ดีบูน DBoone ดูแลกระดูกและไขข้อ by อ๋อย 081 685 5691

  • Home
  • ดีบูน DBoone ดูแลกระดูกและไขข้อ by อ๋อย 081 685 5691

ดีบูน DBoone ดูแลกระดูกและไขข้อ by อ๋อย 081 685 5691 ดีบูน (DBoon) สำหรับกระดูกและข้อไขข้อ กระดูก โรคเก๊าท์ รูมาตอยด์ ข้อเสื่อม ข้ออักเสบ

ดีบูน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดีบูน (DBoon) สำหรับกระดูกและข้อ

เหมาะสำหรับ
สตรีวัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
นักกีฬา หรือ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานานๆ
ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ กระดูกพรุน


รายละเอียด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดีบูน ผง (DBoon Powder) สำหรับกระดูกและข้อ บำรุงไขข้อ กระดูก บรรเทาอาการจากโรคเก๊าท์ รูมาตอยด์ หมอนรองกระดูกทับเส

้น ข้อเสื่อม กระดูกพรุน ข้ออักเสบ เสริมแคลเซียม
ดูแลกระดูกและข้ออย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ กระดูกพรุน หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน นิ้วล็อค ผู้ที่ขาดแคลเซียม สุภาพสตรีวัยหมดประจำเดือน นักกีฬา อาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานาน บรรเทาอาการปวดตามข้อ


ดีบูนเน่ (DBoone) ช่วยในเรื่อง
ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
บรรเทาอาการโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
บรรเทาอาการนิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน
บรรเทาอาการปวดตามข้อ
ป้องกันการเกิดโรคข้อเสื่อม
ป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ


ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 เม็ด
คอลลาเจนจากปลาทะเล (Hydrolyzed Fish Collagen) 0.60%
แคลเซียม คาร์บอเนต (Calcium Carbonate 95%) 0.60%
สารสกัดจากเปลือกสน (Pine Bark Extract 95%) 0.05%
วิตามิน ซี (Vitamin C) 0.05%
สารสกัดจากขมิ้น (Turmeric Extract) 0.025%
วิตามิน ดี3 (Vitamin D3, Type 100 CWS) 0.0005%


Inactive Ingredient
Microcrystalline Cellulose (USP GRADE) 2.545%
Lactose (USP GRADE) 1.7995%
Orange Juice Powder (FOOD GRADE) 0.30%
Silicon Dioxide (USP GRADE) 0.30%


ขนาดบรรจุ : 1 กล่องบรรจุด้วย 5 ซอง (25g.)
เลขสารบบ อย. : 10-3-12052-1-0006
วิธีรับประทาน : ทาน 1 ซอง ชงดื่มกับน้ำ 1/4 แก้ว รับประทานหลังอาหารเช้า หรือก่อนนอน

คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์แนวทางการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์คือทำให้โรคสงบ หายปวด หายบวม หยุดยั้งการทำลายข้อเพื่อให้...
21/12/2021

การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

แนวทางการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์คือทำให้โรคสงบ หายปวด หายบวม หยุดยั้งการทำลายข้อเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติมากที่สุด ซึ่งทำได้โดย
การใช้ยา ประกอบด้วยยารับประทานหรือยาฉีดสำหรับรักษาเฉพาะเจาะจงกับโรคเพื่อลดการอักเสบ ควบคุมการลุกลามของโรค และยาช่วยบรรเทาอาการ เช่น ยาแก้ปวด หรือยาสเตียรอยด์เพื่อช่วยไม่ให้ผู้ป่วยต้องเจ็บปวดทรมานจากโรค
การผ่าตัด สำหรับกรณีที่ข้อถูกทำลายไปมากแล้ว การผ่าตัดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนข้อจะช่วยให้ข้อทำงานได้ดีขึ้น ลดความเจ็บปวด และแก้ไขความพิการได้
กายภาพบำบัด รวมถึงการออกกำลังกายเพื่อให้ข้อคงความยืดหยุ่น
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และแม้ว่าโรคจะสงบแล้วก็อาจกลับมาเป็นได้อีก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมโรคไม่ให้กลับมารุนแรงและติดตามกับแพทย์เป็นระยะๆ

อาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อโดยเฉพาะข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า ส่วนข้อใหญ่ๆ เช่น ข้อเข่...
21/12/2021

อาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อโดยเฉพาะข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า ส่วนข้อใหญ่ๆ เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพกพบได้น้อยกว่า ซึ่งการปวดนี้จะแตกต่างจากการปวดจากการใช้งานที่มักปวดเมื่อมีการใช้ข้อมากกว่าปกติ แต่การปวดจากข้ออักเสบมักจะปวดในขณะไม่ได้ใช้งานข้อ เช่น ปวดกลางดึก ปวดตอนเช้าหลังจากตื่นนอน หรือขณะพักผ่อน โดยปวดเป็นเวลานานแม้รับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการดีขึ้นแต่ก็ไม่หายขาด

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นี้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ข้อจะถูกทำลายจนผุกร่อนและเสียความสมดุล ทำให้เสียสมดุลของกล้ามเนื้อที่ล้อมรอบดึงรั้งข้อจนเกิดความพิการได้

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis)             เป็นโรคของข้อต่อที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อซึ่งอ...
21/12/2021

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis)

เป็นโรคของข้อต่อที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อซึ่งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างกระดูก โดยจัดเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคภูมิต้านตนเอง (autoimmune disease) ที่มีลักษณะเฉพาะคือมีการอักเสบรุนแรงของข้อโดยเฉพาะข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้ข้อถูกทำลายและเกิดความพิการตามมาได้

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แต่พบว่ามีส่วนสัมพันธ์กับโรคภูมิต้านตนเอง (autoimmune diseases) หรือการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำร้ายเนื้อเยื่อตนเองจนทำให้เกิดการอักเสบ บวม และมีน้ำเพิ่มขึ้นในช่องข้อ ส่วนปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม และการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์พบได้บ่อยในสองช่วงอายุ คือ ช่วงอายุ 20-30 ปี และ 50-60 ปี โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในช่วงอายุน้อย แต่ในช่วงอายุมาก พบได้ทั้ง 2 เพศเท่าๆกัน

19/12/2021

💥 ไม่อยากเข่าพัง...ฟังคลิปนี้ ‼ หากมี #ปวดข้อ #ข้ออักเสบ #ข้ออักเสบรูมาตอยด์ #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท #ปวดสะโพกร้าวลงขา #เดินมีเสียงดังก๊อบแก๊บ #ชาปลายนิ้วมือนิ้ วเท้า #นิ้วล๊อค #เดินไม่ได้ ไม่อยากปวด อยากเดินได้ รีบโทรมาเลยจร้าาาาา....
☎ 081 685 5691 คุณอ๋อย
💊 ดีบูน ผง 1 กล่อง มี 5 ซอง ราคา 1,085 บาท
💊 ดีบูนแคปซูล 1 กล่อง มี 30 แคปซูล ราคา 1,414 บาท
🛵 ส่งฟรี ‼ เก็บเงินปลายทาง
💥 ซื้อจากร้านนี้ได้ของแท้จากสำนักงานใหญ่ แน่นอนจร้าาาา.......

ป้องกันโรคกระดูกพรุนโรคกระดูกพรุนสามารถลดความเสี่ยงได้โดยการดูแลสุขภาพและบำรุงกระดูก ได้แก่📌รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมแ...
11/12/2021

ป้องกันโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนสามารถลดความเสี่ยงได้โดยการดูแลสุขภาพและบำรุงกระดูก ได้แก่

📌รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง
📌หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
📌หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน และมีค่าความเป็นกรดสูง
📌ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
📌ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
📌ระมัดระวังการใช้ยา โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ที่ต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

นอกจากนี้มีการศึกษาเกี่ยวกับโปรตีนถั่วเหลือง ไอโซฟลาโวน (Isoflavones) พบว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเนื้อเยื่อกระดูก เมื่อทำงานร่วมกับแคลเซียม อาจจะช่วยป้องกันภาวะกระดูกเสื่อมและลดอัตราการแตกหักของกระดูกได้

ภาวะแทรกซ้อนโรคกระดูกพรุนเมื่อเกิดโรคกระดูกพรุน ปัญหาหลักที่มักตามมา คือ ความเจ็บปวดจากภาวะกระดูกทรุดตัวและอาการปวดหลัง ...
11/12/2021

ภาวะแทรกซ้อนโรคกระดูกพรุน

เมื่อเกิดโรคกระดูกพรุน ปัญหาหลักที่มักตามมา คือ ความเจ็บปวดจากภาวะกระดูกทรุดตัวและอาการปวดหลัง ทำให้เคลื่อนไหวได้จำกัดและทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันลดลง อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้หากเกิดการกระแทก มีโอกาสกระดูกหักสูง โดยเฉพาะการแตกหักบริเวณกระดูกสะโพกจะทำให้ผู้ป่วยเดินไม่ได้ ขยับตัวลำบาก เพราะความเจ็บปวด ต้องนั่งหรือนอนอยู่กับที่ตลอดเวลา ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคและอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง อาจเป็นเหตุให้เสียชีวิต เช่น เกิดแผลกดทับหรือโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

ปัจจัยเสี่ยงกระดูกพรุนปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการเกิดโรคกระดูกพรุน ได้แก่🌸อายุที่เพิ่มมากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น มวลกระ...
11/12/2021

ปัจจัยเสี่ยงกระดูกพรุน

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการเกิดโรคกระดูกพรุน ได้แก่

🌸อายุที่เพิ่มมากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น มวลกระดูกจะเปราะบางและแตกหักง่ายหากถูกกระทบกระเทือนแม้ไม่รุนแรงก็ตาม
🌸การลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิงเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ส่วนในเพศชายจะมีความเสี่ยงเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่อมีการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) น้อยลง
🌸กรรมพันธุ์ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
ความผิดปกติในการทำงานของต่อมและอวัยวะต่าง ๆ เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ไตและตับ
🌸โรคและการเจ็บป่วย เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคมะเร็งกระดูก
🌸การบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในการสร้างกระดูกและการเจริญเติบโต หรือกินอาหารที่ทำให้แคลเซียมเสียสมดุล
🌸การใช้ยาบางชนิดที่ออกฤทธิ์รบกวนกระบวนการสร้างกระดูก เช่น กลุ่มยาสเตียรอยด์

สาเหตุกระดูกพรุนกระดูกประกอบด้วยเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) ทำหน้าที่สร้างกระดูกขึ้นมาใหม่จากแคลเซียมและโปรตีนตามกระบว...
11/12/2021

สาเหตุกระดูกพรุน

กระดูกประกอบด้วยเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) ทำหน้าที่สร้างกระดูกขึ้นมาใหม่จากแคลเซียมและโปรตีนตามกระบวนการการเจริญเติบโตของร่างกายและช่วยทดแทนกระดูกส่วนที่สึกหรอ และภายในกระดูกยังมีเซลล์สลายกระดูก (Osteoclast) ทำหน้าที่สลายเนื้อกระดูกเก่า

โรคกระดูกพรุนเกิดจากการทำงานที่ไม่สมดุลกันของเซลล์กระดูกทั้ง 2 ชนิดจึงทำให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูกเกิดขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากการที่ปริมาณแคลเซียมในร่างกายไม่เพียงพอต่อกระบวนการสร้างกระดูก หรืออาจมีความผิดปกติของเซลล์กระดูก

🌸จุดเสี่ยงกระดูกหักจากกระดูกพรุนบริเวณที่มักเกิดกระดูกหักจากกระดูกพรุน ได้แก่📌กระดูกสันหลัง📌สะโพก📌ข้อมือ🌸อาการกระดูกพรุน...
11/12/2021

