ CPR และโทร 1669 เพื่อเรียกรถพยาบาลมารับผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
ในกลุ่มผู้ป่วยที่ยังมีความรู้สึกตัวที่ปกติดีอยู่ ก็สามารถนำผู้ป่วยเข้ามาในที่ร่มได้ และให้ผู้ป่วยดื่มน้ำให้เยอะ ๆ และรีบลดอุณหภูมิกายโดยการใช้น้ำแข็ง หรือการใช้ cool blanket คือการใช้ผ้ายาง ใส่น้ำแข็งลงไป แล้วให้ผู้ป่วยนอนอยู่ในตรงนั้น ถ้ามีพัดลม สามารถเปิดพัดลมได้
ถ้าใช้เป็นผ้าชุบน้ำ ในคนไข้ที่เป็นโรคกลุ่มฮีทสโตรก มักจะไม่ค่อยได้ผล แต่สามารถใช้ได้ โดยการเช็ดตัวให้เช็ดตัวเหมือนผู้ป่วยที่เป็นไข้ คือเช็ดสวนขึ้นมาเข้าทางหัวใจ เช็ดทางเดียว และเปิดพัดลม

วิธีป้องกันฮีทสโตรก
ฮีทสโตรก (Heat Stroke) เกิดจากอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไปจากอากาศร้อน ทำให้หมดสติและอันตรายถึงชีวิต ควรป้องกันด้วยการดื่มน้ำและหลีกเลี่ยงแดดจัด
การดูแลตัวเองในหน้าร้อน คือ
ดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าปกติ : โดยเฉพาะเมื่อต้องออกกำลังกายหรือทำงานในที่กลางแจ้ง
หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน : หากต้องออกกลางแจ้ง ควรใส่หมวกหรือกางร่มเพื่อป้องกันความร้อน
ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี: เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถระบายความร้อนได้ง่ายขึ้น
พักในที่ร่มและมีลมพัดผ่าน : ควรหาที่พักในที่ที่มีการระบายอากาศดี เช่น ห้องที่มีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ
ไม่ควรออกกำลังกายหนักในช่วงที่ อากาศร้อนจัด : เลือกช่วงเวลาที่อากาศเย็นลง หรือทำกิจกรรมในช่วงเช้าหรือเย็นแทน
ไม่ควรอยู่ในห้องปิด : เปิดประตู หน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/articleฮีทสโตรก-heat-stroke-อันตรายจากอา
#สังคมสูงวัย
#โจทย์ใหญ่ด้านนโยบาย #โอกาสทางธุรกิจ
#ตัวช่วยรักษามะเร็ง #มะเร็งหายได้
#สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง
#คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย
#ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์
#วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง
#อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #ยาชุด #สูงวัยเตือนภัย #ฮีทสโตรก Stroke

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ดูแลตัวเองดี ต่อชีวิตได้อีกไกลโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (coronary artery disease: CAD) เป็นอีกหนึ่งโรคที...
05/06/2025

