30/03/2026
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึง Burnout มากขึ้น ??
ภาวะหมดไฟหรือ Burnout ไม่ได้เกิดจาก “งานหนัก” เพียงอย่างเดียว
แต่เป็นผลของความเครียดเรื้อรังที่ไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเพียงพอ
งานวิจัยของ Christina Maslach อธิบายว่า Burnout เกิดจาก 3 องค์ประกอบหลัก
คือ ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ (emotional exhaustion)
ความรู้สึกห่างเหินจากงาน (depersonalization)
และการรู้สึกว่าตัวเอง “ไร้ประสิทธิภาพ” (reduced personal accomplishment)
ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังเกิดง่ายขึ้นในคนรุ่นใหม่ ด้วยหลายปัจจัย
-แรงกดดันให้ต้อง “ดีพอ” ตลอดเวลา
ตามทฤษฎี Self-Discrepancy ของ E. Tory Higgins
เมื่อ “ตัวตนที่เป็นจริง” ของเรา ห่างจาก “ตัวตนในอุดมคติ” มากเกินไป
จะทำให้เกิดความเครียด ความรู้สึกไม่พอ และหมดพลังในระยะยาว
-การเปรียบเทียบทางสังคมที่เข้มข้นขึ้น
จากแนวคิด Social Comparison Theory ของ Leon Festinger
การเห็นชีวิตคนอื่นบ่อย ๆ ทำให้เราประเมินคุณค่าตัวเองต่ำลงโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งเปรียบเทียบมาก ใจก็ยิ่งล้า
-ความต้องการอิสระ แต่ขาดความมั่นคง
ทฤษฎี Self-Determination Theory ของ Edward Deci และ Richard Ryan
อธิบายว่ามนุษย์ต้องการ 3 อย่าง: อิสระ (autonomy), ความสามารถ (competence), และความเชื่อมโยง (relatedness)
แต่ในโลกปัจจุบัน คนรุ่นใหม่มักได้ “อิสระ” แต่ขาด “ความมั่นคง” ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยภายในใจ สมองไม่ได้พักจริง
การทำงานต่อเนื่อง + การใช้โซเชียลตลอดเวลา ทำให้สมองอยู่ในภาวะตื่นตัว (chronic stress) ซึ่งเชื่อมโยงกับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล
เมื่อเกิดนาน ๆ จะนำไปสู่ความล้า หมดแรง และสมาธิลดลง
Burnout ของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เพราะ “ไม่อดทน” แต่เป็นเพราะพวกเขากำลังใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อม ที่กระตุ้นให้สมองและจิตใจ “ทำงานหนักตลอดเวลา”