D-Kout ศูนย์ดีเก๊าท์ ภาคใต้ ลดปวด บวม แดง โดยชิชา

D-Kout ศูนย์ดีเก๊าท์ ภาคใต้ ลดปวด บวม แดง โดยชิชา ให้คำแนะนำในการดูแลอาการปวดตามข้อ

08/10/2019

ดูเลย เก๊าท์ ป้องกันได้คะ

8 ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ..ทำให้เกิด " โรคเก๊าท์ "1.การดื่ม เหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์ เป็นประจำ2.ได้รับวิตามินซี ไม่เพียงพอ3.กา...
06/10/2019

8 ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ..ทำให้เกิด " โรคเก๊าท์ "

1.การดื่ม เหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์ เป็นประจำ
2.ได้รับวิตามินซี ไม่เพียงพอ
3.การรับประทานอาหารทีมีสารพิวรีนมากเกินไป เช่น สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ยอดผัก กะปิ เป็นต้น
4.ดื่มน้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้ บางชนิดที่มีน้ำตาลฟรุกโตสอยู่มาก เพราะอาจเพิ่มการสะสมกรดยูริกในเลือด
5.อาการเจ็บป่วยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเซลล์ในร่างกายอย่างรวดเร็ว เช่น โรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรง หรือความผิดปกติทางเลือดบางอย่าง
6.ยาบางประเภทที่ส่งผลต่อระดับกรดยูริกในร่างกาย เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาเคมีบำบัดบางชนิด ยาแอสไพริน และยาลดความดันโลหิตบางชนิด
7.โรคประจำตัวหรือสภาวะของร่างกายบางอย่าง เช่น ภาวะอ้วน โรคความดันโลหิตสูง ไตทำงานผิดปกติ โรคเบาหวาน
8.มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคเก๊าท์

👉วิธีรักษา " โรคเก๊าท์ "

การใช้ยารักษา แพทย์จะพิจารณาดูจากหลายปัจจัยประกอบ เพื่อเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทั้งอาการของโรค สุขภาพโดยรวม หรือการพูดคุยกับผู้ป่วย ควบคู่กับการปฏิบัติตนเพื่อเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของโรค

การผ่าตัด มักใช้ในกรณีที่อาการของโรคมีการพัฒนาจนรุนแรงขึ้นกลายเป็นปุ่มนูนหรือก้อนโทฟี่ เนื่องจากการสะสมของผลึกยูเรตตามเนื้อเยื่อและข้อต่อต่าง ๆ และการรักษาด้วยยาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร หรืออาจเป็นเพราะผู้ป่วยปล่อยให้โรคดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รักษา แพทย์อาจใช้วิธีการผ่าตัดทดแทนการใช้ยา ซึ่งเป้าหมายของการรักษา คือ การบรรเทาอาการปวดให้ลดลงอย่างรวดเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดของโรคเก๊าท์ในบริเวณข้ออื่น ๆ ในอนาคต รวมไปถึงลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากโรค เช่น โครงสร้างข้อต่อผิดรูป ไตเกิดความผิดปกติ..

แนะนำให้รีบดูแลค่ะ
เพราะโรคเก๊าท์ คือ กรดยูริกในเลือดสูง
ถ้ากรดยูริคสูงเกินไป จะมีอันตรายต่อไตทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้ด้วยค่ะ

ปรึกษาฟรี หรือรับข้อมูลในการดูแลสุขภาพเพิ่มเติม
โทร.064 489 0457 ชิชา
หรือคลิ๊กลิงค์ด้านล่างเพื่อรับข้อมูลข่าวสารในการดูแล

👉โรคเก๊าท์ ปวด บวมแดง มีกรดยูริกสูง เป็นๆหายๆปวดแต่ละครั้งแทบเดินไม่ได้ ทานของชอบก็ทานไม่ได้ ปวดตลอด นอนไม่ค่อยหลับ เพลี...
02/10/2019

👉โรคเก๊าท์ ปวด บวมแดง มีกรดยูริกสูง เป็นๆหายๆปวดแต่ละครั้งแทบเดินไม่ได้ ทานของชอบก็ทานไม่ได้ ปวดตลอด นอนไม่ค่อยหลับ เพลียง่ายเหนื่อยง่าย ทำงานไม่ได้เลย

🔥ข่าวดี!!ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไปแล้ว เพราะมีดีเค๊าท์ช่วยคุณได้
D Kout 1 กล่องมี 30 เม็ด ราคา 1,765.- [บาท
สอบถาม/สั่งซื้อ โทร.0644890457 หรือคลิกเลย

โรคเกาต์ ห้ามกินอะไร? อาหารที่ควรงด และ อาหารที่ควรกิน ป้องกันโรคเกาต์กำเริบได้!โรคเกาต์ เป็นโรคข้ออักเสบซึ่งเกิดจากกรดย...
02/10/2019

โรคเกาต์ ห้ามกินอะไร? อาหารที่ควรงด และ อาหารที่ควรกิน ป้องกันโรคเกาต์กำเริบได้!

โรคเกาต์ เป็นโรคข้ออักเสบซึ่งเกิดจากกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้หากดูแลรักษาตัวเองและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริคสูงเพราะจะไปกระตุ้นทำให้โรคกำเริบ สารพิวรีนจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในเลือดจึงทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงผิดปกติ โดยสารพิวรีนจะพบมากในอาหารดังต่อไปนี้

อาหารที่มีพิวรีนสูง

สัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด ห่าน
เครื่องในสัตว์ ตับอ่อน หัวใจไก่ ตับไก่ กึ่นไก่ เซ่งจี๊หมู ตับหมู
ปลา ปลาซาดีน ปลาดุก ปลาอินทรีย์ ปลาไส้ตัน กุ้ง หอย ไข่ปลา
ซุปก้อน น้ำซุปกระดูก กะปิ
ผัก เช่น เห็ด กระถิ่น ชะอม ยอดฟักแม้ว ยอดตำลึง แตงกวา
ธัญพืช เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ
ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท

อาหารที่มีพิวรีนกลาง
อาหารทะเล เช่น ปลาหมึก ปู ปลาทูน่า ปลาแซลมอน
สัตว์เนื้อแดง ที่มีปริมาณไขมันน้อย เนื้อหมู เนื้อวัว
ผัก เช่น สะตอ ผักโขม ใบขี้เหล็ก หน่อไม้ หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ
ธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ข้าวโอ๊ต
เหล้าและเบียร์ ชนิดต่างๆ ไวน์

อาหารที่มีพิวรีนต่ำ
ไข่ ผักไข่เป็ด ไข่ไก่ ไข่นกกระทา
นม เนย เนยเทียม
น้ำตาล ไขมันจากพืชและสัตว์
ขนมปัง ขนมเค้ก น้ำหวาน
ผัก ผลไม้ ถั่วงอก คะน้า มันฝรั่ง
ธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวฟ่าง ลูกเดือย อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย เกาลัด

>>>อยากทานอาหารได้ปกติ ต้องขับกรดยูริกนะจ๊ะ

ปรึกษาฟรี หรือรับข้อมูลในการดูแลสุขภาพเพิ่มเติม
โทร.064 489 0457 ชิชา

ผู้ที่มีภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการของโรคเกาต์ แต่มักจะพบอาการทางเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) ได้แก่ โ...
24/09/2019

ผู้ที่มีภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการของโรคเกาต์ แต่มักจะพบอาการทางเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วนลงพุง และโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน
แต่หากระดับของกรดยูริกสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จะส่งผลต่อการเกิดโรคเกาต์ได้ โดยพบว่าผู้ที่มีระดับกรดยูริกในเลือดมากกว่า 9 มก./ดล. เป็นเวลา 5 ปี ก็จะมีโอกาสเป็นโรคเกาต์ สูงถึง 22 % และในขณะที่ผู้ที่มีระดับกรดยูริก 7-8.9 มก./ดล.ระยะนาน 5 ปี พบเพียง 3 % เท่านั้น

👉เนื่องจากโรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเพศชาย ผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่ข้ออย่างฉับพลัน รวมถึงมีอาการข้อแ...
24/09/2019