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ดูแลตัวเองดี ต่อชีวิตได้อีกไกล
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (coronary artery disease: CAD) เป็นอีกหนึ่งโรคที่มีความรุนแรง และสามารถทำให้เสียชีวิตได้ โดยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นโรคที่ทำให้เสียชีวิตมากเป็นอันดับสองรองลงมาจากโรคมะเร็ง
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ คือ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ คือ ภาวะที่หลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการแคบลงหรือตีบตัน สาเหตุมาจากการสะสมของไขมัน คอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ที่ผนังหลอดเลือด เมื่อหลอดเลือดตีบจะทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลง กล้ามเนื้อหัวใจจะได้รับเลือดและออกซิเจนน้อยลง จนเกิดอาการเจ็บหน้าอก หรือในกรณีรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวาย
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อาการ
อาการหลอดเลือดหัวใจตีบอาจไม่แสดงจนกว่าโรคจะอยู่ในระยะรุนแรง อาการสำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่:
• เจ็บแน่นหน้าอก
• เหนื่อยง่ายขณะออกแรง
• หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและเรื้อรัง
• ความดันโลหิตต่ำเฉียบพลัน
• หมดสติหรือหัวใจหยุดเต้น
ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง โดยสามารถแบ่งได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้และปัจจัยเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงได้ ดังนี้
1. ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
• อายุ : อายุที่มากขึ้นมีโอกาสเป็นเพิ่มขึ้น
• เพศ : เพศชายเป็นได้มากกว่าเพศหญิง หากในวัยหมดประจำเดือนเพศหญิงมีโอกาสเป็นเท่ากับเพศชาย
• ประวัติครอบครัว : พ่อ แม่ พี่ น้อง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ
2. ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่เปลี่ยนแปลงได้
• สูบบุหรี่
• ไขมันในเลือดสูง
• โรคความดันโลหิตสูง
• ไม่ออกกำลังกาย
• น้ำหนักมากหรืออ้วน
• โรคเบาหวาน
• กินอาหารไม่มีประโยชน์
• ความเครียด
ผลกระทบหลอดเลือดหัวใจตีบ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นโรคที่มีอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะถ้าหากปล่อยทิ้งไว้หรือรู้ตัวช้า ทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมตามเวลา เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีปัจจัยเสี่ยง ไขมันจะเริ่มเกาะที่ผนังหลอดเลือดด้านใน ทำให้หลอดเลือดตีบหรือแคบลง ส่งผลต่อเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดการปริแตกของหลอดเลือด เกล็ดเลือดหลุดเข้าไปอุดตันทางเดินของหลอดเลือด และเมื่อมีการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจเกินร้อยละ 50 คนไข้จะเริ่มมีอาการแสดง
การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ
หากคนไข้พบแพทย์ด้วยอาการแน่นหน้าอก หรืออาการอื่นที่กล่าวมาข้างต้น คนไข้จะได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจภายใน 10 นาที และเจาะเลือดเพื่อดูเอนไซม์ของหัวใจ หากสูงขึ้นแสดงว่ามีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจ ร่วมกับซักประวัติคนไข้ สอบถามระยะเวลาที่เจ็บแน่นหน้าอก หากมากกว่า 20 นาที อาจเกี่ยวข้องกับอาการหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รักษาอย่างไร
• หากหลอดเลือดตีบตันเพียงบางส่วน รักษาด้วยยา
• หากหลอดเลือดตันมาก รักษาด้วยการทำบอลลูนหัวใจ
• หากไม่สามารถทำบอลลูนหัวใจได้ รักษาด้วยการผ่าตัดทำบายพาสหัวใจ
การดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
• หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง (ควบคุมอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม ลดน้ำหนักตัว)
• กินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด พบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
• กินผัก ผลไม้ และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร
• กินอาหารแต่พออิ่ม หลังกินเสร็จพัก 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพราะหลังกินอาหารเลือดจะไปเลี้ยงที่ท้อง หากไม่พักจะทำให้เจ็บหน้าอก
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลังการรักษาแพทย์จะให้คนไข้ฝึกเดิน จากนั้นควรเพิ่มระยะเวลาทีละน้อย
• ทำจิตใจให้สงบ หาโอกาสพักผ่อน ลดความเครียด
• ไม่สูบบุหรี่
การดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ผ่านการดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสม ดังนี้
• หลีกเลี่ยงอาหารหวาน อาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว และอาหารเค็มจัด
• กินอาหารที่มีไขมันน้อย
• ออกกำลังกายเป็นประจำ
• หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
• นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด
• ควบคุมน้ำหนัก
• ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
สรุป
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นโรคที่มีความเสี่ยงสูงและอันตราย หากไม่ดูแลตนเองอย่างถูกต้อง แต่หากปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม การรักษาโรคนี้สามารถยืดอายุการใช้งานของหัวใจได้อีกยาวนาน ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีต่อไปในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ-ดู/
#สังคมสูงวัย
#โจทย์ใหญ่ด้านนโยบาย #โอกาสทางธุรกิจ
#ตัวช่วยรักษามะเร็ง #มะเร็งหายได้
#สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง
#คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย
#ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์
#วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง
#อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #ยาชุด #สูงวัยเตือนภัย #โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

ไวรัส RSV ในผู้สูงอายุ คืออะไร?RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหาย...
29/05/2025

ไวรัส RSV ในผู้สูงอายุ
คืออะไร?
RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ
ระบาดในฤดูฝนถึงฤดูหนาว อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
กลุ่มเสี่ยง
• เด็กเล็ก
• อายุมากกว่า 65 ปี
• ภูมิคุ้มกันต่ำ
• โรคปอด โรคหัวใจ
ติดต่อผ่านสารคัดหลั่ง
• น้ำมูก
• น้ำลาย
• เสมหะ
การรักษา
• มีเสมหะมาก
• หายใจมีเสียงหวีด
• หอบ หายใจเร็ว
• เบื่ออาหาร
• ไข้หวัดธรรมดา
• ตัวเขียว
ข้อแนะนำการฉีดวัคซีน
• ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส RSV ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
• ลดความรุนแรงของโรคและความเสี่ยงต่อการรักษาในโรงพยาบาล
• ป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงจากการติดเชื้อ RSV เช่น ปอดบวม และหลอดลมฝอยอักเสบ
• ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจาก RSV
• ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่จำเพาะต่อเชื้อ ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการและพักผ่อนให้เพียงพอ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/ไวรัส-rsv-ในผู้สูงอายุ-ลัดค /

#สังคมสูงวัย
#โจทย์ใหญ่ด้านนโยบาย #โอกาสทางธุรกิจ
#ตัวช่วยรักษามะเร็ง #มะเร็งหายได้
#สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง
#คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย
#ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์
#วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง
#อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #ยาชุด #สูงวัยเตือนภัย #ไวรัสRSVในผู้สูงอายุ #ไวรัสRSV

เตรียมตัวรับมือวัยทองอย่างเหมาะสมภาวะ วัยทองคืออะไร ?ภาวะที่สตรีเข้าสู่วัย หมดประจำเดือน รังไข่หยุดการผลิตไข่ทำให้ไม่มีป...
20/05/2025

