04/10/2025
นักกีฬาว่ายน้ำที่เก่งกาจที่สุด ที่ผู้คนยกย่องให้เป็น G.O.A.T.ของโลกนี้ คือ ไมเคิล เฟลป์ส
ในกีฬาโอลิมปิก ตั้งแต่ก่อตั้งมาร้อยกว่าปี มีมนุษย์แค่คนเดียวเท่านั้น ที่ได้เหรียญทองถึง "หลักสิบ" นั่นคือเฟลป์สนั่นเอง ทำไป 23 เหรียญทองก่อนจะรีไทร์ คือพูดตรงๆ นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีใครมาทำลายสถิตินี้ได้
นักกีฬาคนหนึ่ง ได้เหรียญทอง สัก 1 เหรียญ ก็เป็นฮีโร่ของชาติแล้ว แต่นี่คือ "23 เหรียญทอง" นั่นทำให้เฟลป์สถือเป็นปรากฏการณ์ เป็นความมหัศจรรย์
จุดเด่นของเขา นอกจากเก่งแล้ว ยังสามารถยืนระยะได้ดีมากๆ เฟลป์สได้เหรียญทองแรก ที่เอเธนส์ ปี 2004 ในวัย 19 ปี จากนั้นก็ได้ทองมาเรื่อยๆ ในปักกิ่ง 2008, ลอนดอน 2012 ก่อนจะปิดท้ายที่ริโอปี 2016 ด้วยวัย 31 ปี
คิดดูว่า คุณต้องซ้อมหนักซ้ำๆ ติดต่อกันยาวนานเป็นสิบปีขนาดนั้น มันต้องใช้ความมุ่งมั่น ตั้งใจขนาดไหน
ณ วันนี้ เราพูดถึงไมเคิล เฟลป์ส ก็มาพูดตอนเห็นภาพของความสำเร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของเขา ไม่ได้ง่ายดายนัก เพราะในสมัยเด็กเฟลป์สถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้น หรือ ADHD
โรคสมาธิสั้น คือภาวะความบกพร่อง ที่ทำให้ขาดสมาธิ ไม่สามารถโฟกัสอะไรได้นานๆ, ถ้าเป็นเด็กก็อยู่นิ่งไม่ได้ ซนกว่าปกติ นอกจากนั้นยังคิดอะไรไม่รอบคอบ หุนหันพลันแล่น
ยกตัวอย่าง เช่น ทำงานอะไรก็ไม่เสร็จซะที เพราะโดนจูงใจตามสิ่งเร้าได้ง่าย, ชอบนั่งยุกยิก พูดมากกว่าปกติ รวมถึงใจร้อน รอคอยไม่เป็น คนอื่นพูดอะไรอยู่ก็ไม่ฟังให้จบ แต่พูดสวนออกไปเลย
เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น ใน worst case อาจถูกพัฒนาต่อไป จนกลายเป็นคนต่อต้านสังคม หรือบางคนก็มีปัญหาเรื่องการอ่านหนังสือด้วย
ในวัยเด็ก เฟลป์สเรียนชั้นประถม ที่โรงเรียนร็อดเจอร์ส ฟอร์จ ในรัฐแมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเวลานั้นเขาคือเด็กแสบของโรงเรียน คือชอบเล่น มากกว่าชอบเรียน
ตัวอย่างเช่น ตอนเขาอยู่เกรด 6 จะมีวิชาวิทยาศาสตร์ในตารางสอน โดยเฟลป์สจะนั่งอยู่หลังห้อง แล้วแอบจุดไฟเผาอะไรบางอย่าง เพื่อให้เพื่อนร่วมทีมได้กลิ่นเหม็นไหม้ แทนที่จะตั้งใจเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ
เฟลป์สเล่าว่า "ผมไม่ค่อยฟังคนอื่น และไม่ค่อยมองตาคนอื่นเวลาเขาพูด หลายๆ ครั้ง ผมต้องบอกให้เขาพูดซ้ำอีกที เพราะไม่รู้ว่าเมื่อกี้ เขาพูดอะไรไป"
"นอกจากนั้นผมเป็นคนพูดเร็ว อ่านออกเสียงไม่ค่อยชัด ตัว L กับ S ผมพูดเร็วจนไม่ออกเสียงพยัญชนะนี้เลย"
ในมุมของโรงเรียน เฟลป์สเป็นแค่เด็กแสบ เด็กเกเร เด็กที่ไม่มีสมาธิคนหนึ่ง เฟลป์สเล่าว่า "ผมอยู่นิ่งไม่ได้ และคุณครูที่โรงเรียนตราหน้าผมว่า จะไมมีทางประสบความสำเร็จในชีวิตได้"
อย่างไรก็ตาม ในวันหนึ่งคุณแม่เด็บบี้ มีข้อสงสัยว่า ทำไมลูกของเรา มันเป็นแบบนี้ จึงลองเข้าไปปรึกษาแพทย์ ชื่อ ดร.ชาร์ล แว็กซ์ คุณหมอเด็กที่แมรี่แลนด์
ดร.ชาร์ล แว็กซ์ วินิจฉัยว่า เฟลป์สเป็นโรคสมาธิสั้น ADHD แต่ก่อนที่ครอบครัวเฟลป์สจะกังวลไปมากกว่านี้ คุณหมอบอกว่า โรคนี้มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น มีเด็กประถมมากกว่า 2 ล้านคน ที่เป็นโรคนี้ และที่สำคัญคือมัน "รักษาได้"
คุณหมอแนะนำการรักษาให้กับเฟลป์สและให้ทานยาเพื่อเป็นการควบคุมอาการสมาธิสั้นและช่วยลดพฤติกรรม โดยบอกว่าเป็นยาที่เอาไว้ควบคุมอาการสมาธิสั้น เมื่อทานยาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นได้มากขึ้น
นอกจากนั้น คุณหมอได้แนะนำคุณแม่ หากิจกรรมที่เหมาะกับเฟลป์ส เพื่อใช้พลังงานให้หมด
รูทีนชีวิตของเฟลป์สก็เลยเปลี่ยนไป
เมื่อกินยาตามที่หมอแนะนำได้ระยะหนึ่ง ตัวเฟลป์สรับรู้ได้เลยว่า เขาโลดโผนน้อยลง เออ ยาที่ใช้ไปมันได้ผลจริงๆ
ในสเต็ปต่อไป คุณแม่ก็ต้องไปหากิจกรรมให้เฟลป์สทำ เธอจับลูกชายเล่นกีฬาหลายอย่าง ทั้งเบสบอล, ฟุตบอล, ลาครอสส์ ฯลฯ แต่สุดท้ายก็มองว่า การว่ายน้ำนี่ล่ะ ที่ดูเหมาะสุด เพราะมันต้องใช้พลังร่างกายตลอดเวลา และเป็นกีฬาที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องคิดเยอะ เป็นการดวลกันแค่ร่างกายกับน้ำ น่าจะเหมาะกับลูกชายของเธอ
ก่อนหน้านี้พี่สาวสองคน วิทนีย์ กับ ฮิลลารี่ เป็นนักแข่งว่ายน้ำอยู่แล้ว คุณแม่ก็เลยจับเอาลูกชายไมเคิลไปเรียนด้วยกันเลย
ในช่วงแรกที่มาเรียนว่ายน้ำ เฟลป์สยังมีความซุกซน ชอบเอาแว่นตาว่ายน้ำของคนอื่นไปซ่อน แอบแตะไหล่เพื่อนแล้วพอเขาหันมา ก็แกล้งไม่รู้เรื่อง คือทำตัวเป็นเด็กติดเล่นไปหมด
แต่พอเริ่มว่ายน้ำปั๊บ ปรากฏว่า มันดูดพลังของเฟลป์สจริงๆ เขาใช้พลังงานจนหมดร่างกายในทุกๆ วัน
การรักษาที่เหมาะสมจากคำแนะนำของแพทย์ บวกกับ กิจกรรมที่ไม่ซับซ้อนเกินไปกลายเป็นแรงส่งเสริมกัน จนเขาค่อยๆ มีสมาธิมากขึ้นกว่าเดิม
เรื่องราวหลังจากนั้น เฟลป์สก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองมากขึ้น และอีกไม่นานนัก เขามีโอกาสได้รู้จักโค้ช บ๊อบ บาวแมน โค้ชว่ายน้ำระดับโลก ที่มาสอนในรัฐแมรี่แลนด์พอดี ก่อนจะพัฒนาตัวเองกลายไปเป็นยอดนักว่ายน้ำดาวรุ่ง และติดทีมชาติสหรัฐฯ ไปโอลิมปิกด้วยวัยแค่ 15 ปี
และเขาก็กลายเป็นนักกีฬาชาย ที่ติดทีมว่ายน้ำเร็วที่สุดในรอบ 68 ปี ของทีมโอลิมปิกสหรัฐฯ และตามมาด้วยสเตตัสความเป็น Legend ของวงการว่ายน้ำจนถึงปัจจุบัน
สำหรับสตอรี่ของไมเคิล เฟลป์สนั้น เขายอมรับเสมอ ว่าตัวเองเป็น ADHD คือไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอายอะไร มันก็แค่อาการสมาธิสั้น คนเป็นเยอะแยะ ซึ่งถ้ารู้ว่าเป็น ก็เข้ารับการรักษาแค่นั้นเอง และยาที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่เขาใช้ครับ
--------------------
ที่ผมเล่าเรื่องไมเคิล เฟลป์สขึ้นมา แค่อยากบอกว่า วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ จะมีงานชื่อ "เปิดหัวใจ เข้าใจสมาธิสั้น" จัดที่โซน Eden นะครับ
ผมมีโอกาสได้คุยกับคุณหมอท่านหนึ่ง ที่เป็นผู้จัดงานนี้ เขาเล่าว่า สิ่งที่อยากจะทำที่สุดคือการ "เปลี่ยนแปลงความรู้สึก" ของผู้คนในสังคม ที่มองว่าเด็กเป็นโรคสมาธิสั้นคือตัวปัญหา หรือไม่ก็อาจเป็นพวกแอนตี้โซเชียล ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้ว มันเป็นอาการป่วย เมื่อป่วยก็รักษา และควบคุม แค่นั้นเอง
ถ้าหากตัวเด็ก และพ่อ-แม่ ได้รู้จักโรคจริงๆ และวางแผนได้อย่างถูกต้อง ตัวเด็กก็เข้าใจตัวเองมากขึ้น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และบางคนอาจจะไปไกลสุดๆ แบบไมเคิล เฟลป์สเลยก็เป็นได้
การเป็นโรคสมาธิสั้น หรือ ADHD ไม่ควรถูกเอามาตีตราในแง่ลบ แต่ควรให้ความรู้ ว่าการรักษาในยุคปัจจุบันมีวิธีไหนบ้างต่างหาก
ภายในงานที่เซ็นทรัลเวิลด์ จะมีแขกรับเชิญ และ มีแพทย์ ที่มาพูดถึงเรื่องนี้ มีแบบทดสอบ มีเกมต่างๆ ให้เล่นมากมายเลยนะครับ ผมเองก็คิดว่าจะไปเหมือนกันครับผม
#เปิดหัวใจเข้าใจสมาธิสั้น #สมาธิสั้น
หมายเหตุ: ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสำหรับประชาชนเป็นการทั่วไปเท่านั้น ไม่เป็นการวินิจฉัยหรือรักษาปัญหาสุขภาพหรือแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ โปรดปรึกษาผู้ให้บริการทางการแพทย์สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมนะครับ
VV-MEDMAT-127103_Oct2025