FPM Consultant ที่ปรึกษากฎหมายและธุรกิจ

เราเป็นบริษัทให้คำปรึกษาทางกฎหมายและธุรกิจ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2538

.....เราเป็นบริษัทที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมพัฒนาวิชาการสร้างหลักสูตรทางธุรกิจ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่
หลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ (CBA)
หลักสูตรผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (CRE)
และหลักสูตรนักลงทุนมืออาชีพ (CII) ระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2561

.....บริการของเราในปัจจุบัน
1. ปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน
2. ฟ้องคดีอาญาลูกหนี้การค้า เพื่อให้ได้รับชำระหนี้
3. ให้คำปรึกษากฎหมายธุรกิจ บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชน
4. รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
5. เตรียมความพร้อมในการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

.....หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ

30/03/2026
24/03/2026

ผู้ถาม - อาจารย์ครับ ผมขอให้อาจารย์เล่าความเป็นมาของพระไตรปิฎกสักหน่อยครับ
ทานพุทธทาส - ใครจะเล่าถูก มันได้แต่สันนิษฐานเท่านั้น
ผู้ถาม - ครับ เท่าที่อาจารย์สันนิษฐาน
ท่านพุทธทาส - สันนิษฐานเท่าที่ปรากฏอยู่ในเวลานี้มันมีข้อความบางตอนหรือบางสูตร ที่มันไม่สมเหตุผลว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าตรัส หรือมันไม่เป็นเหตุผลอย่างวิทยาศาสตร์ที่ว่าต้องดับทุกข์ด้วยการดับกิเลสตัณหา ไม่ต้องใช้เทวดามาช่วย ถ้าตรงไหนต้องอ้างอิงเทวดา ตรงนั้นเอาออกได้ ให้มันทนต่อสติปัญญาของนักศึกษาแห่งยุคปัจจุบัน รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดี ถ้าถึงขนาดนั้น ก็ต้องเอาออกราวสัก ๔๐% บางสูตรเอาออกทั้งสูตร บางสูตรเอาออกบางตอน จะให้เล่าทั้งหมด ใครจะเล่าได้ เพราะเกิดไม่ทัน ไม่ได้เกิดทันเห็น มันได้แต่สันนิษฐานจากสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ว่าอันนี้มันขัดกับอันนี้ อันนี้มันขัดกับอันนี้ อันนี้มันเหลือเกินเหลือเหตุผล เมื่อดูทั่วถึงแล้วจึงสรุปความว่าก็ต้องเป็นอย่างนั้น ๆ ไม่มีใครเล่าได้ เหมือนเรื่องที่ตนได้เห็นมาเอง เพราะมันเรื่องก่อนเราเกิดเป็นพัน ๆ ปี
ผู้ถาม - ระยะแรกนี้พระท่านก็จํา ๆ กันเอาไว้ใช่ไหมครับ
ท่านพุทธทาส - ตามที่ท่านเขียนไว้ครั้งแรก ๆ ก็ยังจํา ๆ กันเอาไว้ สังคายนา ๓ ครั้งนี่ก็ยังจํา ๆ เอาไว้ ครั้งที่ ๕ จึงจะมีการเขียน แต่ผมไม่เชื่อ อาจจะมีการเขียนบ้างแล้วก็ได้ โดยเฉพาะครั้งที่ ๓ คงจะมีการเขียนบ้างแล้ว แต่ไม่สมบูรณ์ เมื่อจะเอาไปลังกาคงจะมีการเขียนบ้าง แต่เขาพูดว่าการทําสังคายนาครั้งที่ ๕ ที่ลังกาจึงมีการเขียนลงเป็นลายลักษณ์อักษรหมด
ผู้ถาม - อาจารย์ครับ จะจําได้หมดได้อย่างไรตั้งเยอะตั้งแยะ
ท่านพุทธทาส - อันนั้น คุณก็ไปรู้เอาเอง แต่ที่พม่าเมื่อผมไปยังมีองค์หนึ่งจําได้ทั้งหมด เขายอมรับกันทั้งประเทศ เมื่อเอามาทดสอบ บอกให้กล่าวสูตรไหน ก็ว่าได้หมด แต่ไม่ได้ไล่ไปทั้งพระไตรปิฎก เพราะมันมากเกินไป เพราะมันไม่มีเวลา แต่ว่าจะให้ว่าสูตรไหน บอกมา นิกายไหนสูตรไหน สูตรเท่าไรบอกมา จะว่า แล้วเขาก็นิมนต์องค์นี้มาเป็นผู้วิสัชชนาในการทําสังคายนาครั้งที่ ๖ ที่เขานิมนต์ผมไปร่วม เขาใช้วิธีสมมุติถาม สมมุติตอบ ที่จริงมันไม่ได้ทําอย่างนั้น แต่ว่าเอามาถามตอบเป็นพิธีเหมือนกับเทศน์สังคายนา พระองค์นี้ก็ยังมาหาผมที่ที่พักเป็นส่วนตัว เขาถวายรองเท้ามาคู่หนึ่ง ผมยังเก็บไว้ ยอมรับกันทั้งประเทศ จนรัฐบาลก็ยอมรับให้เกียรติให้อะไรเกี่ยวกับว่าเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎก ผมก็ไม่อยากเชื่อ แต่ว่ามันก็ (หัวเราะเบา ๆ) ก็มีอย่างนี้
ที่มา เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา อัตชีวประวัติของพุทธทาสภิกขุ
สัมภาษณ์โดย พระประชา ปสนฺนธมฺโม
บรรณาธิการ อรศรี งามวิทยาพงศ์
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง
ฟัง
https://hi.switchy.io/n3c9
อ่าน
https://hi.switchy.io/n3dW