👉เนื่องจากโรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเพศชาย ผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่ข้ออย่างฉับพลัน รวมถึงมีอาการข้อแข็งและบวม ซึ่งมักจะเป็นที่นิ้วหัวแม่เท้า ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการของโรคเก๊าท์ก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อข้อต่อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่ออื่นๆ ได้

🍄โรคเก๊าท์เกิดจากร่างกายมีกรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติ และมีการสะสมกรดยูริกเป็นระยะเวลายาวนานหลายปี จึงทำให้กรดยูริกตกตะกอน สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าสะสมมากที่ข้อต่อก็จะเกิดอาการข้อต่ออักเสบ และปวด แดง ร้อนบริเวณข้อต่อ ถ้ากรดยูริกสะสมอยู่ตามผิวหนังมาก จะส่งผลให้เกิดปุ่มนูนขึ้นตามผิวหนัง ถ้ากรดยูริกสะสมที่ไตมาก ก็จะเกิดเป็นโรคนิ่วในใตและเกิดอาการไตเสื่อม

📍สูตรสมุนไพรรักษาโรคเก๊าท์ 5 สูตร📍

👍สูตร 1

น้ำมะกรูด ผสมน้ำผึ้งนิดหน่อย แล้วเอาน้ำอุ่นเติมใส่ไม่ต้องมาก หรือน้ำเย็น ผสมแล้วนำมาดื่ม ใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง ดื่มทุกวันช่วยบรรเทาอาการ

👍สูตร 2

ใบรางจืด 5 ใบ + ใบเตย 5 ใบ ต้มน้ำ 2 ลิตร ดื่มทุกวัน จะช่วยลดการเป็นเก๊าท์ – รูมาตอยด์ สูตรนี้ลดหินปูนได้ดีที่สุด

👍สูตร 3

ใบยอ 4 ใบ + มะตูมแห้ง 1 แว่นย่างไฟให้เหลือง นำมาต้มกับน้ำ 3 ขวด เคี่ยวให้เหลือ 2 ขวด ดื่มกินต่างน้ำทุกวันจนกว่าจะหาย

👍สูตร 4

ใบมะรุมสดๆ 3 ยอด ต้มน้ำ 2 ลิตร ดื่มทุกวัน ลดอาการเก๊าท์ได้

👍สูตร 5

มะละกอดิบ 1 ลูก เอาเมล็ดออก ไม่ต้องปลอกเปลือก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นทอนๆ ต้มน้ำ 3 ลิตร ดื่มทุกวันอาการปวดลดลงจนหาย

📍เมนูอาหารแนะนำที่ช่วยลดอาการเก๊าท์📍

1. ใบย่านางสดวันละ 10-20 ใบ ตามน้ำหนักตัวคั้นน้ำดื่ม ดื่มบ่อยๆ แต่ไม่จำเป็นต้องทุกวัน
2. ใบรางจืด + ใบเตย ต้มน้ำดื่มประจำ
3. ใบมะรุมสด ลวกจิ้มน้ำพริก
4. ลูกเดือยต้มกับข้าวเจ้า แบบข้าวต้ม ทานบ่อยๆ

❗️อาหารที่คนเป็นโรคเก๊าท์ควรงด❗️

เนื่องจากโรคเก๊าท์ เป็นโรคที่เกิดจากการการรับประทานอาหาร การใช้ชีวิต การกินอยู่ ดังนั้นหากจะแก้ไขต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือการหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีสารพิวรีนสูง ซึ่งได้แก่อาหารต่อไปนี้
1. เนื้อสัตว์ปีกทุกชนิด
2. เครื่องในสัตว์ทุกชนิด
3. ไข่ปลา
4. ปลาดุก, ปลาไส้ตัน, ปลาซาร์ดีน
5. กุ้ง
6. ผักชะอม, ผักกระถิน, ผักสะเดา
7. กะปิ
8. น้ำต้มกระดูก
9. ซุปก้อน
10. เห็ด

