Doctor Move Optimize Performance, Extend Longevity
(1)

ทำไมการยกเวท บางครั้งทำมีน้ำหนัก ปลอดภัยกว่าตัวเปล่าทุกคนที่เคยเรียนเรื่องวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะสายสุขภาพจะต้องรู้จักมันอย่...
12/04/2026

ทำไมการยกเวท บางครั้งทำมีน้ำหนัก ปลอดภัยกว่าตัวเปล่า

ทุกคนที่เคยเรียนเรื่องวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะสายสุขภาพจะต้องรู้จักมันอย่างแน่นอน ในฐานะตัวควบคุมการทำงานกล้ามเนื้อผ่าน Stretch Reflex และทำหน้าที่ช่วยเรื่อง Proprioception หรือการรับรู้ตำแหน่งร่างกาย ข้อต่อต่างๆ

แปลว่าอะไร ... แทนที่จะให้คนเล่นบอดี้เวทตัวเปล่าๆ แล้วบอกฟีลกล้ามเนื้อสิๆ การมีน้ำหนักบ้างในหลายครั้ง ก็จะช่วยทำให้ร่างกายฟีลกล้ามเนื้อทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกมั่นคงขึ้น (Proprioception ช่วยเรื่องการทรงตัว) ทำให้ฟอร์มดีขึ้น ยกได้หนักขึ้น ปลอดภัยขึ้นไปด้วยกัน

และมีอีกหลายวิธีที่จะทำอย่างไรให้สามารถยกหนัก พัฒนากล้ามเนื้อ และระบบประสาท ทั้งหมดนี้มาเรียนรู้หลักการพร้อมลงมือทำได้ใน จะประกาศอีกครั้งหลังสงกรานต์ (กรุงเทพเดือนก.ค และเชียงใหม่ต้นส.ค)

Doctor Move

11/04/2026

ฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้อง ลดพุง

…แค่อ่านประโยคนี้ก็ไม่เมคเซนส์แล้ว

เราฝึกกล้ามเนื้อไปทำไม ก็ให้มันทนทาน แข็งแรง ขนาดใหญ่ขึ้น … ผมยังไม่เคยเจอคนที่บอกว่าจะไปเล่นกล้ามให้กล้ามเล็กลง

แล้วเล่นกล้ามเนื้อหน้าท้องมันจะไปลดพุง ลดรอบเอวได้ยังไง อยากลดพวกน้้นก็ต้องลดไขมัน

ซึ่งถ้าเข้าใจสรีรวิทยาพื้นฐานก็จะเข้าใจได้ว่า เล่นท้องไปไขมันก็ยังไม่ได้ลด ถ้าไม่ไปจัดการสมดุลพลังงาน โภชนาการ

อีกอันที่พอกัน ก็เล่นเวทเทรนนื่งกระชับส่วนนั้นนี้ โทนนิ่ง เล่นไม่ให้ใหญ่ … คือมันก็ไม่มีการสร้างกล้ามเนื้อแบบที่มันขนาดเท่าเดิมไง ที่มันดูกระชับขึ้นก็ลดไขมัน แล้วถ้ายิ่งเพิ่มขนาดได้มันก็อาจจะยิ่งสวยคม

คนทั่วไปไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร

แต่คนที่ไปสอนคนอื่น มันแปลว่าคุณไม่มีความรู้พื้นฐานเลย

11/04/2026

ไม่ใช่ทุกคนที่อยากมีอายุยืน แต่ทุกคนอยากมีสุขภาพและความแข็งแรงเพียงพอที่จะไม่ต้องเป็นภาระใคร ในวันที่ตัวเองมีอายุยืน #หมอเทมส์ #สุขภาพดี

11/04/2026

ข้อมูลเรื่องออกกำลังกายพื้นฐานมันไม่ได้ซับซ้อนเลย แต่เพราะคนไม่รู้ ชอบออกมาพูดผิดๆ ลำบากคนอื่นต้องอธิบายไม่จบไม่สิ้น

ผัดผ่อนความสุขออกไปก่อนDelayed Gratificationผมคิดว่าเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดเลยในการที่เราจะสามารถมีสุขภาพดีได้ หากคุ...
11/04/2026

