22/12/2020
ไม่ปล่อยให้เสื่อม เสริมให้แข็งแรง ลดเสี่ยงโรคตา โรคต้อ
มาถึงตรงนี้ พอจะเห็นแล้วว่า อาการหรือโรคตาที่เกิดขึ้น มักมาจากความเสื่อมถอยของสุขภาพดวงตาเป็นหลัก แต่ถ้าการเสื่อมนั้นไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติหรือตามวัย แต่เป็นความเสื่อมจากพฤติกรรมที่ละเลยการดูแลสุขภาพดวงตา ส่งผลกระทบต่อดวงตาโดยตรง โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้สายตาเป็นเวลานานๆ เช่น พนักงานออฟฟิศที่ต้องจ้องจอมอนิเตอร์ทำงาน นักเรียน นักศึกษาที่อ่านหนังสือเตรียมสอบ ยิ่งเราละเลย ไม่ดูแลใส่ใจให้ความสำคัญกับสุขภาพดวงตา จากเรื่องเล็กน่ารำคาญอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ ยากต่อการแก้ไขได้
การเพิ่มการบำรุงด้วยสารอาหารที่มาช่วยดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงการเกิดโรคและความผิดปกติกับดวงนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพดวงตาให้แข็งแรง ชะลอความเสื่อมก่อนเวลา นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตาที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว การบำรุงดวงตาด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ยังช่วยยืดอายุการทำงานดวงตาให้อยู่กับเราไปอีกนานๆ ซึ่งสารอาหารบำรุงดวงตาที่ควรหามารับประทานควบคู่ไปกับอาหารหลักอื่นๆ ให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่
1.ลูทีน...กรองแสงสีฟ้า ปกป้องจอประสาทตา
เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์เช่นเดียวกับ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) พบได้ในเลนส์ตาและจอประสาทตา โดยเฉพาะที่จุดรับภาพชัด คอยทำหน้าที่คล้ายแว่นกรองแสงสีน้ำเงินให้กับจอประสาทตา บำรุงดวงตา ช่วยลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม พบได้มากจากผักใบเขียวชนิดต่างๆ เช่น ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ผักกาดแก้ว บร็อคโคลี่ ข้าวโพด ถั่วลันเตา กะหล่ำแขนง
2.บิลเบอร์รี่...เสริมประสิทธิภาพการมองเห็น
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีแอนโธไซยานิน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผนังหลอดเลือดโดยเฉพาะหลอดเลือดฝอยบริเวณรอบๆ ดวงตาแข็งแรง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนในหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา สารแทนนินที่พบในบิลเบอร์รี่ยังช่วยลดการอักเสบ ที่เกิดขึ้นรอบๆ ดวงตาได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธภาพการมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม ต้อกระจก ลดอาการล้าของดวงตาจากการใช้งานเป็นเวลานาน
3.เบต้าแคโรทีน...ชะลอความเสื่อมดวงตา
ร่างกายจะได้รับเบต้าแคโรทีนจากผักและผลไม้ที่ให้สีเหลือง สีส้มหรือแดง เช่น ฟักทอง แครอท มะละกอ ผักใบเขียวชนิดต่างๆ จากนั้นเบต้าแคโรทีน จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในจอประสาทตา ทำให้ตาสามารถมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น และยังลดความเสื่อมของเซลล์ลูกตา เยื่อบุตา กระจกตา ลดความเป็นเสี่ยงเป็นต้อกระจกด้วย
4.แอสตาแซนทีน...ลดอาการตาล้าจากการจ้องจอ
สารอาหารบำรุงดวงตาที่อยู่ในกลุ่มของแคโรทีนอยด์สีแดง พบได้ในสัตว์ทะเลเนื้อสีแดง เช่น แซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เปลือกกุ้ง-ปู ช่วยลดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตาจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน และยังช่วยปรับกล้ามเนื้อเลนส์ตาทำให้มองเห็นภาพได้ชัดขึ้น
5. น้ำมันปลา...ลดภาวะตาแห้งOmega-3 ในน้ำมันปลาจะเข้าไปช่วยให้ต่อมไขมันที่เปลือกตาผลิตไขมันออกมาเคลือบชั้นของน้ำตา ป้องกันน้ำตาระเหยเร็ว ดวงตาจึงยังคงชุ่มชื้น นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาอีกว่า Omega-3 ในน้ำมันปลายังช่วยลดการระคายเคืองตา ลดการอักเสบ จากอาการตาแห้งได้อีกด้วย นั่นเท่ากับว่า Omega-3 มีส่วนช่วยบรรเทาอาการตาแห้งได้
Dry eye is usually treated with artificial tears or ointments. But some patients find relief by taking omega-3 fatty acid supplements or consuming omega-3s naturally by eating salmon, tuna, sardines,