03/10/2025
พาหะเไวรัสตับอักเสบ B, C (HBV, HCV) คือการมีไวรัสจะอยู่ในตับ ภูมิจะมาทำลายตับแบบเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นตับแข็งและมะเร็งตับได้
⚠️ เวลาใช้คำว่าพาหะ (Carrier) ต้องระวัง เพราะพาหะจากโรคพันธุกรรม กับพาหะจากโรคติดเชื้อไม่เหมือนกัน
✅ โรคพันธุกรรม: พาหะมักหมายถึงมียีนผิดปกติ แต่ไม่เพียงพอต่อการแสดงโรค (แต่ไม่เสมอไป) แต่ถ่ายทอดไปยังลูกได้
✅ โรคติดเชื้อ: พาหะหมายถึงการมีเชื้อโรคอยู่ในร่าง ซึ่งเป็นได้หลายแบบ แต่ส่วนใหญ่มักจะหมายถึงการติดเชื้อเรื้อรัง มีการเปลี่ยนแปลงในร่าง แต่บางครั้งแค่ไม่แสดงอาการ
ในกรณีพาหะของไวรัสตับอักเสบ B และ C ก็จะหมายถึงมีไวรัสซ่อนอยู่ในเซลล์ตับ (Hepatocytes) ซึ่งจะมีทั้งช่วงไวรัสแบ่งตัว active มากๆ ซึ่งจะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกัน (NK cell/CD8+ T cell) มาทำลายทั้งเซลล์ตับและไวรัส
การโดนทำลายเรื้อรัง ถ้าอยู่ในสภาพที่คุมได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเซลล์ตับสามารถงอกใหม่ได้ (Liver regeneration)
แต่ถ้าการทำลายรุนแรงเกินไป (ค่า viral load สูง, มีเอนไซม์ตับที่รั่วออกมาจากเซลล์เยอะเกิน) การฟื้นฟูจะไม่สมบูรณ์ มักหลงเหลือพังผืดไว้เยอะ ซึ่งระยะนี้ หากได้ยาต้านไวรัสมาลดจำนวนไวรัส จะดีขึ้นมาก
หากปล่อยแบบนี้ต่อไป ตับจะโดนทำลายไปเรื่อยๆ จนเต็มไปด้วยพังผืด กลายเป็นตับแข็งในที่สุด
ยิ่งถ้ามีปัจจัยเสริม เช่น ดื่มสุรา, ไขมันพอกตับจากเมตาบอลิซึ่ม (MAFLD) ยิ่งไปไวมาก
และเมื่อเป็นตับแข็งแล้ว มีโอกาสสูงที่จะมีเซลล์ที่ DNA โดนทำร้ายจนยีนที่เกี่ยวกับการแบ่งเซลล์เสียหาย เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma)
⚠️ ⚠️ จุดสำคัญที่สุดคือ ⚠️ ⚠️
ไวรัสตับอักเสบบี สามารถนำพันธุกรรมตัวเองแทรกไปยังเซลล์ตับได้ เลยทำให้มีโอกาสสูงที่จะเกิดมะเร็งตับได้ก่อนเลย โดยยังไม่มีอาการตับแข็งด้วยซ้ำ
📌 ดังนั้นใครเป็นพาหะแล้ว ควรตรวจติดตามกับแพทย์เสมอ เพื่อเช็กว่า เข้าสู่ระยะที่ภูมิคุ้มกันเริ่มตามทำลายไวรัสหรือยัง เพื่อรับยาต้านไวรัสหรือต้านภูมิบางชนิด และคอยตรวจคัดกรองมะเร็งตับ
และอย่าดูแลป้องกันเหตุทำร้ายตับ
อีกสองสาเหตุด้วยค่ะ
✅ ลดสุรา ถ้าเลี่ยงไม่ได้ และอยากดื่มประจำก็ขอน้อยกว่า 1-2 drink/วัน ส่วนดื่มแบบเป็นครั้งคราวบอกยาก ไม่ค่อยมีการศึกษามากพอ แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าเริ่มมีไขมันพอกตับแล้ว งดไปก่อนเถอะ
✅ ลดไขมันพอกตับ
(1) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
▪️แบบ Aerobic ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ เฉลี่ยประมาณ 30 นาที/วัน ประมาณ 5 วัน ถ้าได้โดสนี้แล้ว ควรเพิ่มระยะเวลาเป็น 300-600 นาที/สัปดาห์ หรือเพิ่มความหนักขึ้นแต่เวลาเท่าเดิม
▪️แบบ Strength อย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
▪️จุดสำคัญที่สุดของการเริ่มต้น ไม่ใช่วิธีการที่ซับซ้อน ขุดตัวเองมาออกต่อเนื่อง ให้เป็นพฤติกรรมถาวรให้ได้ จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตค่ะ
⚠️อย่าลืมประเมินศักยภาพตัวเอง ห้ามหักโหม ถ้าจะเพิ่มความหนักต้องค่อยๆ เพิ่ม ดื่มน้ำมากๆ มีวันพัก
(2) ควบคุมการกิน โดยเฉพาะขนมที่มีน้ำเชื่อม high fructose corn syrup กินได้แต่ต้องจำกัด ยิ่งคุณอ้วนแล้วต้องยิ่งจำกัด ถ้าคิดจะกินก็ต้องเพิ่มการเอาออก เพิ่มการออกกำลังกาย (จะตัด จะลด จะกินบ้าง ปัญหาโลกแตก ชั่งน้ำหนักเอาเอง)
▪️เพิ่มช่วงเว้นมื้ออาหาร (Fasting) ให้ยาวขึ้น เพราะเป็นช่วงที่เกิด lipophagy อย่างน้อยในขั้นแรก ลดของระหว่างมื้อให้ได้ก่อน กินให้จบในมื้อไป
▪️ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอค่ะ เราไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นในร่างกายเราแล้วบ้าง ส่วนใหญ่ไขมันพอกตับมักจะมีภาวะร่วม เช่น อ้วน, ดื้ออินซูลินจนน้ำตาลเริ่มสูง