เตรียมตัวรับมือวัยทองอย่างเหมาะสม
ภาวะ วัยทอง
คืออะไร ?
ภาวะที่สตรีเข้าสู่วัย หมดประจำเดือน รังไข่หยุดการผลิตไข่ทำให้ไม่มีประจำเดือนอีกต่อไป ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจ
อาการ
• ประจำเดือนมาไม่ปกติ
• ร้อนวูบวาบ
• อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
• นอนไม่หลับ
• ช่องคลอดแห้ง
เคล็ดลับ ! ความเยาว์วัย.. ✨
• ผ่อนคลายความเครียด
• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
• กินอาหารที่มีประโยชน์ ผักใบเขียว ผลไม้
• หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่
ข้อมูลจาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographicเตรียมตัวรับมือ-วัยทอง-อ/


#ตัวช่วยรักษามะเร็ง #มะเร็งหายได้
#สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง
#คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย
#ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์
#วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง
#อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #ยาชุด #สูงวัยเตือนภัย #ภาวะวัยทอง

วางแผนเกษียณยังไง ให้มีเงินใช้ไปทั้งชาติ 💰💸สำหรับการเริ่มต้นวางแผนเกษียณก็ไม่ยากเลยเพียงนำ 4 ขั้นตอนต่อไปนี้ไปปรับใช้ ขั...
06/05/2025

วางแผนเกษียณยังไง ให้มีเงินใช้ไปทั้งชาติ 💰💸
สำหรับการเริ่มต้นวางแผนเกษียณก็ไม่ยากเลยเพียงนำ 4 ขั้นตอนต่อไปนี้ไปปรับใช้
ขั้นตอนที่ 1 คำนวณค่าใช้จ่ายยามเกษียณ
แม้เรื่องในอนาคตเราจะไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่เราสามารถประเมินคร่าวๆ ได้ว่า เมื่อเกษียณอายุเราจำเป็นต้องใช้เงินมากแค่ไหน ซึ่งต้องคำนวณเผื่ออัตราเงินเฟ้อเข้าไปด้วย สมมติว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ต่อปี เมื่อคำนวณแล้วจะได้ค่าใช้จ่ายที่เราต้องเตรียมในยามเกษียณทั้งหมด 10,836,480 บาท
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเงินออมที่มีอยู่
เมื่อเราได้จำนวนเงินซึ่งเป็นเป้าหมายแล้ว สิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับถัดไป คือ สำรวจว่าปัจจุบันเรามีเงินออมเพื่อเกษียณจากอะไรบ้าง เช่น บัญชีเงินฝาก เงินทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันออมทรัพย์ หรือเงินลงทุนในหุ้น และกองทุนรวมต่างๆ การตรวจสอบเงินออมที่มีอยู่ก็เพื่อให้เราสามารถคำนวณได้ว่ายังขาดเงินที่ต้องออมเพิ่มอีกเท่าไหร่ เพื่อให้ได้จำนวนเงินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ขั้นตอนที่ 3 วางแผนลงทุน สร้างเงินออม
เมื่อรู้จำนวนเงินที่ยังขาดแล้ว ก็ให้เรานำตัวเลขนั้นมาวางแผน โดยเริ่มจากการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อให้เกิดเงินออมในแต่ละเดือน ซึ่งเราจะนำเงินออมเหล่านั้นมาวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ ดังนั้น ควรจัดสรรพอร์ตลงทุนแบบเชิงรุกที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วย

ขั้นตอนที่ 4 ทบทวนเป้าหมายสม่ำเสมอ
เมื่อเราได้แผนการลงทุนที่เหมาะสมแล้ว ก็เริ่มต้นออมเงินได้เลย ที่สำคัญต้องตรวจสอบแผนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย บริหารพอร์ตลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง รวมทั้งเมื่อเวลาผ่านไปต้องพิจารณาว่าระดับความเสี่ยงที่เรารับได้เปลี่ยนไปหรือไม่ เพื่อประเมินและปรับเปลี่ยนแผนการออมให้เหมาะสมกับตัวเองมากยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.setinvestnow.com/th/financialplanning/retirement-planning
#โปรตีนเสริม #สูงวัย #สูงอายุ #มะเร็ง #คนรักสุขภาพ #ภูมิคุ้มกันบำบัด #ชาวสูงวัย #ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข #สูงวัยอย่างไรให้สุขสันต์ #วัยเก๋า #วัยเก๋า #เเรงบันดาลใจ #ข้อมูลมะเร็ง #อาหารเสริม #อาหารเสริมนำเข้า #ข้อมูลสุขภาพ #สูงวัยใส่ใจสุขภาพ #สูงวัยเตือนภัย #วางแผนเกษียณ #วางแผนเกษียณยังไงให้มีเงินใช้ไปทั้งชาติ

ที่อยู่

56 Krungthep-nont Soi 4, Krungthep-nont Road, Bangkhaen, Muang
Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66928789142

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ReGen Center ให้อายุเป็นเพียงตัวเลขผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์