เลขเด็ด ฮานอย ลาว รัฐ

เลขเด็ด ฮานอย ลาว รัฐ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก เลขเด็ด ฮานอย ลาว รัฐ, ศูนย์การแพทย์, Phetchabun.

ปิดถาวร
วุ้นในใบว่านหางจระเข้มีสารเคมีอยู่หลายชนิด เช่น Aloe-emodin, Aloesin, Aloin, สารประเภท Glycoprotein และอื่นๆ ยางที่อยู่ใ...
20/09/2020

วุ้นในใบว่านหางจระเข้มีสารเคมีอยู่หลายชนิด เช่น Aloe-emodin, Aloesin, Aloin, สารประเภท Glycoprotein และอื่นๆ ยางที่อยู่ในว่านหางจระเข้มีสาร Anthraquinone ทีมีฤทธิ์ขับถ่ายด้วย ใช้ทำเป็นยาดำ มีการศึกษาวิจัยรายงานว่า วุ้นหรือน้ำเมือกของว่านหางจระเข้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหารได้ดี เพราะในวุ้นใบว่านหางจระเข้นอกจากจะมีสรรพคุณรักษาแผลต่อต้านเชื้อแบคทีเรียแล้วยังช่วยสมานแผลได้อีกด้วย

ป่าช้าหมอง หรือหนานเฉาเหว่ย เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงตั้งแต่ 3-7 เมตร ลักษณะใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบเป็นขอบขนาน ขน...
19/07/2019

ป่าช้าหมอง หรือหนานเฉาเหว่ย เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงตั้งแต่ 3-7 เมตร ลักษณะใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบเป็นขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 3-8 เซนติเมตร ยาว 9-22 เซนติเมตร มีดอกเป็นช่อสั้น ๆ ดอกตัวผู้จะมีขนาดเล็กสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นกระจุกเล็ก ๆ กว้าง 12 มิลลิเมตร มีกลีบรองดอก 5 กลีบ ไม่มีกลีบดอก แต่จะมีเกสรอยู่มาก ส่วนดอกตัวเมียจะมีลักษณะคล้ายกันแต่จะมีรังไข่ที่เหนือวงกลีบ และมีขนดอกหนาแน่น ผลมีลักษณะเกือบกลม ผิวเกลี้ยง ขนาดผลประมาณ 2 เซนติเมตร และแบ่งออกเป็นพูเล็ก ๆ จำนวน 3 พู ผลอ่อนจะมีเนื้อสีเขียว ส่วนผลแก่จะมีเนื้อสีเหลืองแสด เมล็ดมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คือ 7-8 มิลลิเมตร โดยหนึ่งผลจะมี 3 เมล็ดอยู่ในแต่ละพูของผล มีเนื้อเยื่อขาว ๆ หุ้มอยู่

หนานเฉาเหว่ยเป็นพืชตระกูลเดียวกับพญายอ ฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบและอาการปวดได้

สรรพคุณของต้นป่าช้าหมองนี้ ส่วนใหญ่ก็มาจากสามส่วนสำคัญอย่าง ราก เปลือกไม้ และเนื้อไม้ โดยแต่ละส่วนที่ว่ามามีสรรพคุณดังนี้ค่ะ

* ราก - ใช้แก้ลม แก้อาการคันตามผิวหนัง แก้พิษในกระดูก แก้โรคผิวหนัง รักษาน้ำเหลืองเสีย

* เปลือกไม้ - แก้โรคตับพิการ แก้ปอดพิการ รักษาอาการลมเป็นพิษ รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย ยาระบาย ใช้รักษาเหงือกอักเสบ บำรุงสุขภาพฟันและเหงือกให้แข็งแรง แก้อาการคันตามผิวหนัง ถ่ายน้ำเหลือง แก้พิษในกระดูก ฆ่าพยาธิ แก้โรคเรื้อน คุดทะราด รวมทั้งรักษากามโรคได้
* ใบ - มีรสขม ช่วยบำรุงร่างกาย เพราะมีสรรพคุณปกป้องตับ (แต่ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคตับทาน) มีฤทธิ์ทำให้ตัวอ่อนไม่เกาะติดมดลูก

ทั้งนี้ในตำรับยาพื้นบ้านยังมีการนำลำต้นของต้นป่าช้าหมองหรือหนานเฉาเหว่ยมาใช้ในการต้มอาบสำหรับผู้หญิงที่กำลังอยู่ไฟ อีกทั้งยังถูกขนานนามว่าเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะสมุนไพรชนิดนี้อุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง ช่วยลดการอักเสบ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย และอาจยังสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย

วิธีทานใบหนานเฉาเหว่ยอย่างปลอดภัย

1. นำใบสดมาเคี้ยวกินได้ โดยเลือกใบเล็ก ๆ ทานวันละไม่เกิน 3 ใบ และไม่ต้องกินทุกวัน ควรเว้นระยะ 2-3 วันค่อยกินที หากใบใหญ่เท่าฝ่ามือ ให้ทานเพียงใบเดียว