"........เสียงสัมภาษณ์ จะเผยแพร่ในเร็วๆนี้......"
#ธรรมโฆษณ์ #สืบสานงานท่านพุทธทาส

https://www.facebook.com/share/1Efqi4dG2s/?mibextid=wwXIfr
20/03/2026

https://www.facebook.com/share/1Efqi4dG2s/?mibextid=wwXIfr

[ Obituary ] ชัค นอร์ริซ : ลาก่อน ‘บร๊ะเจ้า ชัค’ ปฐมบทแห่งมีมสมัยใหม่
บร๊ะเจ้า ชัค ไม่ได้จากไป เขาเพียงแค่ให้ความตายได้ชนะบ้างสักครั้งในชีวิต
เวลาไม่เคยคอยใคร เว้นเสียแต่คุณคือ ชัค นอร์ริซ
น้ำตาของชัค นอร์ริซ สามารถรักษามะเร็งได้ แต่เป็นที่น่าเสียดาย เขาไม่เคยร้องไห้
ย้อนกลับไปในช่วงต้นปฐมกาลของโลกออนไลน์ โดยเฉพาะกับยูทูปและโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ๊ก ใครแต่ละคนก็ย่อมมีภาพจำในห้วงสมัยดังกล่าวที่แตกต่างกันออกไป วิดีโอยอดฮิตในช่วงเวลานั้น วลีที่ใครต่างก็กล่าวถึง หรือแม้แต่มีมที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมไปทั่วทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็น Forever Alone หรือ Me Gusta ทว่าท่ามกลางเสียงหัวเราะขำขันเหล่านั้น มีดวงดาวแห่งฮอลลีวูดคนหนึ่งที่โลกอินเทอร์เน็ตได้สถาปนาเขาในฐานะ ‘พระเจ้า’
และเขาคนนั้นมีนามว่า ‘ชัค นอร์ริซ’ (Chuck Norris)
ไม่เพียงแค่ ชัค นอร์ริซ ถูกจดจำในฐานะพระเจ้าจากมีม ‘Chuck Norris Facts’ ของปฐมบทโลกอินเทอร์เน็ต แต่ตัวของเขาเองนั้น แม้เจ้าตัวจะรู้หรือไม่ก็ตาม ได้กลายเป็นหมุดหมายของมีมสมัยใหม่ (Modern Meme) ที่โลกจะจดจำมาถึงทุกวันนี้
จุดเริ่มต้นของ ‘Chuck Norris Facts’ ไม่ได้เริ่มจากความตั้งใจจะยกเขาเป็นเทพเจ้าแห่งจักรวาลแต่อย่างใด หากแต่เริ่มต้นอย่างเรียบง่ายในช่วงกลางยุค 2000 บนโลกอินเทอร์เน็ตที่ยังเต็มไปด้วยฟอรัมและเว็บบอร์ดอย่าง ‘Something Awful’ และ ‘4chan’ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้งานนิยมสร้าง ‘facts’ เชิงเสียดสีเกี่ยวกับคนดัง
โดยในช่วงแรก มุกเหล่านี้พุ่งเป้าไปที่ ‘วิน ดีเซล’ (Vin Diesel) ในฐานะภาพแทนของความเท่และความแข็งแกร่งแบบโอเวอร์เกินจริง ก่อนที่กระแสจะค่อย ๆ เปลี่ยนทิศมาหา ชัค นอร์ริซ ซึ่งมีทั้งภาพลักษณ์นักสู้จริงจังจากโลกศิลปะการต่อสู้ และบทบาทฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรมในจอภาพยนตร์และโทรทัศน์ โดยเฉพาะภาพจำจากซีรีส์อย่าง Walker, Texas Ranger รวมถึงผลงานแอ็กชันยุค 80s อย่าง Missing in Action (1984) และ The Delta Force (1986)
ความแข็งแกร่งเหล่านี้จึงถูกนำไปขยายต่อกลายเป็นประโยคสั้น ๆ ที่หักมุมและยกระดับเขาให้เหนือกฎของธรรมชาติ เช่น “ชัค นอร์ริซ นับถึงอนันต์ได้… สองครั้ง” หรือ “ความตายเคยมีประสบการณ์เฉียดตาย หลังเจอชัค นอร์ริซ” ไปจนถึง “ไม่มีทฤษฎีวิวัฒนาการ มีแค่สิ่งมีชีวิตที่ชัค นอร์ริซยอมให้มีชีวิตอยู่” สะท้อนถึงการอยู่เหนือกฏเกณฑ์ทั้งปวงของเขาคนนี้
เมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มเชื่อมต่อผู้คนมากขึ้น มุกเหล่านี้ก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นมีมยุคบุกเบิกที่ทั้งสะท้อนวัฒนธรรมออนไลน์ และในขณะเดียวกันก็ ‘สร้าง’ ตำนานใหม่ให้กับชายคนหนึ่ง ตำนานที่ไม่ได้อยู่แค่ในจอ แต่ฝังอยู่ในภาษาของอินเทอร์เน็ตเอง
ชัค นอร์ริซ จึงไม่ได้เป็นเพียงมีม ๆ หนึ่ง แต่คือหนึ่งในต้นแบบของการเกิดมีมสมัยใหม่ อย่างแท้จริง เพราะ ‘Chuck Norris Facts’ คือรูปแบบคอนเทนต์ที่เรียบง่าย สั้น กระชับ เข้าใจทันที และเปิดให้ผู้คน ร่วมเล่น ร่วมสร้างสรรค์ ได้ไม่รู้จบ ใคร ๆ ก็สามารถแต่งประโยคใหม่ขึ้นมาได้ภายใต้โครงสร้างเดิม ก่อนจะถูกส่งต่อ คัดลอก ดัดแปลง และแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ซึ่งก็ยังเป็นแนวทางของมีมที่ยังถูกส่งต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แม้จะผ่านมา 20 ปีแล้วก็ตาม
การกลายเป็นมีมของ ‘บร๊ะเจ้า ชัค’ จึงเป็นครั้งแรก ๆ ที่อินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เสพคอนเทนต์ แต่กลายเป็นพื้นที่ร่วมสร้าง วัฒนธรรมร่วมกัน และชัค นอร์ริซ ก็คือศูนย์กลางของปรากฏการณ์นั้น
ชายคนหนึ่งที่ถูกยกระดับจากนักแสดงแอ็กชัน สู่การเป็นภาษาร่วมของคนทั้งอินเทอร์เน็ต
ในวันที่ 20 มีนาคม 2026 ชัค นอร์ริซ ได้จากไปในวัย 86 ปี หลังเข้ารับการรักษาตัว โดยครอบครัวระบุว่าเขาจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางคนที่รัก ทิ้งไว้เพียงเรื่องราวของชายผู้ใช้ชีวิตด้วยวินัย ศรัทธา และความมุ่งมั่น ชายที่ในโลกภาพยนตร์คือฮีโร่ผู้ยืนหยัดระหว่างความถูกต้องกับความอยุติธรรม และในโลกอินเทอร์เน็ต เขาคือ ‘บร๊ะเจ้า ชัด’ ตำนานที่ไม่มีวันแพ้
โลกอาจบอกว่า ชัค นอร์ริซ จากไปแล้ว แต่ในโลกอินเทอร์เน็ต เขาอาจไม่เคยหายไปไหน เพราะตำนานบางอย่างอาจมีอยู่ แต่อยู่ในเรื่องราวที่ถูกเล่าซ้ำไปตลอดกาล
บร๊ะเจ้า ชัค ไม่ได้จากไป แค่ให้ความตายได้ชนะบ้างสักครั้งในชีวิต
เรื่อง : รัฐฐกรณ์ ศิริฤกษ์
ภาพ : Getty Images

19/03/2026

คำชี้แจง (การใช้หนังสือเล่มนี้อย่างไร) หนังสือเล่มนี้ มีชื่อว่า โอสาเรตัพพธรรม เป็นคู่ฝาแฝดกับหนังสือชื่อ สันทัสเสตัพพธรรม หมายความว่าต้องใช้ร่วมกัน อย่างที่ไม่ต้องแยกกัน เพราะจะช่วยขยายความ หรือช่วยตอบปัญหา ให้แก่กันและกันได้เป็นอย่างดี, และมีอะไร ๆ มากอย่าง ที่สัมพันธ์กันอยู่; ดังนั้น จึงขอแนะให้ศึกษาหนังสือ ๒ เล่มนี้พร้อมกันไป.

มีผู้สงสัยและสอบถามมาแต่แรกแล้วว่า คำว่า สันทัสเสตัพพธรรม และ โอสาเรตัพพธรรม นี้แปลว่าอย่างไร หรือหมายความว่ากระไร. ข้าพเจ้าอยากจะให้ คำ ๒ คำนี้เป็นที่คุ้นปาก คุ้นหู ของพวกพุทธบริษัทเรา เพราะมีความสำคัญและ เหมาะสมอย่างยิ่ง จึงนำมาใช้ทั้งที่รู้สึกอยู่ก่อนแล้ว ว่าเป็นคำที่แปลกหูเกินไป และจะมีผู้สงสัย หรือรำคาญ, แต่เชื่อว่าคงจะเป็นคำธรรมดาไปในที่สุด และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสืบไปภายหน้า. ดังนั้น ควรจะอธิบายความหมายของคำทั้งสองนี้ ให้เป็นที่เข้าใจกันเสียก่อน.

คำทั้งสองนี้ หมายถึง ลักษณะเฉพาะของพุทธศาสนา, และหมายถึง สิ่งที่พุทธบริษัท จะต้องใช้ในการหล่อเลี้ยงชีวิตของพุทธศาสนาไว้; ด้วยการประพฤติให้ตรงตามความหมายของคำ ๒ คำนี้

คำว่า โอสาเรตัพพ แปลว่า ควรหยั่งลงให้ถึงใจความ, คำว่า สันทัสเสตัพพ แปลว่า ควรสอบถามให้ทั่วถึงโดยรอบด้าน. จากพระพุทธโอวาท เช่น #กาลามสูตร เป็นต้น เราจะเห็นได้ว่า พระพุทธองค์ไม่ทรงพระประสงค์ให้พุทธบริษัทเป็นคน เชื่อง่าย หรือเชื่ออย่างงมงาย และเมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ก็มีหลักเกณฑ์ที่อาจจะช่วยสะสางปัญหานั้น ๆ ได้ อย่างถูกต้อง. คำ ๒ คำนี้ เป็นคำที่ข้าพเจ้า “ขอยืม”เอามาจากพระพุทธภาษิต ในมหาปริพพานสูตร ที่ตรัสไว้ในรูปของ #มหาปเทส คือ หลักสำหรับตัดสินข้อขัดแย้งสงสัย เกี่ยวกับคำสอนของพระองค์ ที่อาจจะเกิดกุ้งเถียง กันขึ้นในหมู่พุทธบริษัท ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็อ้างได้ว่า ได้ฟังมาอย่างนี้ จากพระองค์เอง, หรือจากคณะอาจารย์ ที่ศึกษามาจากพระองค์เอง เป็นต้น.

พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า ถ้าเกิดขัดแย้งกันขึ้นด้วยข้อธรรมวินัยใด ก็อย่า เพ่อคัดค้านกัน หรือถึงกับทะเลาะวิวาทกัน ขอให้เอาประเด็นแห่งปัญญานั้น ๆ มาทำ การ “สันทัสเสตัพพ” หรือ “โอสาเรตัพพ” กับหลักเกณฑ์ใหญ่ หรือหลักการทั่วไป ในวินัยและในสูตร ทั้งหลายดู, ถ้าข้อความใด ของผู้ใดลงรอยกันได้กับกฎเกณฑ์ ใหญ่นั้น ๆ แล้ว ให้ถือว่านั้นถูกต้อง หรือตรงตามพระพุทธประสงค์, ถ้าลงกันไม่ได้ก็อย่าได้ถือเอามาเป็นหลักปฏิบัติ, เพราะมันเป็นข้อปลีกย่อย ที่มีผู้จำมาผิด, สอนสืบ ต่อกันมาผิด เป็นต้น. นี่แหละคือความหมายของคำที่ข้าพเจ้ากล่าวว่า คำทั้งสองนั้น หมายถึง หลักการสำหรับทดสอบให้พบเนื้อแท้ของพุทธศาสนา และทั้งยังเป็นสิ่งที่ พุทธบริษัทจะพึงกระทำ เพี่อเป็นการหล่อเลี้ยงชีวิตของพระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง ให้คงอยู่ตลอดกาลนาน. ข้าพเจ้าขอยํ้า ถึงคำทั้งสองนั้น อีกครั้งหนึ่งว่า: -

#โอสาเรตัพพ : ต้องหยั่งเข้าไปให้ถึงใจความอันแท้จริง,
#สันทัสเสตัพพ : ต้องสอบสวนให้ทั่วถึง โดยรอบด้านจริง ๆ;

เมื่อได้กระทำไปอย่างทั่วถึง ด้วยความระมัดระวัง สุขุมรอบคุมแล้ว ในอาการทั้งสองนี้ เราจะมองเห็นอะไรลึก และ กว้าง, ละเอียดลออ และสมบูรณ์, มากแง่มากมุม และ ทุกระดับ ; ในที่สุดเราก็สามารถเลือก และพบสิ่งที่ดีที่สุด หรือเหมาะสมที่สุด อันอาจจะใช้ให้สำเร็จประโยชน์ได้จริง คือแก้ปัญหา หรือดับทุกข์ทั้งปวงได้ตามความประสงค์ ขอให้คำ ๒ คำนี้ คุ้นปากสำหรับพูด, คุ้นหูสำหรับ ได้ยิน, สืบไปตลอดกาล.

การหยั่งลงไปให้ลึก กับ การสอบให้รอบด้าน นี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เพราะมุ่งทำหน้าที่ต่างกัน แต่จะขาดเสียอย่างใดอย่างหนึ่งมิได้, ดังนั้น จึงถือว่าต้องไปด้วยกันอย่างเป็นคู่ฝาแฝด ในทุกกรณีแห่งกิจการที่ต้องใช้สติปัญญาอันเต็มไปด้วยปัญหาอันสลับซับซ้อน. หนังสือชื่อ สันทัสเสตัพพธรรม และ โอสาเรตัพพธรรม ๒ เล่มนี้มีลักษณะดังที่กล่าวนี้ และเป็นการเพียงพอโดยแน่นอน สำหรับการศึกษา ของนักศึกษาสมัยปัจจุบัน ที่รุ่งเรืองอยู่ด้วยปัญญา แต่มีกิจมากมีเรื่องมาก จนหาเวลามาทุ่มเทให้กับการศึกษาพุทธศาสนาได้ยาก. กล่าวอีกอย่างหนึ่ง ก็คือหนังสือ ๒ เล่มนี้ จะเป็น สูตรสำเร็จ ที่ครบถ้วน สำหรับการเลือกเฟ้นอย่างรุนแรงไม่ไว้หน้า ต่อสิ่งที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในหมู่มนุษย์ สมัยอวกาศหรือปรมาณู หรือกระทั่งสมัย ปิงปอง นี้เอง.

หนังสือเพียง ๒ เล่ม จะเพียงพอสำหรับนักศึกษาพุทธศาสนาแห่งยุคปัจจุบัน ได้อย่างไร เป็นสิ่งที่จะประจักษ์แก่ใจของนักศึกษานั้น ๆ ในเมื่อได้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ในหนังสือ ๒ เล่มนั้นไปแล้ว ด้วยความพยายามที่จะเข้าใจ โดยวิธีทั้ง ๒ วิธี คือทั้ง
โอสาเรตัพพะ และ สันทัสเสตัพพะ นั้นเอง. โดยไม่ต้องเชื่อตามคำยืนยันของข้าพเจ้า ที่กำลังยืนยันอยู่เช่นนี้, เพราะถ้าไปเชื่อเช่นนั้น มันก็จะผิดจากหลักเกณฑ์แห่งหนังสือ ๒ เล่มนี้ ไปเสียอีก อย่างน่าเวทนา.

หนังสือ ๒ เล่มนี้ บรรจุไว้ด้วยคำบรรยาย ที่เป็นเสมือน การผ่าตัด ตามวิธีโอสาเรตัพพะ และสันทัสเสตัพพะ อย่างเต็มที่ ในทุกแง่ทุกมุมของพระพุทธศาสนา ที่จำเป็นสำหรับผู้ศึกษาแห่งยุคปัจจุบัน. ถ้าท่านสังเกตดูให้ดี ท่านจะพบว่า ข้าพเจ้าผู้บรรยายกำลังมุ่งหมายจะผ่ากระโหลกศีรษะคน ที่มีมันสมองเติมอัดอยู่ด้วยความ กระหายที่จะศึกษาพุทธศาสนาแต่ตามวิถีทางของปรัชญาเสียท่าเดียว; เกลียดวิธีหรือวิถีทางศาสนา ที่เป็นอิสระจากการใช้เหตุผลอย่างยาเสพติดเพราะกำลังเห่อคำว่า “ปรัชญา” อย่างหลับหูหลับตาแบบสมัยนิยมแห่งยุคปัจจุบัน. ประโยชน์อันแท้จริง ที่มนุษย์จะได้รับจากพุทธศาสนา (ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าอย่างแท้จริงพ่วงท้ายเข้าอีก) นั้นก็เลยไม่ได้รับ เพราะมัวแต่ไปเสพติดเฮโรอีนของปรัชญาเสียหมด. ข้าพเจ้าขอยืนยันและวิงวอนซํ้าอีกครั้งหนึ่งว่า ขอให้ช่วยกัน ใช้วิธีการ ๒ อย่างนี้ ตามวิถีทาง ของศาสนา เพื่อการเข้าถึง ตัวแท้ของศาสนา, แล้วหล่อเลี้ยง “ชีวิต” ของศาสนา ให้ยังคงอยู่สำหรับจะช่วยเหลือมนุษย์ ได้อย่างแท้จริง และครบถ้วนทุกระดับของมนุษย์ที่มีความแตกต่างกัน โดยธรรมะระดับที่ต่างกัน ตามธรรมชาติแห่งปัจเจกชน นั้นๆ ทุกยุคทุกสมัยทีเดียว.

ขอให้ลองสังเกตดูอย่างธรรมดาสามัญ ว่า ถ้าเราไม่มีการตรวจดูโดยรอบคอบรอบด้านแล้ว เราจะหยั่งลึกลงไปที่ตรงไหน อย่างไรถูก, แม้ที่สุดแต่การที่จะปลูกต้นไม้สักต้นหนึ่งลงไปในสวน ก็ยังต้องตรวจสอบดูอย่างทั่วถึงเสียก่อนที่จะตัดสินใจลงไปว่าจะปลูกต้นไม้อะไร ที่ตรงไหน. การที่จะปลูกธรรมสักข้อหนึ่งลงไปในขันธสันดาน ก็จำเป็นที่จะต้องทำโดยวิธีการ ดังที่กล่าวมาแล้ว, และที่สำคัญยิ่งไป กว่านั้นอีกก็คือว่า ต้นไม้มีชื่ออย่างเดียวกัน ก็ยังมีหลายชนิด, เช่นกล้วยมีหลายชนิด เราจะปลูกกล้วยอะไร, โดยวิธีใด จึงจะได้ผลที่สุด, กระทั่งถึงการรับประทานผลของมัน ก็ยังจะต้องดูอีกว่าจะรับประทานอย่างไร จึงจะมีแต่คุณโดยส่วนเดียว.
จาก คำชี้แจงการใช้หนังสือเล่มนี้อย่างไร หน้า 27
ฟัง-อ่าน #โอสาเรตัพพธรรม #ธรรมโฆษณ์
https://hi.switchy.io/p5-f
#ศาลาธรรมโฆษณ์ #พุทธทาสภิกขุ Lifetime
@สืบสานงานท่านพุทธทาส เผยแพร่ 5 ช่องทาง
https://hi.switchy.io/qZzg

ที่อยู่

300/50 หมู่ 3 ต. บางรักพัฒนา อ. บางบัวทอง
Nonthaburi
11110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6629205408

เว็บไซต์

https://www.liferecovers.com/, https://www.ajarnchai.com/, https://www.advicefpm.com/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FPM Consultantผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง FPM Consultant:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram