12/10/2025
ขอตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง #แคลเซียมอุดตันเส้นประสาทตา ดังนี้ นะค่ะ
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ในทางการแพทย์ไม่มีศัพท์เฉพาะว่า "แคลเซียมอุดตันเส้นประสาทตา" โดยตรง แต่ที่อาจเข้าใจกันน่าจะหมายถึงภาวะที่มีการสะสมของแคลเซียมหรือคราบหินปูนไปอุดกั้นการไหลเวียนของเลือดที่เลี้ยงเส้นประสาทตา ซึ่งนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า "หลอดเลือดแดงเรตินาตัน" (Retinal Artery Occlusion) โดยเฉพาะประเภทที่เกิดจากลิ่มเลือดที่มีแคลเซียมมาเกี่ยวข้อง (calcific embolism)
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดภาวะนี้มักมาจาก:
1. โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการสะสมของคราบไขมันและแคลเซียมที่ผนังหลอดเลือด (เรียกว่า Plaque) เมื่อคราบนี้แตกออก ก็อาจทำให้ก้อนชิ้นเล็กๆ ที่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบหลุดลอยไปอุดตันหลอดเลือดในดวงตาได้
2. ลิ่มเลือดจากหัวใจ (Cardiogenic Embolus): ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจ เช่น โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบที่มีการสะสมแคลเซียม (Aortic Stenosis) หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ atrial fibrillation อาจทำให้มีลิ่มเลือดก่อตัวในหัวใจและหลุดไปอุดตันที่ตาได้
3. โรคหลอดเลือดอักเสบ (Vasculitis): เช่น โรคไจแอนท์เซลล์ อาร์เทอไรติส (Giant Cell Arteritis) ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบและบาดเจ็บที่ผนังหลอดเลือด นำไปสู่การอุดตันได้
4. ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ: ได้แก่
· ความดันโลหิตสูง
· เบาหวาน
· ไขมันในเลือดสูง
· การสูบบุหรี่
· อายุมากขึ้น (มักพบในผู้สูงอายุ)
อาการที่พบบ่งชี้ว่าเกิดภาวะหลอดเลือดแดงเรตินาตัน:
· ตามองไม่เห็นหรือมืดบอดกระทันหัน โดยไม่รู้สึกปวดตา (เหมือนมีม่านดำมาปิดบัง)
· การมองเห็นเสียหายอย่างรุนแรงและรวดเร็ว มักเกิดกับดวงตาเพียงข้างเดียว
คำแนะนำที่สำคัญ:
ภาวะนี้ถือเป็น ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ที่ต้องได้รับการรักษาทันที เพราะอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ หากมีอาการดังกล่าว ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
สรุปคือ ภาวะที่เข้าใจว่า "แคลเซียมอุดตันเส้นประสาทตา" นั้น แท้จริงแล้วมักเป็นผลจากโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ ซึ่งมีการสะสมของคราบหินปูน (แคลเซียม) เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ดังนั้นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ความดันโลหิต ไขมันในเลือด และน้ำตาลในเลือด รวมถึงการตรวจสุขภาพเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันค่ะ
นักวิจัยแนะนำทาน #มาคูน็อกซ์ Macunox เป็นประจำ เพื่อบำรุงดวงตา หลีกเลี่ยงการเกิดโรคเกี่ยวกับดวงตา