❤️การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ❤️

1 การป้องกันการเกิดภาวะอักเสบของเก๊าท์ในระยะยาว สามารถใช้ยาที่ช่วยลดการสร้างกรดยูริกในร่างกาย เช่น ยาที่ยับยั้งเอนไซม์แซนทีนออกซิเดส (xanthine oxidase inhibitors) หรืออาจใช้ยาที่ช่วยขับกรดยูริกออกจากร่างกาย (uricosuric)

2 กินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะยาที่ช่วยลดกรดยูริก

3 ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงลดการบริโภคเนื้อสัตว์และอาหารทะเล

สนใจ สอบถาม/สั่งซื้อ

☎️ 064 489 0457

โรคเก๊าต์ นิ่วในไต ภาวะเลือดเป็นกรด รวมทั้งความเสี่ยงโรคต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากกรดยูริกในอาหาร แต่ถ้าใครคิดจะเ...
24/09/2019

โรคเก๊าต์ นิ่วในไต ภาวะเลือดเป็นกรด รวมทั้งความเสี่ยงโรคต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากกรดยูริกในอาหาร แต่ถ้าใครคิดจะเลี่ยงเนื้อสัตว์มากินผักก็ต้องระวัง เพราะก็มีธัญพืช ผลไม้ และผักที่กรดยูริกสูงอยู่เหมือนกัน

กรดยูริก ชื่อนี้หลายคนคงรู้จักกันดี เพราะเจ้ากรดชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคเกาต์ ที่สร้างความเจ็บปวดทรมานให้ผู้ที่เป็น โดยหลาย ๆ คนมักจะคิดว่าการมีกรดยูริกในร่างกายสูงนั้นเกิดมาจากการรับประทานโปรตีนประเภทเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียว อยากให้รู้ว่าผิดถนัดเลยล่ะค่ะ เพราะแท้จริงแล้วพืชผัก หรือธัญพืชบางชนิดก็มีตัวกระตุ้นการสร้างกรดยูริกอย่างสารพิวรีนในร่างกาย ที่หากรับประทานเข้าไปมาก ๆ ก็ทำให้มีกรดยูริกในร่างกายสูงได้เช่นกัน วันนี้กระปุกดอทคอมขอนำเสนอเรื่องอันตรายของกรดยูริก และผักที่มีกรดยูริกสูง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเพราะอันตรายจากกรดยูริกนั้นจู่โจมคุณได้ทุกเมื่อ

อันตรายจากกรดยูริก อันตรายกว่าที่คิด

กรดยูริกเป็นผลพวงที่เกิดมาจากการย่อยสลายของสารพิวรีน (Purines) ในร่างกาย โดยสารพิวรีนนั้นก็มีต้นกำเนิดมาจากการย่อยโปรตีนในร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วในร่างกายของเราควรจะต้องมีกรดยูริกไม่เกิน 2.3-7.1 มิลลิกรัม ต่อเลือด 100 มิลลิลิตร แต่ถ้าหากเกิดความผิดปกติขึ้นกับระบบการย่อยโปรตีน ก็จะทำให้ร่างกายสร้างกรดยูริกออกมามากกว่าปกติและทำให้เกิดอันตรายกับอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมาอีกด้วย โดยอาการที่สามารถเห็นได้ชัดเมื่อกรดยูริกในร่างกายสูงขึ้นผิดปกติก็คือ หูอื้อ มีเสียงดังในหู และเวียนหัวเหมือนบ้านหมุนได้ เนื่องจากเส้นเลือดหดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับหูและการทรงตัวได้ไม่เต็มที่นั่นเอง ทั้งนี้ หากมีกรดยูริกสะสมในร่างกายมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ดังนี้

โรคเกาต์ (Gout)