ผัดผ่อนความสุขออกไปก่อน
Delayed Gratification

ผมคิดว่าเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดเลยในการที่เราจะสามารถมีสุขภาพดีได้ หากคุณไม่สามารถละความสบายตรงหน้าเพียงเล็กน้อย ฝืนทำอะไรที่มันยากลำบากสักหน่อย (ซึ่งมักก็จะลำบากแค่ช่วงแรกเท่านั้นแหละ) ในอนาคตคุณก็จะพบความลำบากแน่นอน

เรื่องนี้สามารถพูดถึง 2 ประเด็นใหญ่ในสังคมได้เลย คือ ประเด็นสุขภาพกาย และสุขภาพการเงิน ...เอาจริงๆ เรื่องนี้สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด

📌 คุณอาจจะดูแลสุขภาพได้ยากขึ้นหากไม่มีเงิน (ไม่ต้องมีเยอะอะไร แค่มีพอที่คุณไม่ต้องง่วนทำงาน 24/7 มีเวลาเอาสมองไปคิดเรื่องดูแลสุขภาพ ไม่ต้องเอาตัวรอดไปวันๆ แม้การดูแลสุขภาพพื้นฐานอย่างการเดินหรือเลือกทานอาหารธรรมชาติจะไม่ได้ใช้เงินมาก แต่ต้องอาศัยเวลาและพลังใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกริบไปเกือบหมดหากเราขัดสนทางการเงิน)

📌 และคุณจะรักษาความมั่งคั่งได้ยากขึ้น หากไม่มีสุขภาพดี (เพราะ Productivity ลดลง ขาดรายได้ หรือต้องเอาเงินที่สะสมมาทั้งชีวิตไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลในส่วนที่ป้องกันได้)

หนึ่งในทักษะร่วมที่คุณควรมีเลยก็คือ การ "ผัดผ่อนความสุขออกไปก่อน" (Delayed Gratification) ถ้าไปอ่านตามเว็บไซต์อาจจะเจอว่า "การอดทนรอคอย" ซึ่งผมคิดว่ามันอาจจะสื่อความหมายได้ไม่ชัดนัก

มนุษย์มีแนวโน้มที่จะความต้องการการตอบสนองความพึงพอใจอย่างทันทีทันใด (Instant Gratification) เพราะความสุขตรงหน้าดูล่อตาล่อใจกว่าเสมอ เช่น

- คุณอยากลดน้ำหนัก แต่นั่นมันอาจจะเรื่องในหลายเดือน ตอนนี้กินไอติมขนมหวานบุฟเฟต์ชาบูเลย อร่อย ณ ตอนนี้ ไม่ต้องรอ

- คุณตั้งใจเก็บเงินลงทุน วางแผนเกษียณ แต่อยากได้ของที่อยู่ตรงหน้า ทำไมต้องรอไปสุขตอนเกษียณ ในเมื่อเราสุขตอนนี้ได้เลย

- ไปวิ่ง ไปเล่นเวท ออกกำลังกายเพื่อมีสุขภาพดีอย่างเห็นได้ชัดตอนสูงวัย แต่ดูซีรีย์สนุกเลย ณ วันนี้
..แน่นอนว่า คุณไม่ต้องมีวินัยตึงเปรี๊ยะตลอดเวลาหรอกครับ ไอเรื่องที่พูดมาก็ทำได้หมด ไม่มีผิด ชีวิตคนเราต้องมี "รางวัลระหว่างทาง" บ้างเพื่อให้ไปต่อได้ยาวๆ แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่เอาแต่ความสุขตรงหน้าอย่างเดียว จนลืมทำสิ่งสำคัญที่จำเป็นสำหรับวันข้างหน้า
..เป็นหนี้บัตรเครดิต เครียด ปัญหาสุขภาพตามมา ทุกอย่างวนลูปลงเหวหมด เสียทั้งสุขภาพการเงิน การงาน เป็น Classic Case ที่เห็นกันได้บ่อยๆ

ผมเห็นเทรนด์ที่ดีมาก การพูดเรื่องของความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) เรามักจะเน้นสุขภาพกาย-ใจ (Physical & Mental) แต่ปัจจุบันเราพูดถึง Financial Well-being หรือนอกจาก Lifespan, Healthspan ก็มีเรื่องของ Wealthspan (การมีทรัพยากรที่เพียงพอจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพจนวันสุดท้าย) ด้วย ... เพราะต้องยอมรับว่า 2 เรื่องนี้มันแยกกันโดยสิ้นเชิงไม่ได้

👉ลองเริ่มจากการ "ผัดผ่อนความสุขตรงหน้า" แล้วหันมาดูแลการเงินหรือการออกกำลังกายแทน เริ่มจากอะไรง่ายๆ ก็ได้ แค่ออมวันละ 5 บาท 10 บาท หรือออกไปเดินวันละ 10 นาที แต่ขอให้ทำให้ได้ทุกวันต่อเนื่องสัก 1-3 เดือน

แล้วคุณจะพบว่าการสร้างนิสัยใหม่นี้ คือการวางรากฐานสุขภาพการเงินและสุขภาพกายใจที่แข็งแรงในระยะยาว

Doctor Move

"Safely Fit" เป็นหนึ่งในคลาสที่ผมกับสุ่ยตั้งใจทำกันมากจากปีที่แล้วที่เราเปิดไป 2 รอบ เราได้รับ Feedback ที่ค่อนข้างดี แต...
10/04/2026

"Safely Fit" เป็นหนึ่งในคลาสที่ผมกับสุ่ยตั้งใจทำกันมาก

จากปีที่แล้วที่เราเปิดไป 2 รอบ เราได้รับ Feedback ที่ค่อนข้างดี แต่ในขณะเดียวกันหลายคนก็บอกว่าเนื้อหาอัดแน่นจนย่อยไม่ทัน และอยากให้มีส่วนของ Workshop ที่ได้ลงมือทำจริงมากกว่านี้

ปีนี้เราเลยปรับรูปแบบใหม่เป็น Hybrid คือเรียนเนื้อหาอัดแน่นผ่านระบบออนไลน์ก่อน เพื่อให้ทุกคนมีพื้นฐานที่เท่ากัน แล้วค่อยมาเจอกันใน Workshop เพื่อฝึกปฏิบัติจริง (ใครสะดวกเรียนออนไลน์อย่างเดียวก็ได้ แต่ถ้าจะเข้า Workshop ต้องผ่านออนไลน์มาเท่านั้น)

📌 เราจะเรียนเรื่องอะไรกันบ้าง?
เราจะพาไปรู้จักโรคต่างๆ ตั้งแต่ความดัน, เบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคไต ไปจนถึงกลุ่มโรคกระดูกและข้อ เช่น ข้อเสื่อม หรือกระดูกพรุน โดยเน้นไปที่การ "วางโปรแกรมออกกำลังกายให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ"

📌 ทำไมต้องมีคลาสนี้?
จุดเริ่มต้นมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมเคยเรียนคอร์ส Training in Special Population มาหลายที่ แล้วพบว่านำมาใช้จริงได้ยาก เพราะส่วนใหญ่จะสอนแยกเป็นโรคๆ แต่ในโลกความเป็นจริง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เรามักเจอคนไข้แบบ Combo Set คือมี 3-4 โรคพร้อมกัน ซึ่งตำราทั่วไปมักไม่ได้บอกวิธีประยุกต์ใช้ข้อมูลเหล่านี้ร่วมกัน

ยิ่งถ้าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคนมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว... แต่พอเจอเคสที่ซับซ้อน เช่น เข่าเสื่อม + เบาหวานขึ้นตา + หมอนรองกระดูกปลิ้น + เคยทำบอลลูนหัวใจ คำถามคือ "เขาต้องระวังอะไรบ้าง?"

ในทางปฏิบัติ เราคงไม่สามารถไปไล่ถามหมอเฉพาะทาง 3-4 คน เพื่อมาออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายเพียงโปรแกรมเดียวได้

📌 คลาสนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คุณไปวินิจฉัยหรือรักษาโรค และไม่ใช่ใบการันตีว่าคุณจะรับมือคนมีโรคได้ทุกเคสแบบไร้ขีดจำกัด แต่เราสอนให้คุณเข้าใจ Scope of Practice หรือขอบเขตวิชาชีพของตัวเอง

👉ในฐานะเทรนเนอร์: คุณต้องเข้าใจว่าจะพัฒนา Fitness Components อย่างไรโดยไม่ข้ามเส้นไปรักษาโรค แต่รู้วิธีเลี่ยงความเสี่ยง และรู้วิธีสื่อสารกับทีมแพทย์ด้วยภาษาเดียวกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกเทรน

👉ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์: ผมอยากให้เราเห็นภาพการออกกำลังกายที่ชัดขึ้น นำความรู้เรื่องโรคมาผสานกับหลัก Exercise Science แล้วคุณจะพบว่าคำแนะนำแบบกว้างๆ (General Advice) ที่เราคุ้นชิน เช่น "ห้ามยกของหนักเกิน...กิโล" หรือ "มีโรคนั้นห้ามทำนี่" หลายครั้งมันเป็นคำแนะนำที่ Overly Conservative (ระมัดระวังจนเกินเหตุ) จนทำให้คนไข้เสียโอกาสในการฟื้นฟูร่างกาย เราจะมาดูข้อมูลเชิงสรีรวิทยาและแนวเวชปฏิบัติต่างๆ เพื่อออกแบบโปรแกรมและสั่งการออกกำลังกายได้เหมาะสม

เรื่องการออกกำลังกายในคนที่มีโรค ยังมี Gap อีกมาก ในฐานะวิชาชีพทางการแพทย์ หลายครั้งเรากลัวความเสี่ยงจนทำให้การออกกำลังกายนั้น "เบาเกินไป" จนไม่มีประสิทธิภาพ

ผมหวังว่าคลาสนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนเห็นภาพชัดขึ้นว่า ไม่ว่าคนไข้หรือลูกเทรนจะมีโรคประจำตัวอะไร ข้อจำกัดในการออกกำลังกายมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

เราสามารถทำให้มันไม่ใช่แค่ "ปลอดภัย" แต่ต้อง "มีประสิทธิภาพ" ด้วย

ฝากติดตามรายละเอียดเร็วๆ นี้ครับ

10/04/2026

รู้จักกับ Longevity…สุขภาพดีหน้าตาเป็นอย่างไร อะไรคือ Lifespan - Healthspan - Strengthspan รับชมวิดีโอเต็มทางช่องแดงครับ

09/04/2026

คนยกหนักไม่ค่อยเจ็บหรอกครับ ส่วนใหญ่ยกผิด ยกไม่เป็นมากกว่า

ทุกคนควรจะฝึกยกน้ำหนักจากพื้นได้ เพราะชีวิตทุกคนต้องยกอะไรบางอย่างขึ้นมาจากพื้น -> ตะกร้าผ้า ถุงชอปปิ้ง กระถางต้นไม้ กระเป๋าเดินทาง หรือวันหนึ่งเราอาจจะต้องแบกคนที่เรารัก

การฝึกยกน้ำหนัก ถ้าคุณมองนอกจากเรื่องกล้าม รูปร่าง ความเป็นนักกีฬา มันก็คือทักษะในชีวิตประจำวัน

คนฝึกยกหนักเป็นประจำก็จะรู้ว่าน้ำหนักตัวเองรับไหว น้ำหนักไหนอันตราย รู้ว่าควรจัดระเบียบร่างกายอย่างไร ยกสิ่งของขึ้นมาในท่าไหน ทั้งหมดทั้งมวลมาจากการเรียนรู้ประสบการณ์

คนเจ็บก็มักจะทำผิดๆ ไม่เคยเรียนรู้ กลัวที่จะเรียนรู้ หรือคนที่ไม่รู้จักเรียนรู้ว่าอย่ายกเกินความสามารถตัวเอง (Ego Lifting)

และสุดท้ายทำถูก ทำดีหมด ก็เจ็บได้ ($h*t Happens) แต่โอกาสน้อยกว่าคนทั่วไปแน่นอน

Road to 200 kg จัดไป 150*4

หนึ่งใน Key Message หลักใน   คือในกลุ่มคนที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือกระดูกพรุน จุดประสงค์หลักเราไม่ได้ต้องการให้กล้า...
07/04/2026

หนึ่งใน Key Message หลักใน

คือในกลุ่มคนที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือกระดูกพรุน จุดประสงค์หลักเราไม่ได้ต้องการให้กล้ามเนื้อเขาเพิ่ม หรือแม้แต่กระดูกหนาขึ้น (อยากให้กล้ามเพิ่ม แต่ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก อยากให้กระดูกเพิ่มด้วย แต่เพิ่มแค่ไหนก็ไม่หลุดพ้นภาวะกระดูกพรุนจากการฝึก)

แต่เราต้องการให้พวกเขาสมรรถภาพกาย (Physical Performance) ที่ดีขึ้น นั่นคือผลลัพธ์ (Outcomes) ที่เราต้องการ เหมือนในแนวทางการรักษาภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยของ AWGS Consensus 2025

ใน Sarcopenia แค่คุณตั้งเป้าหมายหลักในการฝึกเป็น Hypertrophy ก็อาจจะไม่ถูกแล้ว ถ้าไม่ได้แก้ไขรากของสาเหตุที่มีส่วนมาจากระบบประสาท (Neurogenic)

สำคัญมากที่เราจะเข้าใจตัวชี้วัด การทดสอบต่างๆ แต่ละตัวก็มีจุดประสงค์ที่นำมาใช้ต่างกัน อย่างแรงบีบมือ (Grip Strength) ก็เป็นแค่เครื่องมือวินิจฉัย ไม่ใช่ผลลัพธ์หลักที่เราสนใจ

เรียนรุ้รายละเอียดยิบย่อย เข้าใจเรื่องเชิงลึก ลงมือปฏิบัติ ทั้งหมดพบได้ใน AGEStronger

❌❌❌คลาส พฤษภาคม "Fully Booked" ❌❌❌

รอรอบหน้า
- ก.ค กรุงเทพ
- ส.ค เชียงใหม่

ติดตามได้ทางเพจนี้และ Muscle Clinicz


ACE approved
NASM approved

กิน นอน ออกกำลังกาย สำคัญหมดแต่สิ่งที่ควรเริ่มเลย คือ การกิน และนอน ที่เราต้องทำอยู่ทุกวัน และมีผลกระทบที่เห็นได้ชัดและเ...
06/04/2026

กิน นอน ออกกำลังกาย สำคัญหมด

แต่สิ่งที่ควรเริ่มเลย คือ การกิน และนอน ที่เราต้องทำอยู่ทุกวัน และมีผลกระทบที่เห็นได้ชัดและเร็ว เช่น อดนอน ก็เกิดอุบัติเหตุ

ในแง่ความเร่งด่วน และความง่ายต่อการเริ่ม ก็ต้องกินและนอน

แต่ในระยะยาว ทุกด้านล้วนสำคัญ รวมถึงออกกำลังกาย แต่เป็นด้านที่คนมักละเลยที่สุด ให้ความสำคัญน้อยสุด

ดูจากโพสต์ที่แล้วก็ได้ 😢

ทุกคนบอกออกกำลังกายสม่ำเสมอ สำคัญกับสุขภาพ แต่เพียงเพราะมันไม่มีผลกับชีวิตในเร็วๆ นี้ รวมถึงต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ จึงถูกละเลยไป

ปัญหาของสูงวัยหลายอย่าง…หนึ่งในการรักษาหลักก็คือการออกกำลังกาย เช่น มวลกล้ามเนื้อน้อย หกล้ม กระดูกพรุน ข้อเสื่อม ภาวะเปราะบาง สมองเสื่อม …ซึ่งหากทำแต่แรกก็ไม่ต้องรักษา เพราะจะป้องกันได้แต่ต้น

เพราะคนไม่ค่อยให้ความสำคัญ มันเลยสำคัญ

Doctor Move

จริงๆ ก็สำคัญหมด…จะเทียบทำไม ธรรมชาติของมนุษย์ต้องเคลื่อนไหว หาอาหาร พักผ่อน อยู่รอดไปในแต่ละวัน…ถ้าต้องเลือกตอบด้านเดีย...
06/04/2026

จริงๆ ก็สำคัญหมด…จะเทียบทำไม

ธรรมชาติของมนุษย์ต้องเคลื่อนไหว หาอาหาร พักผ่อน อยู่รอดไปในแต่ละวัน

…ถ้าต้องเลือกตอบด้านเดียวจริงๆ ผมก็จะบอกว่า ด้านที่คุณทำได้แย่ที่สุดนั้นแหละ คุณควรให้ความสำคัญที่สุด

ถ้าคุณกินดีแล้ว นอนดีแล้ว แต่ยังไม่เริ่มออกกำลัง วันๆแทบไม่ขยับตัว 👉🏻 ก็ให้ความสำคัญกับมันได้แล้ว ไปออกกำลังซะ

ถ้าคุณกินดี ออกกำลังสม่ำเสมอ แต่ไม่นอนเลย 👉🏻ไปนอน

📌 แต่ในคนส่วนใหญ่ ผมก็จะตอบว่าออกกำลังกายสำคัญสุด เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ทำน้อยสุด

คนอาจจะกินดีบ้าง แย่บ้าง แต่ทุกคนต้องกิน อย่างน้อยก็ไม่ขาดสารอาหารล่ะ แม้ส่วนใหญ่จะกินเยอะไปหน่อย ถ้าเราดูในแง่สมดุลพลังงาน ก็ตีว่าประชากรสัก 50% กินโอเค (น้ำหนักตัวเหมาะสม ไม่อ้วน ไม่ผอม)

คนเราต้องนอน ผู้ใหญ่ก็ควรได้อย่างน้อย 7 ชม. แต่คนจำนวนมาก ก็นอนไม่ถึง แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่น้อยกว่า 5-6 ชม. ก็ได้สัก 70-80% ของคำแนะนำแล้วกัน

แต่เรื่องออกกำลังกาย ถ้าดูสถิติของอเมริกา มีผู้ใหญ่สัก 1 ใน 4 เองที่ทำได้ตามคำแนะนำสุขภาพ

และจากที่ผมไปบรรยายเรื่องพวกนี้ให้คนเป็นพันๆคนแล้ว ก็จะยกมือถามนี่แหละ พบว่ามีคนไม่ถึง 5-10% ที่มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งแบบแอโรบิก และสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อ

👉🏻 ไม่น่าแปลกใจเลย ที่สังคมบ้านเรา โดยเฉพาะบริบทเมือง จะเจอสูงวัยที่ค่อนข้างหง่อม ไปไหนมาไหนใช้รถเข็น ไม้เท้า ติดบ้าน ติดเตียง ไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้

ในคนกลุ่มนี้ก็ตอบได้เลยว่า ออกกำลังกาย สำคัญสุด และเป็นการออกกำลังกายแบบ เสริมสร้างความแข็งแรงและกล้ามเนื้อ

…ทิ้งท้ายว่า การออกกำลังกายจะไม่สำคัญเลย ถ้าคุณต้องใช้ชีวิตแบบที่มนุษย์ตามธรรมชาติควรใช้ วิ่งล่าสัตว์ ปีนต้นไม้เก็บผลไม้กิน แบกน้ำ แบกสิ่งของสร้างบ้าน นั่งกับพื้นดิน ไม่มีเวลานั่งแช่ทั้งวันอยู่หน้าคอมหน้าทีวี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ที่แค่ปลายนิ้วอาหารก็พร้อมวางอยู่หน้าคุณ

สุดท้าย…เลิกถาม และหาคำตอบของคำถามประเภทนี้เถอะ

Doctor Move

ที่อยู่

The Ant Gym 8 Soi.Rewadee55, Talat Kwan, Mueang Nonthaburi
Nonthaburi
11000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Doctor Moveผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์