14/01/2026
ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ทีเป็นสำคัญของประเทศไทย
จากข้อมูลย้อนหลัง พบว่าประเทศไทยติดเชื้อในกระแสเลือด ประมาณ 175,000 คน/ปี
และมีอัตราการเสียชีวิต ประมาณ 45,000 คน/ปี คิดเป็น 25 % ของจำนวนผู้ติดเชื้อในกระแสเลือด เทียบให้เห็นภาพ คือ ติดเชื้อในกระแสเลือด 4 คน เสียชีวิต 1 คน(จากเดิม โอกาสเสียชีวิต 50%)
จากประสบการณ์การทำงาน และการทบทวนเคสเสียชีวิติจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ปัจจัยที่มีผลต่อ อัตราการติดเชื้อในกระแสเลือด คือ
1. Pre-hospital คือ ปัจจัย และการรักษาก่อนมาถึงโรงพยาบาล
ข้อมูลสำคัญจากรายงานปีงบประมาณ 2567 (ส่วนใหญ่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข):
- กลุ่มเสี่ยง: ผู้สูงอายุ 78.08%, ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 42.46%, ผู้ป่วยติดเตียง 12.32%.
- แหล่งติดเชื้อ: ระบบทางเดินหายใจ (ปอดอักเสบ) 43.83%, ระบบทางเดินอาหาร 19.17%, ระบบทางเดินปัสสาวะ 9.58%
สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง คือ
1. การเข้าถึงการรักษาล่าช้า อันเป็นผลมาจาการไม่รู้อาการ จึงไม่ได้ตระหนักถึงความรุนแรงของโรค ทำให้มีอาการรุนแรง(ภาวะซ็อค ไตวายเฉียบพลัน เลือดเป็นกรด ตับวาย การหายใจล้มเหลว) แล้วค่อยมาโรงพยาบาล จึงเพิ่มโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น
2. ได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะมาก่อน เช่น ไข้แล้ว ไปรักษาโดยการฉีดยามากก่อน โดยส่วนมากยาที่ฉีดตามคลินิกเวลาที่เราไข้ มักจะเป็นยา
>> Lincomycin + Dexamethasone (สูตรผีบอก ยาปฏิชีวนะผสมกับยาสเตียรอยด์) กดภูมิคุ้มกัน และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เพิ่มโอกาสการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด หรือบางครั้งฉีด
>> Diclofenac เป็นกลุ่มยาแก้ปวด NSAIDs มีโอกาสการเกิดไตวายเฉียบพลันได้
>> ได้ยาปฏิชีวนะ โดยไม่สมเหตุสมผล เช่น ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หรือไม่คอบคลุมเชื้อ เพิ่มโอกาสเกิดเชื้อดื้อยา
แนวทางการแก้ไข และคำแนะนำส่วนตัว คือ
1. คนไข้ควรตระหนักถึงการเจ็บป่วย โดยเฉาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เมื่อมีการเจ็บป่วย สามารถรักษาตามอาการได้ หาก 2 วัน อาการไม่ดีขึ้น ควรรีบมาพบแพทย์ และแจ้งประวัติให้ชัดเจนว่ารักษาด้วยยาอะไรมาบ้างแล้ว
2. งดการไปรักษาแบบ ฉีดยา เพราะเราไม่รู้ว่าเราฉีดฉีดยาอะไร ให้สันนิฐานเบื้อต้นไว้เลย ว่าเป็นยา 3 ชนิดที่กล่าวก่อนหน้า เพราะไม่มีคำแนะนำแบบนี้ในการการแพทย์ ตามแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง
3. หากมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจ ควรแหย่จมูกตรวจเชื้อ(Nasal swab) ก่อน เพื่อแยกว่าเป็นกลุ่มเชื้อไวรัส(RSV ไข้หวัดใหญ่ โควิด) หรือ เป็นเชื้อแบคทีเรีย เพื่อลดโอกาสการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผล
4. หากไม่สามารถมาโรงพยาบาลโดยรถส่วนตัว แนะนำให้โทรเรียก 1669 ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
5. ในอำเภอใดมีระบบการปักหมุดในกลุ่มผุ้ป่วยเสี่ยงสูงอยู่แล้ว ก็จะทำให้ง่าย และรวดเร็วในการเข้าถึงบ้านผู้ป่วย
ส่วนที่เหลือ คือระบบ
>> แนวทางการรักษาในโรงพยาบาล
>> ระบบการปรึกษาและส่งต่อ
>> การดูแลในหน่วยบริการ ICU
ในส่วนนี้มีระบบ และแนวทางการดูแลที่ชัดเจนอยู่แล้ว และมีการประชุมวิชาการ อัพเดทความรู้ และทบทวนผลการดำเดินงานอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว
Send a message to learn more