Chanatya Beaty&Healthy

Chanatya Beaty&Healthy ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Chanatya Beaty&Healthy, ร้านจำหน่ายอาหารเสริมวิตามิน, Nonthaburi.

 #ครบจบที่เดียว  #ความงามและสุขภาพ  📌 Coming Soon
20/02/2025

#ครบจบที่เดียว #ความงามและสุขภาพ
📌 Coming Soon

คัดมาแล้ว! 7ของดีในร้านขายยาญี่ปุ่น2024 #เที่ยวญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น #กินอยู่ดี

13/06/2021
04/02/2016
01/02/2016

ความดันโลหิตสูง...ดูแลสักนิด อันตรายกว่าที่คิด

ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ได้แนะนำสมุนไพรไทยใกล้ตัวไว้ในหนังสือบันทึก ของแผ่นดินหลายเล่ม ซึ่งที่มีผลช่วยลดอาการความดันโลหิตสูง วันนี้จึงได้รวบรวมสมุนไพรที่น่าสนใจ 6 ชนิด มานำเสนอดังนี้

“กระเจี๊ยบแดง” ความ โดดเด่นของกระเจี๊ยบ คือ ไม่ว่ากระเจี๊ยบแดงจะงอกงาม ณ ประเทศไหน คนในประเทศนั้นจะมีการใช้กระเจี๊ยบแดงที่เหมือนกัน คือ ใช้เป็นยาลดความดันโลหิต เป็นยาขับปัสสาวะ และยังเชื่อว่ากระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณในการบำรุงไต และหัวใจ

จากการทดลองในสัตว์และมนุษย์ พบว่า กระเจี๊ยบแดงสามารถลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ขับยูริค รวมทั้งลดการอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะภายหลังการผ่าตัดในไตได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการดื่มชากระเจี๊ยบวันละ 2 - 3 ครั้ง สามารถลดความดันโลหิต diastolic ลงตั้งแต่ร้อยละ 7.2 ถึง 13 เลยทีเดียว ดังนั้น ชากระเจี๊ยบจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

นักวิทยาศาสตร์วิจัยพบว่า การที่กระเจี๊ยบแดงสามารถลดความดันโลหิตได้ เนื่องมาจากสาร “แอนโธไซยานิน” (anthocyanins) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดนั่นเอง

“คึ่นไฉ่” ชาว เอเชีย นิยมใช้คึ่นไฉ่เป็นยาลดความดันโลหิตมากว่า 2000 ปีแล้ว ชาวจีน ชาวเวียดนามแนะนำให้รับประทานคึ่นไฉ่วันละ 4 ต้น เพื่อรักษาความดันให้เป็นปกติ แพทย์อายุรเวทในอินเดียจะสั่งจ่ายเมล็ดคึ่นไฉ่เพื่อขับปัสสาวะสำหรับผู้ป่วย ที่บวมน้ำ

ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า คึ่นไฉ่มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ลดบวม คุมกำเนิด ลดจำนวนอสุจิ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ยับบั้งเนื้องอก ต้านการอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว ขับระดู เป็นต้น

“บัวบก” เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากบัวบกทำให้การไหลเวียนของเลือดทั้งในหลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยมี การไหลเวียนดีขึ้น มีคุณสมบัติขยายหลอดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี จึงสามารถลดความดันโลหิตได้

ทั้งนี้ มีรายงานการวิจัยที่สนับสนุนว่า สารสกัดเอทานอลจากต้นบัวบก มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูข่าวเมื่อให้ทางหลอดเลือดดำ น้ำคั้นจากต้น และสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูขาวและสุนัข บัวบกยังทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อคนที่มีปัญหาเส้นเลือดขอดและคนที่เป็นริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อระบบประสาท ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น มีฤทธิ์คลายความเครียด ซึ่งฤทธิ์คลายความเครียดนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยความดันโลหิตสูงด้วย

“คาวตอง หรือพลูคาว” หมอยาทั่วไป ทั้งอีสาน ภาคเหนือ หรือไทยใหญ่มีความเชื่อว่าการกินคาวตองสดๆ กับน้ำพริก ลู่ ลาบ หรือใช้รากต้มกับปลาไหล รากตำเป็นน้ำพริกกินจะเป็นยารักษาโรคได้ เช่น ช่วยรักษาความดันโลหิตสูง ริดสีดวงทวาร แผลในกะเพาะอาหาร

พลูคาว นับเป็นผักสมุนไพรที่มีการศึกษาวิจัยและจดสิทธิบัตรมากตัวหนึ่ง ซึ่งจากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ต่างพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพลูคาวเช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์ของหมอยาพื้น บ้าน ในประเทศเกาหลีก็ได้มีการใช้พลูคาวเป็นยาลดความดันโลหิตสูง ภาวะหลอดเลือดแข็งตัวเนื่องจากมีการสะสมของไขมัน (atherosclerosis) และมะเร็งอีกด้วย

“มะรุม” นับเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด โดยจากประสบการณ์การใช้ของชาวบ้านทั้งในไทยและต่างประเทศ และการศึกษาทางเภสัชวิทยา พบว่า ส่วนของใบและรากของมะรุม มีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตได้ รวมทั้งพบสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต เช่น niazinin A, niazinin B, niazimicin และ niaziminin A and B

สำหรับตำรับยาแก้ความดันโลหิตสูง ซี่งต้องกินอย่างต่อเนื่อง

ตำรับที่ 1 นำรากมาต้มกินเป็นซุป

ตำรับที่ 2 นำยอดมาต้มกิน

ตำรับที่ 3 นำยอดอุ๊ปใส่เนื้อวัวกิน ซึ่งต้องเป็นเนื้อวัวเท่านั้น

ตำรับที่ 4 นำรากมะรุมต้มกับรากย่านางกิน

ตำรับที่ 5 ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว ยานี้จะช่วยลดความดัน เมื่อหยุดกินยาความดันโลหิตก็เพิ่มขึ้นมาอีก จึงต้องกินอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณ : ผู้จัดการออนไลน์

01/02/2016

หาเงินมาทั้งชีวิต...วางแผนสำหรับตอนเกษียณ
ฝันสลายเพราะมาป่วย...แถมเป็นหนี้เพิ่ม
อย่าปล่อยให้เจอเหตุการณ์แล้วค่อยคิดแก้ไข...มันสายเกินไป
ปรับที่ความคิด...แค่ลดอาหารขยะ แล้วกลับมารักตัวเอง

01/02/2016

มากิน “ผักบุ้ง” กันเถอะ มันคืออาหารดีท็อกซ์ธรรมชาติ ลดความอ้วน! ป้องกันท้องผูก
ผักบุ้ง 100 กรัมให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ช่วยป้องกันท้องผูก สามารถทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้ได้ เป็นการดีท็อกซ์ธรรมชาติ ผักบุ้งจีนยังมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ฯลฯ จะเห็นว่าแค่ผักบุ้งมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ สำหรับผู้ที่กำลังกังวลเรื่องน้ำหนักควรจะกินผักบุ้งต้มจิ้มน้ำพริก จะดีมากค่ะ

ผักบุ้ง เป็นพืชที่ต้องปรุงอาหารแบบผ่านความร้อนชั่วครู่ จะให้สรรพคุณที่ดีมาก เรามีเมนูผักบุ้งน่ากินมาฝาก 2 เมนูนะคะ และก่อนจะกินผักบุ้ง แนะนำให้ล้างผักบุ้งให้สะอาด เพื่อความมั่นใจควรแช่น้ำเปล่าผสมเบกกิ้งโซดา หรือผงล้างผักไว้ 15 นาที เพื่อกำจัดสารพิษตกค้าง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

ผัดผักบุ้งไฟแดง
- ผักบุ้งจีน 2 กำมือ
- น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม 3-5 กลีบ
- เครื่องปรุงรสเลือกใส่ตามชอบ อาทิ ซอสถั่วเหลือง น้ำมันหอย เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว น้ำปลา
- น้ำตาลทราย ปลายช้อนชา
- พริกขี้หนู ใส่หรือไม่ใส่ตามชอบ

วิธีทำ
- ล้างผักบุ้งให้สะอาด
- เด็ดหรือหั่นผักบุ้งความยาวประมาณ 2.5 นิ้ว พักไว้ในชาม
- ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไปในชามผักบุ้ง ทุบกระเทียม – พริกขี้หนู พอบุบใส่ลงไปด้วย
- ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันรอจนควันโขมง
- เทชามผักบุ้งลงไปผัด 3-4 ครั้ง พอผักสลด ตักใส่จาน ห้ามผัดนานผักบุ้งจะเหนียว

*ถ้าอยากได้โปรตีนเพิ่ม ให้ใส่หมูสับด้วย โดยผัดกระเทียมกับหมูสับก่อน หมูสุกแล้ว ใส่ผักบุ้งพร้อมเครื่องปรุงตามไปผัดๆ พอสลด ตักใส่จาน

Tips: ผักบุ้งผัดจะให้สรรพคุณดีขึ้น เพราะวิตามินในผักบุ้งอยู่ในกลุ่มของสารละลายด้วยน้ำมัน และการโดนความร้อนชั่วครู่ ควรกินกับข้าวกล้อง และชีวอโรคยาแนะนำให้ใช้น้ำมันปรุงอาหารที่ “ไม่ผ่านกรรมวิธี” สำหรับผู้กลัวอ้วน ควรใช้น้ำมันมะพร้าวแบบปรุงอาหาร

ผักบุ้งต้ม
- ผักบุ้งจีน 2 กำมือ
- น้ำเปล่า

วิธีทำ
- ล้างผักบุ้งให้สะอาด แต่ไม่ต้องหั่น แค่ตัดปลายก้านส่วนแข็งๆ ทิ้ง
- เตรียมน้ำเย็นอุณหภูมิปรกติ หรือน้ำเย็นจัดไว้ 1 ชาม
- ตั้งหม้อหรือกระทะใส่น้ำรอจนเดือดพล่าน ใส่ผักบุ้งลงไป
- พลิกกลับ 2-3 ครั้งพอให้ผักบุ้งสลดทั่วกัน
- ตักใส่ชามน้ำเย็น แล้วนำออกใส่จาน

Tips: ผักบุ้งต้มรีบนำออกจากน้ำเดือด ตักใส่น้ำเย็นทันที จะทำให้สีเขียวสวยสดน่ากิน ควรกินกับน้ำพริกที่ไม่ผัดน้ำมัน เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกปลาทู น้ำพริกปลาร้าฯลฯ ข้าวกล้อง หรือจะงดข้าวบ้างบางมื้อ หาผักอื่นๆ มาต้มด้วยวิธีเดียวกันกินควบคู่ไปด้วยก็ได้ค่ะ

รับประกันว่ากินเมนูผักบุ้งบ่อยๆ คุณจะไม่เป็นโรคท้องผูกแน่นอนค่ะ

******* *******
ชีวอโรคยา แบ่งปันความรู้ทั่วไป เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อความพอเพียง เพื่อสุขภาพที่ดี โปรดใช้วิจารณญาณ และใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานไปต่อยอดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง ไม่ตอบคำถามเพิ่มเติม ไม่รับปรึกษาปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ประจำหน้าเพจ
เขียนโดย ชีวอโรคยา อ้างอิงข้อมูลเฉพาะประโยชน์ของผักบุ้งจาก fat108.com
ภาพโดย ชีวอโรคยา สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ 2558

ชีวอโรคยา อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีไม่พึ่งสารเคมี ไม่ต้องรอให้ป่วยไปเสียค่ารักษาพยาบาลแพงๆ
ติดตามข้อมูลข่าวสาร การดูแลตัวเองวิถีธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเคมีได้ที่ Facebook ชีวอโรคยา
www.facebook.com/pages/ชีวอโรคยา/135957369811772

01/02/2016

ที่อยู่

Nonthaburi
11100

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Chanatya Beaty&Healthyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram