บ้านยาสามพี่น้อง

บ้านยาสามพี่น้อง จำหน่ายยา วิตามิน อาหารเสริม เวชภัณฑ์ เวชสำอางค์ และให้คำปรึกษาเรื่องยาโดยเภสัชกร

25/03/2026

❌ สิ่งที่พ่อแม่เข้าใจผิดที่พบบ่อย
คือเข้าใจว่า “น้ำมูกเหลือง/เขียว = ต้องกินยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ)”

จริงๆ แล้ว… ความเข้าใจนี้ ยังไม่ถูกต้องครับ
น้ำมูกเขียวไม่ได้แปลว่าลูกติดเชื้อแบคทีเรียเสมอไป



🧬 ทำไมน้ำมูกถึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียว?
• เวลาเป็นหวัดหรือติดเชื้อ (ไม่ว่าจะไวรัสหรือแบคทีเรีย)
• ร่างกายจะส่ง “เม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิล” มาสู้กับเชื้อเหมือนๆกัน
• ในเม็ดเลือดขาวนี้มีเอนไซม์ชื่อ Myeloperoxidase (MPO) ซึ่งมี"สีเขียว"ตามธรรมชาติ
• เมื่อมีเม็ดเลือดขาวรวมตัวกันมากๆ น้ำมูกเลยกลายเป็นสีเหลืองหรือเขียวนั่นเอง

➡️ ดังนั้น สีเหลือง/เขียวของน้ำมูก = แปลว่าเม็ดเลือดขาวเรากำลังทำงาน
อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสก็ได้หรือเชื้อแบคทีเรียก็ได้
ไม่ใช่หลักฐานชี้ชัดว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียเสมอไป



🩺 แล้วเมื่อไหร่ถึงจะสงสัยว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียจริงๆ?

ไม่ได้ดูแค่สีครับ แต่ต้องดู “อาการร่วม” อื่นๆด้วย เช่น 👇

🔹 อาการยืดเยื้อ เป็นนาน (Persistent symptoms)
• น้ำมูกเขียวเกิน 10 วัน โดยไม่ดีขึ้นเลย

🔹 อาการรุนแรง (Severe symptoms)
• มีไข้สูง ≥ 39°C (102.2°F)
• ร่วมกับน้ำมูกเขียวต่อเนื่อง ≥ 3 วัน
** เน้นนะครับ ว่าอย่างน้อย 3 วัน **

🔹 อาการแย่ลงใหม่ หลังดีขึ้น (Worsening symptoms)
• เดิมเหมือนจะดีขึ้นแล้ว แต่น้ำมูกกลับเขียวและแย่ลง
• หรือมีไข้กลับมาใหม่/ ปวดหัวรุนแรง

ถ้าลูกมีอาการเข้าเกณฑ์เหล่านี้
→ ถึงจะเริ่มคิดถึงการติดเชื้อแบคทีเรียและอาจพิจารณาให้ยาฆ่าเชื้อครับ 💊



👩‍⚕️ จะเห็นว่าการวินิจฉัยว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียจริงๆ ต้อง “อาศัยเวลา” ครับ
(เพราะการติดเชื้อไวรัสมักจะดีขึ้นเอง เมื่อเวลาผ่านไป)
หลายครั้งที่หมอหลายคนไม่จ่ายยาฆ่าเชื้อทันที
แล้วนัดมาติดตามอาการ 3 วัน 5 วัน
ไม่ได้แปลว่า “หมอเลี้ยงไข้” ❌

แต่แปลว่า…
ต้องมั่นใจก่อนว่าลูกติดเชื้อแบคทีเรียจริงๆ ถึงจะจ่ายยาฆ่าเชื้อให้กิน
เพราะยาฆ่าเชื้อ มันฆ่าได้แค่แบคทีเรีย ไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัส

และยาฆ่าเชื้อเองก็มีข้อเสีย เช่น
• ทำลายสมดุลของ “เพื่อนจิ๋วในลำไส้” (ไมโครไบโอม) ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาว (ใครยังไม่รู้จักไปอ่าน link ในคอมเมนท์เลยครับ)
• เพิ่มโอกาสเกิด “เชื้อดื้อยา” ส่งต่อไปในสังคม
• อาจมีผลข้างเคียง เช่น ท้องเสียหรือแพ้ยา

เพราะฉะนั้นการใช้ยาฆ่าเชื้อจึงเป็นเรื่องที่หมอต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ



💡 สรุปจำกันใหม่นะครับ
น้ำมูกเหลืองหรือเขียว = สัญญาณว่าเม็ดเลือดขาวกำลังต่อสู้
ไม่ใช่ตัวชี้ขาดว่าต้องกินยาฆ่าเชื้อเสมอไป
และส่วนใหญ่ก็เป็นจากการติดเชื้อไวรัส ที่มักจะหายเองได้ ❤️

👉 ใครยังไม่ได้อ่านข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจให้ลูกกินยาฆ่าเชื้อ
ตามไปอ่านต่อได้จาก link ในคอมเมนท์เลยครับ

25/03/2026

อย่าหลงเชื่ออินฟลู! ❌
อุปกรณ์ช่วยสำลักเด็กที่ขายกันเกลื่อน…
อาจแลกด้วย “ชีวิตลูกคุณ”

ในโซเชียลมีคลิปรีวิว
“อุปกรณ์ช่วยลูกสำลัก” เต็มฟีดไปหมด

พูดเหมือนเป็นของจำเป็น
มีติดบ้านแล้วอุ่นใจ

แต่ความจริงที่พ่อแม่ต้องรู้คือ…

====================

❗ ของที่ขายในไทยเกือบทั้งหมด
เป็น “ของปลอม/ของเถื่อน”

อุปกรณ์แบบนี้

👉 ที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA (อ.ย.อเมริกา)
มี “แค่ยี่ห้อเดียว” คือ LifeVac
(เพิ่งอัพเดทเมื่อ 4 มีนาคม 2569)

และของจริง
👉 ราคาอยู่ประมาณ 4,000 – 6,000 บาท



ยี่ห้ออื่นๆ ที่พยายามทำออกมา
👉 ยังไม่มีตัวไหนผ่านมาตรฐานเลย

ตัวอย่างเช่น ยี่ห้อ DeChoker
👉 เคยถูกสั่งให้หยุดจำหน่าย ปี 2023
เพราะข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
และมีรายงานบาดเจ็บในช่องปากและหลอดลม

====================

แต่สิ่งที่ขายกันในไทยตอนนี้…
มันหนักยิ่งกว่านั้น
ไม่ใช่แค่ “ยังไม่ผ่านมาตรฐาน”

แต่มันคือ…

👉 ของเล่นกิ๊กก๊อก
👉 ที่ทำหน้าตาเลียนแบบของจริง
👉 แล้วอ้างมั่วๆ ว่า “ช่วยชีวิตลูกได้”

ขายกันแค่ 300–400 บาท

และมีค่าคอมให้คนรีวิว
👉 สูงเกือบ 100 บาทต่อชิ้น
(คนเลยหยิบมารีวิว ป้ายยากันเยอะ)



ลองคิดดูนะครับ…

ของที่ “เอาไว้ช่วยชีวิตลูก”
แต่ต้นทุนจริงเหลือไม่กี่บาท

คุณกล้าใช้กับลูกจริงๆ ใช่ไหม?

“ของเล่นหลักร้อย”
แลกกับ “ชีวิตลูก เวลาเกิดเหตุจริง”

มันไม่คุ้ม…แม้แต่นิดเดียวครับ

====================

📌 และนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

FDA ระบุไว้ชัดเจนมากว่า

👉 อุปกรณ์นี้ “ห้ามใช้แทน” วิธีมาตรฐาน
แต่ให้ใช้เป็น “ทางเลือกที่สอง” เท่านั้น

และ…

👉 ใช้ได้ในเด็ก “อายุ > 1 ปี” เท่านั้น

แปลตรงๆ คือ
เวลาเจอเด็กสำลัก
ต้องทำวิธีมาตรฐานก่อนทั้งหมด

ถ้า “ทำทุกอย่างแล้วไม่ได้ผลจริงๆ”
ถึงค่อยพิจารณาใช้อุปกรณ์

❌ ไม่ใช่หยิบขึ้นมาใช้เป็นอย่างแรก

====================

📌 วิธีมาตรฐานที่ช่วยชีวิตเด็กสำลักจริงๆ

✔️ เด็ก < 1 ปี
→ ตบหลัง 5 ครั้ง สลับ กดหน้าอก 5 ครั้ง
(5 Back blow, 5 chest thrust)