โรคเกาต์นั่นมีสาเหตุโดยตรงมาจากภาวะกรดยูริกในร่างกายสูง ซึ่งภาวะกรดยูริกสูงนั้นเกิดได้จาก 2 สาเหตุก็คือ รับประทานโปรตีนมากเกินไปจนทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้หมด จนทำให้ระบบย่อยโปรตีนมีปัญหาและสร้างกรดยูริกออกมาในปริมาณที่มากกว่าปกติ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากความผิดปกติของยีนในร่างกายซึ่งเกี่ยวข้องกับการย่อยโปรตีน โดยศูนย์การแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ เปิดเผยว่า เมื่อกรดยูริกในร่างกายสูงขึ้น ร่างกายก็ไม่สามารถกำจัดออกจากร่างกายได้หมด กรดเหล่านี้ก็จะตกผลึกในกระเพาะปัสสาวะ หรือไปเกาะอยู่ตามข้อต่อต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณเท้าและมือ ไปกดให้เนื้อเยื่อเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวด จากนั้นก็จะเกิดอาการข้ออักเสบและบวม ซึ่งเราเรียกอาการนี้ว่า โรคเกาต์นั่นเอง

ภาวะเลือดเป็นกรด (Metabolic Acidosis)

ภาวะเลือดเป็นกรดถือเป็นอาการที่อันตรายร้ายแรง ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง เนื่องมาจากร่างกายไม่สามารถกำจัดกรดยูริกออกจากร่างกายได้หมดและเหลือตกค้างเป็นจำนวนมาก อาการที่สามารถเห็นได้ชัดก็คือ จะหายใจถี่ขึ้น มีอาการมึนงงสับสน ซึม ช็อก และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่อาการเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเฉียบพลัน หากจะเกิดจากการสะสมของกรดยูริกเป็นเวลานานค่ะ

นิ่วในไต (Kidney Stone)

เมื่อกรดยูริกสะสมอยู่ในไตมากเกินไปก็อาจจะเกิดการตกผลึกและเกาะตัวกันเป็นก้อนนิ่วอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ และสามารถสร้างความเจ็บปวดให้ได้ไม่น้อย และวิธีการรักษาเดียวก็คือการผ่าตัดนำก้อนนิ่วนั้นออก นอกจากนี้เมื่อผ่าตัดแล้วก็จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร เนื่องจากนิ่วนั้นสามารถเกิดซ้ำได้ หากไม่ระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในครอบครัวที่มีประวัติเป็นนิ่วในไตมาก่อน

ธัญพืช ผลไม้ หรือผักอะไรที่มียูริกสูง ควรกินแต่พอเหมาะ

จริง ๆ แล้วการหลีกเลี่ยงภาวะกรดยูริกสูงที่ดีที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงการรับประทานโปรตีน แต่หารู้ไม่ว่าแม้จะเลี่ยงการรับประทานโปรตีนแล้ว การหันมารับประทานบรรดาพืชและผักชนิดต่าง ๆ ก็ยังต้องเลือกให้ดี เพราะบรรดาพืชที่เราคิดว่ามีประโยชน์นั้นบางชนิดก็มีกรดยูริกสูงแบบอันตรายสุด ๆ เอาไว้ด้วยล่ะ อย่างเช่นที่เอกสารทางวิชาการอย่าง Food Composition and Nutrition Tables ได้เปิดเผยปริมาณของกรดยูริกในผัก ผลไม้ และธัญพืชไว้ดังนี้ค่ะ

ก็เรียกว่าปริมาณของกรดยูริกนั้นไม่น้อยเลยเชียวล่ะค่ะ สำหรับคนป่วยยังไงก็ควรลดปริมาณกันดีกว่า เพราะถ้าหากรับประทานบ่อย ๆ และมาก ๆ เข้า ก็อาจจะไปสะสมทำให้เกิดภาวะกรดยูริกในร่างกายสูงได้ค่ะ ทางที่ดีคือ เลือกรับประทานผักให้หลากหลายชนิด สลับสับเปลี่ยนกันไป จะได้ไม่มีสารอะไรตกค้างในร่างกายในปริมาณที่มากจนเกินไป

กรดยูริกแม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีกับร่างกาย แต่ถ้าหากควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติได้ ร่างกายของเราก็จะไม่มีความผิดปกติใด ๆ ดังนั้นอย่ารอให้เกิดอาการก่อนแล้วค่อยมาปรับตัว เพราะถ้าถึงตอนนั้นแล้วเราก็คงต้องใช้เวลากันอีกนานกว่าร่างกายจะมาสมบูรณ์แข็งแรงกันอีกครั้ง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาเลย เพราะแค่สุขภาพที่เสียไปก็ไม่คุ้มกันแล้วนะ

