04/01/2026
ยาวหน่อย แต่คุ้มค่าที่จะอ่าน
ท่านอาจารย์ปริญญา ตันสกุล เป็นบุคคลแรกๆในไทย ที่พูดถึง Source ในชื่อเรียก พระบิดา (ที่ไม่ใช่ God ในศาสนาใด) และให้ข้อมูลอย่างละเอียดมากมายเกี่ยวกับการสร้างโลกและสรรพสิ่งแก่ผู้คน ในยุคที่ไม่มีข้อมูลแพร่หลายจากสื่อต่างๆ เพราะท่าน download ความรู้ตรงจาก Source Energy ลองศึกษางานของท่านได้
พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ดาวเคราะห์โลกที่ท่านเป็นเพื่อนร่วมงานกันอยู่
มิได้เป็นเพียงดาวมวลแข็งดวงหนึ่งในเอกภพนี้
ที่องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่ทรงกำหนดสร้างขึ้น
เหมือนกับดาวดวงอื่นๆในจักรวาลอันไพศาล
โดยทุกดวงต่างล้วนมีความสำคัญเสมอภาคกัน
ซึ่งแต่ละดวงจะขาดกันและกันไปไม่ได้เลย
ทั้งทุกดวงจะก้าวล่วงกันและกันไม่ได้อีกด้วย
สำหรับดาวเคราะห์โลกดวงนี้นั้น
มีความแตกต่างพิเศษจากดาวดวงอื่นในเอกภพ
จึงทำให้โลกมีความแตกต่างในความเหมือนกัน
ซึ่งมนุษย์ทุกคน #ไม่รู้ว่าตนยังไม่รู้แต่จะต้องรู้
นั่นคือใครจะมาเสือกแทรกก้าวก่ายโลกนี้ไม่ได้
เพราะมันจะทำให้ดาวโลกทั้งระบบเสียสมดุลไป
ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า
พระเจ้าหรือพระผู้ทรงกำหนดสร้างเอกภพนั้น
กำหนดให้ “ดาวเคราะห์โลก” มีหน้าที่สำคัญคือ
#ค้ำจุนเอกภพ ห้องทดลองของพระองค์เอาไว้
ด้วย “พลังอำนาจ” จากภายในระบบโลกเอง
ด้วยการทรงส่งจิตวิญญาณของท่านทั้งหลาย
ข้ามมิติเข้ามาจากแดนสุญตาที่อยู่นอกเอกภพ
เพื่อมาทำหน้าที่ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก
ในบทบาทของ #คนสองมิติ ตามที่รู้กันอยู่แล้ว
จิตวิญญาณของผู้ที่เข้ามาเกิดอยู่ในระบบโลก
จะมีทั้งจิตวิญญาณของประดาสัตว์ประจำโลก
ซึ่งข้ามมิติเข้ามาจากนอกเอกภพคือแดนสุญตา
เป็นผู้อาสาเข้ามาทำหน้าที่ประจำในแบบถาวร
หมายถึงมาเป็นเพื่อนร่วมงานกับโลกตลอดกาล
จิตวิญญาณพวกเขาเกิดแก่เจ็บตายได้ตามปกติ
แต่ไม่มีหน้าที่จะต้องกลับบ้าน “แดนสุญตา”
นอกจากจิตวิญญาณของสัตว์ประจำโลกแล้ว
ท่านทั้งหลายที่เรียกตัวเองกันว่า #มนุษย์ นั้น
จิตวิญญาณที่เป็นตัวตนแก่นแท้ของพวกท่าน
เป็นรูปธรรมที่ขันอาสามาเกิดในเอกภพเช่นกัน
เพื่อทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมงานกันกับโลกด้วย
โดยมีเงื่อนไขในพันธะสัญญาคือ 6 หมื่นปีโลก
เมื่อถึงกาลสิ้นยุคแล้วทุกคนต้องคืนกลับบ้าน