✔️ เด็ก ≥ 1 ปี
→ ตบหลัง 5 ครั้ง สลับ รัดกระตุกหน้าท้อง 5 ครั้ง
(5 Back blow, 5 abdominal thrust/Heimlich)

นี่คือ

👉 มาตรฐานที่ใช้ทั่วโลก
👉 ไม่ต้องเสียเงินซื้อ
👉 ใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไปหาอุปกรณ์
👉 และมีหลักฐานชัดเจนว่า “ช่วยชีวิตได้จริง”

====================

เพราะในสถานการณ์จริง

⏱️ “ทุกวินาที = สมองของลูก”

ถ้ามัวแต่
• หาอุปกรณ์
• แกะกล่อง
• นึกวิธีใช้

เวลาที่เสียไป
อาจเป็นเวลาที่ “เอากลับมาไม่ได้อีกเลย”

====================

สรุปให้จำง่ายๆ
1. ของหลักร้อยที่ขายกัน = เสี่ยงเป็นของเลียนแบบ ❌
2. ของจริงราคาอยู่ในระดับ “หลายพันบาท”
3. อุปกรณ์นี้ “ไม่ใช่วิธีแรก” ในการช่วยชีวิต
4. สิ่งที่ช่วยชีวิตลูกจริงๆ คือ “การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง”

ส่วนตัวผม…

ไม่เคยแนะนำให้ใครซื้อครับ
เพราะมัน “ไม่จำเป็นขนาดนั้น”

และตัวผมเอง
ก็ไม่ซื้อติดบ้านไว้เช่นกัน

เพราะวิธีมาตรฐานที่กล่าวไปนั้น
👉 ช่วยชีวิตเด็กได้มากกว่า และเร็วกว่าแน่นอน

ถ้าพ่อแม่กลัวลูกสำลัก
สิ่งที่ควรลงทุนที่สุด ไม่ใช่อุปกรณ์

แต่คือ…
👉 “การเรียนรู้วิธีช่วยชีวิตลูก”

เพราะตอนเกิดเหตุจริง

คุณจะสติแตกมากๆ
สิ่งที่เร็วที่สุด
ไม่ใช่ของในกล่อง

แต่คือ
👉 “มือของคุณ”
👉 และ “ความรู้ที่คุณมี”

สองอย่างนี้เท่านั้น
ที่ช่วยลูกได้ทันเวลาจริงๆ ครับ 🙏

25/03/2026

Story from the field: คดี “ตาแดง ”

เหตุการณืนี้ เริ่มจากข้อความสั้น ๆ
“พบผู้ป่วยตาแดงหลายรายในคอนโดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ”

จากหลักสิบ…เพิ่มเป็นเกือบร้อยในเวลาไม่นาน คำถามจึงไม่ใช่แค่ “เกิดอะไรขึ้น” แต่คือ “อะไรเชื่อมคนเหล่านี้เข้าด้วยกัน”

ทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ 🕵️‍♂️🕵️‍♂️🕵️‍♂️
เริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่สุด การพูดคุยกับผู้ป่วย

พบว่ามีอาการคล้ายกันอย่างน่าประหลาด
ปวดตา น้ำตาไหล แพ้แสง ตามัว
บางรายมองเห็นไม่ชัดจนกระทบชีวิตประจำวัน

โดยทั่วไป ตาแดงมักเกิดจากไวรัส (เช่น adenovirus) หรือแบคทีเรีย
แต่เหตุการณ์นี้แตกต่างออกไป
👉เชื้อที่เกี่ยวข้องคือ Microsporidia ปรสิตในสิ่งแวดล้อม
ที่พบในดิน น้ำ และของเสีย
โดยปกติแล้ว การติดเชื้อนี้พบไม่บ่อย
ต้องมีการสัมผัสเชื้อโดยตรงอย่างชัดเจน
ไม่ใช่เชื้อที่ติดง่ายเหมือนไวรัสตาแดงทั่วไป