ทางเลือกในการลดกรดยูริก "ดีเค๊าท์"

สอบถาม/สั่งซื้อ โทร.064 489 0457 คุณชิชา

เป็นเกาท์ไม่ควรทานนะคะ
24/09/2019

เป็นเกาท์ไม่ควรทานนะคะ

>>>อาหารที่มีกรดยูริกสูงที่ควรงดกรดยูริค (Uric acid) คือกรดชนิดหนึ่งในร่างกาย เกิดจากการเผาผลาญของสารพิวรีน ถ้ามีมาก เกิ...
24/09/2019

>>>อาหารที่มีกรดยูริกสูงที่ควรงด

กรดยูริค (Uric acid) คือกรดชนิดหนึ่งในร่างกาย เกิดจากการเผา
ผลาญของสารพิวรีน ถ้ามีมาก เกินไปจะเก็บสะสมตามข้อต่างๆ
จนอาจจะเป็นโรคเก๊าท์ได้ ชาย ไม่ควรมีกรดยูริคในเลือดมากกว่า
8 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรหญิง ไม่ควรมีกรดยูริคในเลือดมากกว่า
6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ที่มา: nutrition.anamai.moph.go.th

อาหารที่มีสารพิวรีนน้อย ( 0-50 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)

1.นมและผลิตภัณฑ์จากนม 2.ไข่ 3.ธัญญพืชต่าง ๆ 4.ผักต่าง ๆ 5.ผลไม้ต่าง ๆ 6.น้ำตาล 7.ผลไม้เปลือกแข็ง(ทุกชนิด) 8.ไขมัน

อาหารที่มีสารพิวรีนปานกลาง (50-150 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)

1.เนื้อหมู 2.เนื้อวัว 3.ปลากระพงแดง 4.ปลาหมึก 5.ปู 6.ถั่วลิสง
7.ใบขี้เหล็ก 8.สะตอ 9.ข้าวโอ๊ต 10.ผักโขม 11.เมล็ดถั่วลันเตา
12.หน่อไม้

อาหารที่มีพิวรีนสูง (150 มิลลิกรัมขึ้นไป)

* อาหารที่ควรงด

1.หัวใจไก่ 2.ไข่ปลา 3.ตับไก่ 4.มันสมองวัว 5.กึ๋นไก่ 6.หอย 7.เซ่งจี้(หมู) 8.ห่าน 9.ตับหมู 10.น้ำต้มกระดูก 11.ปลาดุก 12.ยีสต์ 13.เนื้อไก่,เป็ด 14.ซุปก้อน 15.กุ้งชีแฮ้ 16.น้ำซุปต่าง ๆ 17.น้ำสกัดเนื้อ 18.ปลาไส้ตัน 19.ถั่วดำ 20.ปลาขนาดเล็ก 21.ถั่วแดง 22.เห็ด 23.ถั่วเขียว 24.กระถิน 25.ถั่วเหลือง 26.ตับอ่อน 27.ชะอม 28.ปลาอินทรีย์ 29.กะปิ 30.ปลาซาดีน
กระป๋อง

การดูแลตนเองสำหรับผู้มีกรดยูริคสูง

รับประทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ โดยงดอาหารที่มีพิวรีนสูง ซึ่งได้แก่ เครื่องในสัตว์ เนื้อวัว น้ำสกัดจากเนื้อสัตว์เข้มข้น น้ำต้มเนื้อ ปลาทู ปลารัง หอยแมลงภู่ หอยสแคลลอบ ห่าน ไข่ปลา ปลาไส้ตัน และผลิตภัณฑ์จากปลาไส้ตัน ยีสต์ และอาหารหมักที่ใช้ยีสต์

ผัก รับประทานผักส่วนที่โตเต็มวัย ไม่รับประทานส่วนยอดผัก และหลีกเลี่ยงหน่อไม้ หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ สะตอ กระถิน ชะอม ผักขม

รับประทานเต้าหู้เป็นประจำ เพราะเต้าหู้จะช่วยขับยูริคได้

ไม่รับประทานอาหารมันมาก เช่น อาหารที่ทอดอมน้ำมันมาก เนื้อสัตว์ติดมัน เพราะไขมันทำให้ร่างกายขับยูริคได้น้อยลง

ดื่มน้ำสะอาด มากๆ วันละ 3 ลิตร เพื่อช่วยการขับถ่ายยูริค

งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้
ยูริคสูงขึ้น ทอดยอด ยอดคะน้า และยอดผักหวานก็เป็นอาหาร ที่ควรละเว้น โดย

๑. ขณะที่เกิดอาการ หรือผู้ที่เป็นโรคเกาต์ ควรงดยอดผักทุก ชนิด เพราะส่วนที่กำลังงอกจะมี สารพิวรีนสูงเปลี่ยนเป็นกรดยูริกได้ ยอดผักบุ้งจีน
ผักเฉพาะที่เกิดอาการ

๒. ผลของพืชไม่ได้ห้าม แต่เมล็ดพืชควรงด รวมทั้งงาด้วย ให้สังเกตว่า
อะไรที่สามารถงอกได้จะ มีการสะสมสารพิวรีนแม้จะทำให้สุกแล้วก็ตาม

๓. เช่นเดียวกับข้อ ๒ คือเมล็ดพืชทุกชนิดที่งอกได้จะมียูริกค่อนข้างมาก ควรงดโดยเฉพาะขณะมีอาการ

๔. ถั่วเมล็ดแห้งทั้งหลายมีสารยูริกสูงปานกลาง หากกินไม่มาก ก็ไม่เป็นไร แต่ในที่นี้คุณดื่มนมถั่วเหลืองชนิดเข้มข้นวันละ ๑ ลิตร หรือมากกว่านับว่าปริมาณมากเกิน ทำให้ได้รับพิวรีนมาก ประกอบกับโปรตีนก็สูง ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นการสร้างกรดยูริกภายในร่างกายได้ ควรลดปริมาณการดื่มนมถั่วเหลืองลงให้เหลือวันละ ๒ แก้ว ถ้าอาการ ยังไม่ดีขึ้นอาจต้องงดสักระยะหนึ่งก่อน ให้เวลาร่างกายขับยูริกออกก่อน ปกติเมื่อปรึกษาแพทย์ๆ จะให้ยาขับยูริก และอาการจะดีขึ้นใน ๓-๔ วัน

๕. การเกิดกรดยูริกมาจาก ๒ ปัจจัย

- ปัจจัยภายนอก ได้แก่ สารต่างๆ ในอาหารทั่วไปที่มีผลทำให้ปริมาณกรดยูริกในร่างกายสูงขึ้นได้ เช่น สารพิวรีน กรดยูริก หรือเกลือของกรดยูริกในอาหาร สารพวกนี้จะถูกเผาผลาญเป็นกรดยูริกได้

- เกิดจากปัจจัยภายใน กรดยูริกที่เกิดจากการสลายตัวของเซลล์ต่างๆในร่างกาย เช่น ถ้ากล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นหรือในภาวะอดอาหารมีการสลายของกล้ามเนื้อ จะมีสารพิวรีนเกิดมาก กรดยูริกก็เกิดมากด้วยอาหารที่มีพิวรีนสูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ ปลาซาดีน ตับ ไต น้ำสกัดจากเนื้อน้ำต้มกระดูก อาหารที่มีพิวรีนปานกลาง ได้แก่ เนื้อ ไก่ ปลา อาหารทะเล หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม ถั่วต่างๆ เห็ด กะหล่ำดอก ยอดผักต่างๆ อาหารที่มีพิวรีนต่ำ ได้แก่ ผักเกือบทุกชนิด ผลไม้ ไข่ นม เนยแข็ง เมล็ดข้าวขัดสี แป้ง (ยกเว้น
แป้งสาลี)

นอกจากนี้ ยาบางอย่าง เช่น แอสไพริน และยาที่เข้าซาลิไซเลต ยับยั้งการขับยูริกออกจากร่างกาย อาหารที่มีไขมันสูงจะยับยั้งการขับยูริกออกจากร่างกาย น้ำดื่มก็นับว่าสำคัญ ควรดื่มน้ำให้มาก อาจถึง ๓ ลิตรต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีกรดยูริกเข้มข้นมากจนตกตะกอนและจับตัวเป็นผลึก ซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้

สำหรับเรื่องการออกกำลังกาย ขณะที่มีอาการไม่ควรออกกำลังกาย เพราะกล้ามเนื้อทำงานมาก ก็มีสารพิวรีนมากขึ้น และมีการสร้างสาร แลคเตท ทำให้การขับยูริกลดลง ในภาวะปกติที่ไม่มีอาการกำเริบ คือสามารถควบคุมอาการของโรคได้ ก็ออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่หนักเกินไป เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ โยคะ เป็นต้น

โรคเก๊า คืออะไร ?โรคเก๊า (Gout) เป็นโรคข้ออักเสบ ที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีกรดยูริกสูงมากในเลือด สะสมมาเป็นระยะเวลานาน จ...
24/09/2019

โรคเก๊า คืออะไร ?

โรคเก๊า (Gout) เป็นโรคข้ออักเสบ ที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีกรดยูริกสูงมากในเลือด สะสมมาเป็นระยะเวลานาน จนกรดยูริกนั้นตกตระกอนอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

โรคเก๊าท์อาจใช้เวลานานถถึง 10 ปี กว่าจะแสดงอาการข้ออักเสบขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดอาการขึ้นบริเวณเท้า

และถ้ามีกรดยูริกสะสมตามผิวหนัง จะทำให้มีปุ่มนูนขึ้นตามผิวหนัง แต่ถ้ากรดยูริกไปตกตระกอนที่ไต จะทำให้เกิดนิ่วในไต และไตเสื่อมได้ในที่สุด

โรคเก๊าท์เกิดจากสาเหตุอะไร ?

มีกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานโดยไม่รู้ตัว
มีกรรมพันธุ์เป็นโรคนี้
มีพฤติกรรมชอบกินอาหารที่มีสารพิวรีนสูงเป็นประจำ ซึ่งสารพิวรีน เป็นสารตั้งต้นที่ก่อให้เกิดกรดยูริก เช่น ไก่ เครื่องในสัตว์ทุกชนิด ผักบางชนิด โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น
คนที่เป็นโรคอ้วน น้ำหนักเกินมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้

กรดยูริก คืออะไร?

กรดยูริก ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายจะสร้างขึ้นเองจากการย่อยสลายของเซลล์ และสามารถขับกรดยูริกผ่านทางไต และขับออกทางปัสสาวะได้เอง

และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เกิดจากการที่เรารับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูงมากจนเกินไป ซึ่งสารพิวรีนจะพบในสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ พืชผักบางชนิด และอาหารทะเลบางอย่าง

แต่ถ้าร่างกายไม่สามารถขับกรดยูริกออกมาได้หมด ร่างกายก็จะเกิดการสะสมกรดยูริก โดยเฉพาะบริเวณข้อและกระดูก ผนังหลอดเลือด และไต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดโรคเก๊าท์

อาการของโรคเก๊าท์

1.ในระยะแรก จะมีอาการปวดแดงร้อนเฉียบพลัน ใน 24 ชั่วโมงแรก จะปวดมากที่สุด
2.ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า อยู่ดีๆก็ปวดขึ้นมาเลย โดยเฉพาะที่นิ้วโป้งเท้า และตรงข้อเท้า และเข่า
3.หลังจาก 24 ชั่วโมงผ่านไปอาการตจะเริ่มดีขึ้น และจะหายสนิทภายใน 5-7 วัน
4.ในระยะแรกจะมีอาการอักเสบแค่บริเวณเดียว หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จะทำให้โรคค่อยๆ ลามไปจุดอื่นทั่วร่างกาย จะมีอาการปวดและบวมนานขึ้น และรุนแรงขึ้น

ที่อยู่

Nonthaburi
11000

เบอร์โทรศัพท์

0644890457

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ D-Kout ศูนย์ดีเก๊าท์ ภาคใต้ ลดปวด บวม แดง โดยชิชาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์