#เพราะโลกและเอกภพไม่ใช่บ้านเกิดของท่าน
#พวกท่านทั้งหลายจะอยู่ต่อบนโลกนี้ไม่ได้
พระบิดาทรงกำหนดให้ทั้งมนุษย์และสัตว์ทุกตัว
เข้ามาเกิดเพื่อทำหน้าที่ค้ำจุนโลกนี้ไว้ร่วมกัน
นั่นคือการใช้พลังงานความรักบริสุทธิ์ค้ำจุนโลก
โดย #หมุนธรรมจักร ด้วยจิตสามนึกด้านบวก
เพื่อช่วยให้โลกทั้งดวงเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง
ด้วยความเร็วคงที่และต่อเนื่องให้ได้นั่นแหละ
อำนาจภายในระบบโลก
ที่เป็นแรงดึงดูดเหนี่ยวรั้งของระบบโลก
ที่เป็นความสมดุลของระบบสุริยะจักรวาล
ที่เป็นความสมดุลของสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย
อันประกอบด้วยดินน้ำลมไฟหรือพลังงาน
ก็ล้วนเกิดจากมนุษย์โลกกับสัตว์ประจำโลก
ซึ่งดำรงตนเองอยู่ในระบบโลกเองทั้งสิ้น
ดังนั้น
การที่ดาวโลกจะสมดุลหรือว่าเสียสมดุลไป
จะหมุนรอบตัวเองช้าลงจนแกว่งส่าย
จะหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้นซึ่งยากที่จะเป็นไปได้
จะโคจรไปรอบๆดวงอาทิตย์เร็วขึ้นหรือว่าช้าลง
การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวนี้
ล้วนเป็นมนุษย์โลกกับสัตว์ประจำโลกเอง
เป็นผู้สร้างพลังอำนาจในการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น
จงจำเอาไว้ว่าดาวโลกของมนุษย์ดวงนี้
จะไม่มีการแทรกแซงใดๆจากต่างกาแลคติกได้
เพราะพระเจ้าทรงออกแบบกำหนดไว้ดีแล้วว่า
ทุกสรรพสิ่งทุกดวงดาวที่ทรงสร้างไว้แล้วนั้น
ล้วนมีพลังอำนาจอยู่ในตนเองกันอยู่แล้ว
เพียงแต่สิ่งนั้นตัวนั้นคนนั้นจะเข้าถึงกันได้ไหม
ท่านทั้งหลายลองสังเกตด้วยปัญญาดูสิ
ดวงอาทิตย์หรือพระสุริยะของระบบโลกเอง
มนุษย์โลกจัดให้เป็น “ดาวฤกษ์” ดวงหนึ่ง
ซึ่งมีพลังงานความร้อนแรงและแสงสว่าง
ที่เปล่งหรือขับเคลื่อนออกมาจากข้างในตนเอง
มิได้มีพลังอำนาจจากภายนอกเข้าแทรกแซง
ทำให้ดวงอาทิตย์มีความร้อนและแสงสว่างได้
ไม่ต่างจากอำนาจในตนเองของมนุษย์
พระองค์ก็ทรงติดตั้งเครื่องมือหรือกลไกไว้ให้
นั่นคือ #จิตตปัญญา อันหมายถึงสองสิ่งนี้
ในรูปของความรักและความฉลาดของสมอง
ที่ท่านใช้ขับเคลื่อนความเป็นคนสองมิติกันได้
โดยพระเจ้าหรือพระผู้สร้างทรงส่งพระบุตรเอก
ข้ามมิติเข้ามาฝึกสอนพวกท่านให้เกิดทักษะ
เพื่อสร้างพลังอำนาจให้ตนเองด้วยกลไกที่มี
ตามที่พระเยซูเคยตรัสว่าจะนำแสงสว่างมาให้
ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปจากที่ทรงกล่าวนั้นเลย