สิ่งที่ทำให้ทีม “เอะใจ” คือ
ผู้ป่วยแทบไม่มีปัจจัยเสี่ยงแบบเดิมในตำรา
ไม่มีใครไปเล่นดิน
ไม่มีใครใส่คอนแทคเลนส์แล้วลงน้ำ

เหมือนกับว่าโรคนี้…ไม่ได้เริ่มจากตัวคน
เมื่อ “คน” ไม่ใช่คำตอบ
ทีมจึงหันไปมอง “สิ่งแวดล้อม”

การสืบสวนค่อย ๆ ไล่ไปทีละจุด
พื้นที่ส่วนกลาง สระว่ายน้ำ
จนไปหยุดที่สิ่งที่ทุกคนใช้ทุกวัน
“น้ำ”

น้ำในอาคารเริ่มเผยคำตอบ
ขุ่น มีตะกอน
และคลอรีนต่ำกว่ามาตรฐานในหลายจุด
รายละเอียดเล็ก ๆ ค่อย ๆ ต่อกันเป็นภาพใหญ่

ถังน้ำล้างเพียงปีละครั้ง
ไม่มีการเติมคลอรีนสม่ำเสมอ
ระบบที่ควรปลอดภัย
กลับกลายเป็นช่องโหว่

ตรงนี้เอง
ที่เรื่องเปลี่ยนจาก “ข้อสงสัย” เป็น “สมมติฐาน”
และครั้งนี้ ทุกชิ้นชี้ไปในทิศทางเดียวกัน

นี่อาจเป็นการระบาดของ
👉Microsporidia keratitis ในคอนโดขนาดใหญ่ครั้งแรกของไทย

เมื่อรู้สาเหตุ
การควบคุมโรคจึงเริ่มทันที
ล้างถังน้ำ
ทำ chlorine shock
ปรับคลอรีนให้ได้มาตรฐาน
ไม่ซับซ้อน
แต่ต้อง “เร็วและแม่นยำ”

ไม่นานหลังจากนั้น
จำนวนผู้ป่วยเริ่มลดลง
การระบาดที่เคยดูเหมือนลึกลับ
ค่อย ๆ คลี่คลายลงอย่างเงียบ ๆ

นี่คือเสน่ห์ และความท้าทาย ของ #งานระบาดวิทยาภาคสนาม
ที่คำตอบมักไม่ได้อยู่ในห้องแล็บ ไม่ได้อยู่ในตำรา
แต่อยู่ใน “สนามจริง”

📖 สนใจติดตามรายละเอียดเรื่องนี้ ลองอ่านฉบับเต็มได้ที่
https://he05.tci-thaijo.org/index.php/WESR/article/view/7544


#กองระบาดวิทยา

25/03/2026

#แจ้งเตือนเฝ้าระวัง #ไข้กาฬหลังแอ่น โรคระบาดเงียบ อาการคล้ายหวัดแต่อันตรายถึงชีวิต

เนื่องจากสถานการณ์การพบผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่นในหลายพื้นที่ สารพันปัญหาการเลี้ยงลูกขอสรุปข้อมูลสำคัญ เพื่อให้คุณแม่เฝ้าสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรคนี้มีความรุนแรงสูงและดำเนินโรคเร็วมากภายใน 24 ชั่วโมง

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นการ #ไอ #จาม หรือ #การสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ ซึ่งเชื้อสามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดหรือทำให้เกิด #เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

หากเข้ารับการรักษาไม่ทันท่วงทีจะมี #อัตราการเสียชีวิตสูงมาก หรืออาจหลงเหลือความพิการถาวร เช่น การสูญเสียการได้ยิน ภาวะเนื้อตายจนต้องสูญเสียอวัยวะอย่างนิ้ว แขน หรือขา ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาว

#อาการเด่น ที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิดคือ #อาการไข้สูงเฉียบพลัน ร่วมกับอาการปวดศีรษะรุนแรง และมี #ภาวะคอแข็ง จนไม่สามารถก้มคอได้หรือมีอาการปวดรุนแรงเมื่อขยับคอ

#สัญญาณวิกฤต ที่สำคัญที่สุดคือการพบจุดเลือดออกหรือผื่นสีแดงม่วงคล้ายรอยช้ำตามร่างกาย ซึ่งลักษณะเด่นของผื่นชนิดนี้คือ "เมื่อกดแล้วสีจะไม่จางลง" (Non-blanching rash) หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับอาการซึม สับสน หรือมีอาการชักในเด็กเล็ก ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอสังเกตอาการที่บ้าน

แนวทางการป้องกัน
#วัคซีนป้องกัน : ปัจจุบันมีวัคซีนที่ครอบคลุมหลายสายพันธุ์ แนะนำให้ปรึกษาเล่มสมุดวัคซีนหรือกุมารแพทย์เพื่อวางแผนการฉีด
#สุขอนามัย : ยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (แก้วน้ำ หลอด)
#พื้นที่เสี่ยง : หลีกเลี่ยงการพาลูกไปในที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด

หากพบลูกมีไข้สูงร่วมกับผื่นที่มีลักษณะกดไม่จาง ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีโดยไม่ต้องรอสังเกตอาการที่บ้าน

#สารพันปัญหาการเลี้ยงลูก

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระวัง “ฮีทสโตรก” ช่วงวันเช็งเม้ง พร้อมแนะวิธีป้องกัน ลดเสี่ยงเสียชีวิต🤒🌞🔥
25/03/2026

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระวัง “ฮีทสโตรก” ช่วงวันเช็งเม้ง พร้อมแนะวิธีป้องกัน ลดเสี่ยงเสียชีวิต🤒🌞🔥

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระวัง “ฮีทสโตรก” ช่วงวันเช็งเม้ง พร้อมแนะวิธีป้องกัน ลดเสี่ยงเสียชีวิต

📥 ดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติม : https://shorturl-ddc.moph.go.th/EIWJb
----------------------------------
ที่มาข้อมูล : กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม
----------------------------------
⏬สามารถติดตามข่าวสารโรคและภัยสุขภาพอีกช่องทางหนึ่งทาง
📌facebook กดดู รู้โรค by กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/kZAEc
📌X กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/hFJ3A
📌TikTok กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/DDahM
📌IG: ddcthailand_official
https://shorturl-ddc.moph.go.th/n4F36
📌LINE กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/aYYBH
📌คลังสื่อโรคและภัยสุขภาพ กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/AwhOH
________
#แชร์บอกต่อ #กดดูรู้โรค
#สายด่วนกรมควบคุมโรค1422
#กรมควบคุมโรคห่วงใยอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี💖

21/03/2026

⚠️ รู้ทัน... #โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease)
แม้จะพบได้ประปราย แต่ความรุนแรงของโรคมีความรวดเร็ว กองระบาดวิทยา ขอเผยแพร่ข้อมูลเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก
📊 สถานการณ์ในประเทศไทย (1 ม.ค. - 17 มี.ค. 2569)
- พบผู้ป่วยสะสม 5 ราย เสียชีวิต 3 ราย (อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง)
- ในประเทศไทย พบผู้ป่วยได้ประปรายตลอดทั้งปี ไม่พบการระบาดใหญ่ในไทย
🌍 สถานการณ์ในต่างประเทศ
- ทั่วโลกพบผู้ป่วยประมาณ 1.2 - 2.3 ล้านรายต่อปี
- Case Study จากอังกฤษ : ล่าสุดในเดือน มี.ค. 2569 พบการระบาดของสายพันธุ์ B (MenB) ในกลุ่มนักศึกษา University of Kent ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงจากการรวมตัวกันในที่แออัด เช่น หอพัก และสถานบันเทิง
✅ ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ผู้ป่วยยังอยู่ในระดับต่ำและมีลักษณะเกิดแบบประปราย พร้อมเน้นย้ำการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้โดยไม่ตื่นตระหนก
🔗 อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ :
https://ddc.moph.go.th/doe/news.php?news=59185&deptcode=
#กองระบาดวิทยา