2. นำใบเท่าฝ่ามือ 3 ใบ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร ต้มพอเดือด 3-5 นาที ดื่ม 250 มิลลิลิตร ก่อนอาหารเช้า วันละ 1 ครั้ง ตอนตื่นนอน กินบ้างหยุดบ้าง แต่ไม่ควรชงดื่มแทนน้ำ เพราะมีฤทธิ์แรง

3. นำใบสดไปปรุงอาหารได้ โดยลวกให้เดือด แล้วเทน้ำทิ้ง เพื่อลดฤทธิ์ของยาก่อน จึงค่อยนำไปรับประทานหรือปรุงอาหาร

4. ไม่ควรทานติดต่อกันทุกวัน หรือทานติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะเป็นยาเย็น โดยอาจจะทานติดต่อกันไม่เกิน 1 เดือน แล้วเว้นไป 1 เดือน จึงค่อยเริ่มกินใหม่ เพราะการกินติดต่อกันอาจมีผลกระทบกับร่างกาย

หนานเฉาเหว่ย โทษที่ควรระวัง ด้วยสรรพคุณของหนานเฉาเหว่ยที่ว่ามา ทำให้หนานเฉาเหว่ยเป็นสมุนไพรที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ดังนี้

- ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันโลหิตต่ำ หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต ไม่ควรทาน

- ไม่ควรกินหนานเฉาเหว่ยเป็นยา ในผู้ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุมความดันโลหิตได้ดีอยู่แล้ว

- สำหรับผู้ป่วย ไม่ควรหยุดทานยาแผนปัจจุบัน หรือขาดการรักษา และหากทานหนานเฉาเหว่ยแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ความดันตก น้ำตาลตก วิงเวียน หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อกออก ต้องหยุดกินทันที

- ผู้ป่วยเลือดจาง ควรระมัดระวังในการทาน เพราะบางรายงานพบฤทธิ์ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก (แต่บางรายงานก็ไม่พบผลดังกล่าว)

- จากการวิจัยในหนูเพศผู้พบว่า การใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรืออย่างเข้มข้นอาจเป็นพิษต่ออัณฑะ ดังนั้นชายวัยเจริญพันธุ์ ควรระมัดระวังการทานหนานเฉาเหว่ยติดต่อกันเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนข้อมูลความเป็นพิษของป่าช้าหมอง ในเนื้อไม้ก็มีพิษทำให้เกิดอาการเมา และยังมีฤทธิ์เป็นยาเบื่ออีกด้วย นอกจากนี้ป่าช้าหมองยังมีส่วนทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ดังนั้นหากจะนำป่าช้าหมองมาใช้ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้สมุนไพรชนิดใดก็ตาม

สมุนไพรอังกาบหนู มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เขี้ยวแก้ง เขี้ยวเนื้อ อังกาบ มันไก่ เป็นต้นลักษณะของอังกาบหนูต้นอังกาบหนู หรื...
19/07/2019

สมุนไพรอังกาบหนู มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เขี้ยวแก้ง เขี้ยวเนื้อ อังกาบ มันไก่ เป็นต้น

ลักษณะของอังกาบหนู
ต้นอังกาบหนู หรือ ต้นอังกาบเหลือง เป็นไม้พุ่มเตี้ย มีความสูงประมาณ 1-1.5 เมตร แตกกิ่งก้านจำนวนมาก มีลำต้นเกลี้ยง มีหนามยาวอยู่รอบข้อ หนามมีความประมาณ 1-2 เซนติเมตร มักพบขึ้นหนาแน่นเป็นวัชพืชอยู่ตามเขาหินปูนในที่แห้งแล้งทางภาคใต้และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย และมีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วไปในแอฟริกา ปากีสถาน อินเดีย พม่า มาเลเซีย รวมไปถึงภูมิภาคอินโดจีน
ต้นอังกาบหนูต้นอังกาบเหลือง
ใบอังกาบหนู หรือ ใบอังกาบเหลือง มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน มีความยาวประมาณ 4-12 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเรียวสอบจรดกับก้านใบ ที่ปลายมีติ่งแหลม ขอบใบมีขนแข็ง แผ่นใบมีขนสั้นนุ่มกระจายอยู่ด้านล่าง ก้านใบมีความยาวได้ประมาณ 2.5 เซนติเมตร