การที่มนุษย์โลกทั้งหลาย
จะสามารถดำรงรักษาจิตหยาบหรือจิตสามนึก
ให้คงที่อยู่ในระดับแรงสั่นสะเทือน 4D เอาไว้
จะได้หรือไม่ได้นั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าพวกท่านเอง
จะเอาถ่านไม่เอาถ่านจะเอาไหนไม่เอาไหน
จะโง่ง่ายงมงายหรือว่าจะฉลาดมากหรือน้อย
จงจำเอาไว้เถิดว่าโลกและเอกภพอันไพศาลนี้
จะต้องพึ่งพาอำนาจภายในของมนุษย์และสัตว์
มิใช่อำนาจจากภายนอกหรือจากต่างดาวเลย
โลกนี้มีพวกท่านและสัตว์รับผิดชอบอยู่แล้ว
อย่าทำตัวโง่ง่ายจนถูกหลอกให้เหลวไหลเลย
เพราะพระเจ้าทรงไว้วางใจในพวกท่านเท่านั้น
พวกต่างดาวแม้ว่าพวกเขานี้จะมีอยู่จริงก็ตาม
แต่อำนาจแม่เหล็กโลกจะเป็นรั้วปิดกั้นแดนไว้
ที่สิ่งมีชีวิตจากดาวอื่นหรือกาแลคติกอื่นๆนั้น
จะเข้ามาล่วงล้ำหรือเข้ามารุกรานไม่ได้ง่ายๆ
พวกบุกรุกจะต้อง “ตาย” โดยมนุษย์ไม่ต้องสู้
จะไม่ทรงยอมให้ต่างดาวจากต่างกาแลคติก
เข้ามาเสือกสอดแทรกภารกิจของมนุษย์โลก
เพราะดาวโลกเป็นผู้ค้ำจุนเอกภพระบบใหญ่ไว้
เหมือนดั่งโลกเป็นจุดศูนย์กลางของเอกภพ
ซึ่งจุดศูนย์กลางของระบบนี้จะเสียสมดุลไม่ได้
พระเจ้าจึงต้องส่งพระบุตรเอกเข้ามาทำหน้าที่
พระเจ้าจึงเจิมแต่งพระศาสดาที่เกิดจากโลก
ให้บอกกล่าวเล่าสอนสัจธรรมแก่มวลมนุษย์
เพื่อให้พวกท่านรู้ว่าจะทำหน้าที่อะไรอย่างไร
ต่างยุคต่างสมัยที่ผ่านมาจากอดีตถึงปัจจุบัน
ไม่มีศาสดาองค์ใดหรือพระบุตรเอกองค์ไหน
ที่พวกท่านยอมรับนับถือกราบไหว้ถวายเศียร
ที่เคยกล่าวต่อพวกท่านอย่างเจาะจงเอาไว้ว่า
ให้มนุษย์เชื่อฟังผู้ที่ไม่กล้าเผยตัวตนคนไหน
นอกจากจะทรงเตือนไว้ว่า #จงอย่าเชื่อง่าย
ถ้ายังไม่ได้ใช้สติปัญญาพิจารณาก่อน
พระพุทธเจ้าจึงทรงเตือนให้พวกท่าน
ระวังพวกมารเอาไว้ให้มากด้วยการรักษาสติ
พระเยซูก็ทรงเตือนว่าจงอย่าเชื่อผีโสโครก
ด้วยเหตุนี้เอง
ถ้าท่านอยากให้โลกเข้าสู่มิติที่ 5D
จงจำไว้ว่าคนทั้งโลกจักต้องแสดงพลังร่วมกัน
ด้วยการ “สั่นสะเทือนจิตสามนึก” ในแต่ละคน
โดยใช้ #ความรักเพื่อให้มิใช่รักเพื่อเอา
เพื่อตอบสนองสิ่งเร้าทั้งหลายในชีวิตประจำวัน
จะยังผลให้สมการศักดิ์สิทธิ์ทางช้างเผือก Σβₓ
หรือ #สมการธรรมจักร สามารถเกิดขึ้นมาได้
ตามที่เรากล่าวเตือนตลอดมาว่าอย่าเชื่อใคร
แม้ได้ฟังคำโฆษณาจูงใจแล้วน้ำลายไหลก็ตาม
คนนำทางตาบอดชราเคยถูกหลอกลวงมาแล้ว
นั่นคือตัวอย่างอันน่าสลดใจโดยแท้
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
4/01/2569