🌸จุดเสี่ยงกระดูกหักจากกระดูกพรุน

บริเวณที่มักเกิดกระดูกหักจากกระดูกพรุน ได้แก่
📌กระดูกสันหลัง
📌สะโพก
📌ข้อมือ

🌸อาการกระดูกพรุน

เนื่องจากโรคกระดูกพรุนมักไม่มีอาการเตือนใด ๆ ผู้ป่วยมักไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคกระดูกพรุนจนเกิดอุบัติเหตุและนำไปสู่ภาวะกระดูกหัก อาการบ่งชี้อื่น ๆ ที่ควรใส่ใจและหมั่นสังเกต เพื่อให้สามารถรักษาและป้องกันโรคกระดูกพรุน ได้แก่

📌ปวดหลังเรื้อรัง
📌หลังค่อมหรือกระดูกสันหลังส่วนบนโค้งลง
📌ความสูงลดลง

กระดูกพรุน รู้ให้ไวป้องกันกระดูกหักโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ โรคที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลงจนทำให้กระดู...
11/12/2021

กระดูกพรุน รู้ให้ไวป้องกันกระดูกหัก

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ โรคที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลงจนทำให้กระดูกเสื่อม เปราะบาง ผิดรูป และมีโอกาสแตกหักได้ง่าย ในผู้ป่วยบางรายกระดูกพรุนมีผลให้ส่วนสูงลดลง เนื่องจากมวลกระดูกผุกร่อน ผลจากโรคกระดูกพรุนคือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก เนื่องจากกระดูกสามารถรับน้ำหนัก แรงกระแทก หรือแรงกดได้ลดลง

ปัญหาด้านโภชนาการในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่พบบ่อย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบ กระดูกบาง...
10/12/2021

ปัญหาด้านโภชนาการในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่พบบ่อย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบ กระดูกบางพรุน โลหิตจาง น้ำหนักลด ความจำเสื่อม อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น พลังงานที่ผู้สูงอายุควรได้รับ ผู้สูงอายุควรได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ คือ วันละ 1,500-2,000 กิโลแคลอรี่ จากการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ วันละ 3 มื้อ พอประมาณ และมีอาหารว่าง 2 มื้อ โดยทุกมื้อควรมีผักผลไม้เพื่อเพิ่มกากอาหาร สารอาหารสำหรับผู้สูงอายุ

- โปรตีน ผู้สูงอายุมีความต้องการโปรตีนประมาณ 1 กรัม/น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)/วัน เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ป้องกันภาวะกล้ามเนื้อลีบ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนวันละ 60 กรัม โดยเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไข่ดาว ดื่มนมพร่องมันเนยและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเป็นประจำ

- คาร์โบไฮเดรต ควรรับประทานอาหารกลุ่มนี้ให้เพียงพอเพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และควรเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ลูกเดือย

- ไขมัน ผู้สูงอายุต้องการพลังงานจากไขมันเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดไขมันจำเป็นและวิตามินที่ละลายในไขมันเพียงพอ ควรลดหรือจำกัดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ไขมันจากสัตว์ เนย น้ำมัน กะทิ ครีมเข้มข้น เป็นต้น

- แคลเซียม แคลเซียมช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและสร้างมวลกระดูกให้มีความหนาแน่น ผู้สูงอายุต้องการแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม อาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม ได้แก่ นมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียม

- นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม (เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยวไม่หวานจัด)

- ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง (เช่น ฟองเต้าหู้) ปลาตัวเล็กที่รับประทานได้ทั้งกระดูก (เช่น ปลาข้าวสาร) ผักใบเขียวเข้ม ผักสีส้ม (เช่น คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ใบยอ ฟักทอง แครอท)

- ธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กจะช่วยป้องกันภาวะซีด โลหิตจาง และอาการเหนื่อยง่าย อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์สีแดง (เช่น สันในหมู เนื้อวัว)

- ผักใบเขียว กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ถั่วเขียว ถั่วแดง งาดำ

- วิตามินซี ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และทำให้แผลหายเร็วขึ้น อาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ บร็อคโคลี่ มันฝรั่ง พริกหวาน ผักโขม มะละกอ มะม่วง สตรอเบอร์รี่ ฝรั่ง ส้ม

- โพแทสเซียม ทำหน้าที่รักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาสมดุลของของเหลวในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แหล่งอาหารที่มีโพแทสเซียม ได้แก่ กล้วย ส้ม ฝรั่ง ผลไม้แห้ง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ บร็อคโคลี่ ผักโขม ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ

- วิตามีนบี 12 เป็นวิตามินที่มีความสำคัญมากต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและเซลล์ระบบสมองและเส้นประสาท ถ้าขาดวิตามินบี 12 เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางและมีความเสี่ยงต่อภาวะความจำเสื่อม อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินบี 12 ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด (เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู) ไข่ทั้งฟอง ปลา โยเกิร์ต เนยแข็ง นม

- แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการทำงานภายในร่างกายหลายระบบ เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท กล้ามเนื้อ หัวใจ กระดูก แมกนีเซียมพบมากในเนื้อปลา ผักใบเขียว กล้วย และถั่วต่างๆ

- วิตามินเอ ช่วยรักษาสายตาของผู้สูงวัยไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แหล่งของวิตามินเอในอาหาร ได้แก่ ผักโขม แครอท มันเทศ ฟักทอง มะละกอ มะม่วงสุก

- วิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกระดูก โดยปกติร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เมื่อได้รับแสงแดด สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับแสงแดด ร่างกายอาจสร้างวิตามินดีได้ไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารประเภทธัญพืช เห็ด และดื่มนมที่เสริมวิตามินดีเป็นประจำ

- วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย วิตามินอีพบมากในอะโวคาโด ถั่วต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เนยถั่ว งา และน้ำมันสำหรับปรุงอาหารทุกชนิด

- สังกะสี ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอาการเบื่ออาหาร แหล่งอาหารที่มีสังกะสี ได้แก่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ไข่

- เส้นใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ตามปกติและป้องกันปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ที่อาจเกิดขึ้นได้ การบริโภคเส้นใยอาหารที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันร่างกายจากโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด ซึ่งอาหารที่มีเส้นใยสูงมักพบได้ในผัก ผลไม้ และถั่วเปลือกแข็ง

- น้ำ ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำสะอาดหรือเลือกดื่มน้ำสมุนไพรไม่หวานจัดสลับกับน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว น้ำช่วยนำสารอาหารต่างๆ ไปยังอวัยวะภายในร่างกายและช่วยขับถ่ายของเสีย ทำให้รู้สึกสดชื่น ป้องกันอาการท้องผูก ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ควรดื่มน้ำก่อนที่รู้สึกกระหาย ควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา ไม่เกิน 1 แก้วต่อวัน

ถั่วงอกเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์ ไทอามีน คอปเปอร์ เหล็ก แมงกานีส ฟอสฟอรัส วิตามินดี ฯลฯ ซึ่งนอกจ...
10/12/2021

ถั่วงอก
เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์ ไทอามีน คอปเปอร์ เหล็ก แมงกานีส ฟอสฟอรัส วิตามินดี ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมได้แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน และโรคหัวใจอีกด้วย

Address

หมู่บ้านวงศ์ชัยนคร ซ, ป่าไม้อุทิศ ถ. รัตนาธิเบศร์ ต. บางรักใหญ่ อ. บางบัวทอง

11110

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ดีบูน DBoone ดูแลกระดูกและไขข้อ by อ๋อย 081 685 5691 posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to ดีบูน DBoone ดูแลกระดูกและไขข้อ by อ๋อย 081 685 5691:

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share