ดอกอังกาบหนู (อังกาบดอกเหลือง) ออกดอกเป็นช่อเป็นกระจุกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง (ออกหนาแน่นที่ช่วงปลายกิ่งคล้ายช่อเชิงลดสั้น) มีใบประดับดอกลักษณะเป็นรูปแถบยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ใบประดับย่อยเป็นหนาม ติดทน มีความยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบเรียงซ้อนเหลื่อมกันอยู่ มีขนาดไม่เท่ากัน คู่นอกจะมีขนาดใหญ่กว่า มีความยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร ที่ปลายเป็นติ่งหนาม กลีบคู่ในรูปไข่ ปลายแหลมยาว กลีบดอกลักษณะคล้ายรูปปากเปิด หลอดกลีบยาวประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร ดอกอังกาบหนูมีกลีบดอก 5 กลีบ มีสีส้มหรือเหลือง กลีบด้านบนมี 4 กลีบ มีความยาวเท่ากัน หลอดกลีบเรียงซ้อนเหลื่อมกัน ส่วนกลีบล่างจะมีขนาดเล็กกว่ากลีบบนเล็กน้อย มีเกสรตัวผู้ 2 ก้าน ติดอยู่ที่โคนกลีบดอก ยื่นเลยปากหลอดกลีบเล็กน้อย อับเรณูมีความยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร เกสรตัวผู้ที่เป็นหมัน 2 ก้าน มีขนาดเล็ก มีรังไข่เป็นรูปไข่ มีความประมาณ 3-4 มิลลิเมตร มีช่องอยู่ 2 ช่อง แต่ละช่องมีออวุลอยู่ 2 เม็ด ส่วนก้านเกสรตัวเมียมีลักษณะเรียวยาว ยาวกว่าเกสรตัวผู้ ยอดเกสรเป็น 2 พู ไม่ชัดเจนนัก

ผลอังกาบหนู ลักษณะของผลเป็นแบบแคปซูล รูปไข่แกมรูปขอบขนาน มีความประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ที่ปลายเป็นจะงอย ด้านในมีผลมีเมล็ดแบน ลักษณะคล้ายรูปไข่ มีความยาวประมาณ 5-7 มิลลิเมตร และมีขนคล้ายไหมแบนราบ

สรรพคุณของอังกาบหนู
ดอกอังกาบนำมาตากแห้งใช้ปรุงเป็นยาสมุนไพร ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยเจริญธาตุไฟได้ดีมาก
รากหรือใบใช้เป็นยาลดไข้ (ราก, ใบ) ช่วยแก้หวัดด้วยการนำใบมาคั้นกิน
ช่วยขับเสมหะด้วยการใช้รากของดอกอังกาบสีเหลืองที่ตากแห้งแล้วนำมาต้มเป็นยาดื่ม
ใบอังกาบหนูใช้เคี้ยวแก้อาการปวดฟันได้ ใช้ผสมกับน้ำผึ้งช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
น้ำคั้นจากใบใช้หยอดหู แก้หูอักเสบได้
ช่วยป้องกันและแก้อาการท้องผูก
รากช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อย
ใช้แก้พิษงู (ใบ)
ช่วยรักษาโรคคัน (ใบ)
รากหรือใบใช้ผสมกับน้ำมะนาวช่วยรักษากลากเกลื้อน (ใบ, ราก)
รากใช้เป็นยาแก้ฝี (ราก)
ทั้ง 5 ส่วนของต้นอังกาบหนูใช้เป็นยาแก้ไข้ข้ออักเสบ (ทั้ง 5 ส่วน)
ช่วยแก้อัมพาต รักษาโรคปวดตามข้อ โรครูมาติซั่ม หรือใช้ทาแก้อาการปวดหลัง แก้ปวดบวม (ใบ)
มีคนเคยใช้อังกาบเพื่อเยียวยารักษาโรคมะเร็ง เนื้องอกในสมอง และเบาหวาน แต่ไม่มีแหล่งข้อมูลไหนที่ยืนยันว่ามันสามารถช่วยหรือมีส่วนรักษาได้จริง (ราก)
สารสกัดจากรากอังกาบหนูมีฤทธิ์ในการคุมกำเนิด โดยมีการทดลองในหนูเพศผู้นานติดต่อกัน 60 วัน พบว่าสามารถคุมกำเนิดได้ 100% เนื่องจากสารสกัดดังกล่าวมีฤทธิ์ในการรบกวนการสร้างสเปิร์ม ลดจำนวนสเปิร์ม และทำให้การเคลื่อนไหวของสเปิร์มลดลง โดยสารสกัดจากอังกาบหนูนั้นส่งผลต่อการสร้างสเปิร์ม ทำให้โครงสร้างและหน้าที่ของสเปิร์มผิดปกติไป (ราก)
ประโยชน์ของอังกาบหนู
น้ำคั้นจากใบสามารถใช้ทาแก้ส้นเท้าแตกได้ (ใบ)

19/07/2019

ในบ้านเรามีสมุนไพรอยู่ทุกพื้นที่ เพียงแค่ว่าเราไม่รู้จักเท่านั้นเอง สมุนไพรบางตัวสามารถนำมาบำรุงร่างกายได้ บางชนิดรักษาโรคได้ แอดมินจะพยายามหามาลง ให้ได้มากที่สุดค่ะ

ที่อยู่

Phetchabun
67110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เลขเด็ด ฮานอย ลาว รัฐผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์