#ไข้กาฬหลังแอ่น

อัปเดตเมนูอาหารที่ "ควรเลี่ยง" อ้างอิงจากแนวเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์ 2569
20/03/2026

อัปเดตเมนูอาหารที่ "ควรเลี่ยง" อ้างอิงจากแนวเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์ 2569

อัปเดตเมนูอาหารที่ "ควรเลี่ยง" อ้างอิงจากแนวเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์ 2569 💡
ใครที่มีระดับกรดยูริกสูงหรือกำลังรักษาโรคเก๊าท์อยู่ การคุมอาหารคือหัวใจสำคัญในการป้องกันอาการกำเริบ!
วันนี้เราสรุปข้อมูลเชิงวิชาการล่าสุดจาก "แนวเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์ 2569" มาให้แล้ว ว่ากลุ่มอาหารไหนที่ควรเลี่ยง และกลุ่มไหนที่ควรทานกันค่ะ 👇
--------------------------------------------------------------------------
❌ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่ "ควรหลีกเลี่ยงและจำกัด"
🍺 เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด: ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ไวน์ หรือสุรา ล้วนเพิ่มความเสี่ยงของโรคเก๊าท์และภาวะกรดยูริกในเลือดสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณที่ดื่ม #แนะนำหลีกเลี่ยง
🥤 เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และ น้ำผลไม้: เป็นอีกกลุ่มเครื่องดื่มที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคเก๊าท์ได้อย่างชัดเจน #แนะนำให้จำกัดการดื่ม
🥩 เนื้อแดง และ อาหารทะเล: #แนะนำให้จำกัดการบริโภค เนื่องจากมีข้อมูลทางสถิติระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเก๊าท์
🍲 อาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ (Mixed animal-plant-based diet): การกินอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบก็พบว่ามีส่วนในการเพิ่มความเสี่ยงของเก๊าท์เช่นกัน
--------------------------------------------------------------------------
💡 Fact เชิงวิชาการที่น่าสนใจเรื่อง "เครื่องในสัตว์": หลายคนเชื่อว่าคนเป็นเก๊าท์ต้องงดกินเครื่องในเด็ดขาด แต่รู้หรือไม่? ข้อมูลจากการสืบค้นในแนวเวชปฏิบัติฯ ระบุว่า ปัจจุบัน "ยังไม่พบการศึกษาถึงผลของการบริโภคเครื่องในสัตว์ต่อการเกิดเก๊าท์หรือระดับกรดยูริกในเลือด" ที่แน่ชัดค่ะ
--------------------------------------------------------------------------
✅ กลุ่มอาหารทางเลือกที่ "ควรรับประทาน" (ช่วยลดความเสี่ยงเก๊าท์) เพื่อสุขภาพที่ดี แนวเวชปฏิบัติฯ ได้มีคำแนะนำสำหรับอาหารที่อาจช่วยลดความเสี่ยงและลดกรดยูริกได้ ดังนี้ครับ:
🥗 เน้นอาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก (Plant-based diet) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากถั่วเหลือง ถั่ววอลนัท (walnut) และถั่วเมล็ดสน (pine nut)
☕ กาแฟ และ ผลิตภัณฑ์จากนม (Dairy product): มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของภาวะกรดยูริกในเลือดสูงได้
🦠 โพรไบโอติก (Probiotic): ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า โพรไบโอติก โดยเฉพาะ ชนิดเชื้อเดี่ยว (Mono-strain) สามารถช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ลดได้ถึง 3.68 มก./ดล.) ซึ่งได้ผลดีกว่าโพรไบโอติกชนิดหลายสายพันธุ์ (Multi-strain) อีกด้วย
--------------------------------------------------------------------------
📌 คำแนะนำเพิ่มเติม: น้ำหนักคำแนะนำส่วนใหญ่อยู่ในระดับ "แนะนำแบบมีเงื่อนไข" ดังนั้น การปรับพฤติกรรมการกินควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลควบคู่ไปด้วยเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดนะคะ

ปล.ในแนวทางเวชปฏิบัติ ไม่ได้พูดถึงไก่ ปลาดุก และอื่นๆ ที่เราเคยบอกกันต่อๆมานะคะ

ที่มา: คำแนะนำที่ 18 หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

จํากัดการบริโภคเนื้อแดง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีน้ําตาล และน้ําผลไม้
แชร์โพสต์นี้ไปให้ครอบครัวหรือเพื่อนๆ ที่คุณห่วงใยได้เลย! ❤️

#โรคเก๊าท์ #ลดกรดยูริก #สุขภาพดี #อาหารต้านเก๊าท์ #แนวเวชปฏิบัติเกาต์2569 #ความรู้สุขภาพ

19/03/2026
19/03/2026

📢📢 ขอเชิญดาวน์โหลด

🔸 คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี พ.ศ. 2569
(ฉบับปรับปรุงแบบย่อ)

โดย สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ร่วมกับอีก 7 สมาคม และ 1 ราชวิทยาลัย ได้แก่
🔹 สมาคมเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวไทย
🔹 สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย
🔹 สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย
🔹 ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย
🔹 สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย
🔹 สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
🔹 สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย
🔹 สมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย 💉

📥 ดาวน์โหลด คำแนะนำฉบับปรับปรุงแบบย่อ ในรูปแบบ PDF และ Infographic
สำหรับวัคซีนที่มีการปรับคำแนะนำหลัก ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
👇
🔗https://idthai.org/Contents/Views/?d=!17!9!!1086!

#วัคซีนผู้ใหญ่ #วัคซีนผู้สูงอายุ #สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย

19/03/2026
19/03/2026
19/03/2026

🦠 เฝ้าระวัง #โรคสุกใส (Chickenpox) หรือที่คุ้นหูกันว่า #อีสุกอีใส เนื่องจากในช่วงนี้มีแนวโน้มพบผู้ป่วยสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน 🏫
📊 สถานการณ์โรคในประเทศไทย (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 มีนาคม 2569)
- ผู้ป่วยสะสม 10,560 ราย (ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต)
- แนวโน้มสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง และสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
- กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด 3 อันดับแรก คือ อายุ 5–9 ปี รองลงมาเป็น 10–14 ปี และ 0–4 ปี
- พบรายงานการระบาดเป็นกลุ่มก้อนแล้ว 4 เหตุการณ์ (ในสถานศึกษา 3 เหตุการณ์)
🗓️ โรคสุกใสพบการระบาดได้ตลอดทั้งปี แต่แนวโน้มมักเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน (โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียน)
🚨 มีไข้ มีตุ่มน้ำใส ต้องรีบแยกตัวและพบแพทย์ทันที อย่าปล่อยให้แพร่กระจาย‼
----------------------------------
ที่มา : กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
----------------------------------
⏬สามารถติดตามข่าวสารโรคและภัยสุขภาพอีกช่องทางหนึ่งทาง
📌facebook กดดู รู้โรค by กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/kZAEc
📌X กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/hFJ3A
📌TikTok กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/DDahM
📌IG: ddcthailand_official
https://shorturl-ddc.moph.go.th/n4F36
📌LINE กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/aYYBH
📌คลังสื่อโรคและภัยสุขภาพ กรมควบคุมโรค
https://shorturl-ddc.moph.go.th/AwhOH
#โรคสุกใส
#แชร์บอกต่อ #กดดูรู้โรค
#สายด่วนกรมควบคุมโรค1422
#กรมควบคุมโรคห่วงใยอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี💖

ที่อยู่

603/37 ถนนพระองค์ขาว
Phitsanulok
65000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:30
อังคาร 09:00 - 20:30
พุธ 09:00 - 20:30
พฤหัสบดี 09:00 - 20:30
ศุกร์ 09:00 - 20:30
เสาร์ 09:00 - 20:30
อาทิตย์ 09:00 - 20:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านยาสามพี่น้องผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง บ้านยาสามพี่น้อง:

แชร์