บ้านสุขภาพดีแข็งแรง

บ้านสุขภาพดีแข็งแรง สุขภาพที่ดีใครๆ ก็อยากมี แต่วิถีกา?

ดีคอนแทคพลัส มองชัดขึ้น!! #ตาพร่ามัว #แสบตา #เคืองคันตา ดีขึ้นจริง อาการเหล่านี้ เราช่วยได้
☎️โทร.สั่งซื้อ 090-974-6353 คุณแตค่ะ
#ตามัว #เบลอๆ #มองไม่ชัด #เคืองคันตา #รู้สึกฝืดเคือง #น้ำตาไหล #คล้ายผงเข้าตา มักเกิดกับผู้ที่ใช้สายตามาก จ้องเพ่งหน้าจอโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือ ถูกแสง ลม ฝุ่นควัน ความร้อนนานๆ
สัญญาณอันตราย!! ความเสื่อมถอยของดวงตา

ดีคอนแทค ฟื้นฟูปัญหาเหล่านี้แบบเร่งด่วน
เห็นผล

ชัดเจน... จริง👈

#ดีคอนแทค พลัส (D-Contact Plus) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตา
ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 เม็ด (500 มก.)
1.เบต้า-กลูแคน จากยีสต์ 85% (Yeast Beta-Glucan 85%) 100 มก.
2.สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ (Bilberry Extract) 100 มก.
3.แอสคอร์บิก แอซิด (Ascorbic Acid) 50 มก.
4.สารสกัดจากแครนเบอร์รี่ (Cranberry Extract) 50 มก.
5.สารสกัดจากบลูเบอร์รี่ (Blueberry Extract) 50 มก.
6.สารสกัดจากดอกดาวเรือง (Marigold Extract) 40 มก.
7.เบต้า-แคโรทีน 10% (Beta-Carotene 10%) 30 มก.
8.วิตามีน บี 12 (Vitamin B12) 0.002 มก.

ขนาดบรรจุ: 1 กล่อง 3 แผง แผงละ 10 เม็ด รวม 30 เม็ด
เลขสารบบ อย.: 10-1-15456-5-0019
ได้รับมาตรฐาน GMP, ฮาลาลรับรอง
วิธีรับประทาน: วันละ 1-2 เม็ด หลังอาหารเช้า-เย็น
ราคา 1,260 บาท
✦ สั่งซื้อ/ปรึกษาฟรี✦

☎️โทร.สั่งซื้อ 090-974-6353 คุณแตค่ะ
จัดส่งไว จัดส่งจริง สินค้าเบิกตรงจากสำนักงานใหญ่ มั่นใจได้ของเเท้ 100% เเน่นอนค่ะ👍

#ดีบูเน่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เหมาะสำหรับกระดูก และข้อเสื่อม

ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดเข่า #กระดูกพรุน
#ชาปลายมือและปลายเท้า #นิ้วล้อค #ปวดเมื่อยตามข้อ #ผู้ที่ทำงานยืนนาน
#วัยหมดประจำเดือน #นักกีฬา #ปวดหลัง ร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น
#ปวดเข่า #ข้อเสื่อม #กระดูกเปราะ ,พรุน #มือ #เท้า #มีอาการชา
#นิ้วล็อค #นิ้วบวม #ปวดเมื่อยตามข้อต่างๆ

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดีบูเน่ (D-Boon) แบบผง
ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 ซอง
คอลลาเจนจากปลาทะเล (Hydrolyzed Fish Collagen) 0.60%
แคลเซียม คาร์บอเนต (Calcium Carbonate 95%) 0.60%
สารสกัดจากเปลือกสน (Pine Bark Extract 95%) 0.05%
วิตามิน ซี (Vitamin C) 0.05%
สารสกัดจากขมิ้น (Turmeric Extract) 0.025%
วิตามิน ดี3 (Vitamin D3, Type 100 CWS) 0.0005%
Inactive Ingredient
Microcrystalline Cellulose (USP GRADE) 2.545%
Lactose (USP GRADE) 1.7995%
Orange Juice Powder (FOOD GRADE) 0.30%
Silicon Dioxide (USP GRADE) 0.30%
ขนาดบรรจุ : 1 กล่องบรรจุด้วย 5 ซอง (25g.) ราคา 1,085 บาท
เลขสารบบ อย. : 10-3-12052-1-0006
วิธีรับประทาน : ทาน 1 ซอง ชงดื่มกับน้ำ 1/4 แก้ว รับประทานหลังอาหารเช้า หรือก่อนนอน

01/07/2021

d-boone ดีบูน-เน่
#ข้อเข่าเสื่อม #กระดูกทับเส้น #หมอนรองกระดูกเสื่อมทับเส้นประสาท #ปวดตามข้อ
ดีบูน d-boone ดี บูน เน่ ของแท้จากสำนักงานใหญ่

ดีบูน แบบผง และดีบูนเน่ แบบแคปซูล อาหารเสริมบำรุงกระดูกและข้อ

ดูแลกระดูกและข้ออย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมล้ำสมัย งานวิจัยระดับโลก ด้วยสารสกัดที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพเป็นเกรดยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (USP GRADE) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ กระดูกพรุน หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน นิ้วล็อค ผู้ที่ขาดแคลเซียม สุภาพสตรีวัยหมดประจำเดือน นักกีฬา อาชีพที่ ต้องยืนเป็นเวลานาน บรรเทาอาการปวดตามข้อ

บำรุงไขข้อ กระดูก หมอนรองกระดูกทับเส้น ข้อเสื่อม กระดูกพรุน ข้ออักเสบ เสริมแคลเซียม

สรรพคุณของสารสกัดที่มีอยู่ในดีบูน แบบผง และดีบูนเน่ แบบแคปซูล

- คอลลาเจนไทป์ทู ช่วยเสริมสร้างสารหล่อลื่นในข้อต่อ ช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- สารสกัดจากขมิ้น เปลือกสนฝรั่งเศษ ช่วยลดอาการปวดและบรรเทาอาการอักเสบ

- เพิร์ลแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง

ดีบูน แบบผง และดีบูนเน่ แบบแคปซูล เหมาะสำหรับ

- ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

- โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน

- นิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน

- บรรเทาอาการปวดตามข้อ

- สตรีวัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม

- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง

- นักกีฬา หรือ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

- ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานานๆ

- ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ กระดูกพรุน

- ป้องกันการเกิดโรคข้อเสื่อม

- ป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ

ดีบูนเน่ ดูแลกระดูก ที่เป็นโครงสร้างร่างกายของคนเรา  #ดีบูนเน่  #กระดูก  #ข้อเข่า    ดีบูน >> สกัดจากกระดูกอ่อนปลาทะเลน้...
01/07/2021

ดีบูนเน่ ดูแลกระดูก ที่เป็นโครงสร้างร่างกายของคนเรา #ดีบูนเน่ #กระดูก #ข้อเข่า

ดีบูน >> สกัดจากกระดูกอ่อนปลาทะเลน้ำลึก >> และ ไข่มุกที่เลี้ยงในทะเล >> และ มีแคลเซียมสูงที่สุด >>สกัด นวัฒกรรมใหม่ >> เพือเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของกระดูก >> ที่เป็นโครงสร้างร่างกายของมนุษย์

💪💪D-Boone (ดีบูน)💪💪

อาหารเสริมที่มียอดขายสูงสุดทั้งในยุโรปและอเมริกา ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกและข้อต่อ
ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวเพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนรอบๆ ข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย และเอ็นยึดข้อต่อกระดูก

>>เหมาะสำหรับ

🙏🙏🙏คุณลูกค้าผู้มีพระคุณ ที่ไว่ว่างให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพดูแลดวงตาและร่างกายของเรา😃รอรับได้เลยจ้า จัดส่งแล้วค่ะ 🌹จั...
20/01/2021

🙏🙏🙏คุณลูกค้าผู้มีพระคุณ ที่ไว่ว่างให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพดูแลดวงตาและร่างกายของเรา
😃รอรับได้เลยจ้า จัดส่งแล้วค่ะ
🌹จัดส่งจริง ของแท้ชัวร์
💥แตดีคอนแทค โทร 090-974-6353 กมลลักษณ์ค่ะ
กดที่ลิงค์ https://bit.ly/2FTydQz

 #จบเรื่องปัญหาดวงตา‼️ตามัว เบลอๆ สายตาเริ่มผิดปกติ?***ดูแลง่ายๆ ดูแลวันนี้ดีกว่าเสียเป็นแสน*** #ต้อเนื้อ  #ต้อลม  #เบาห...
07/01/2021

#จบเรื่องปัญหาดวงตา‼️ตามัว เบลอๆ สายตาเริ่มผิดปกติ?
***ดูแลง่ายๆ ดูแลวันนี้ดีกว่าเสียเป็นแสน***
#ต้อเนื้อ #ต้อลม #เบาหวานขึ้นตา
#ตาพร่ามัว #แสบตา #มองไม่ชัด #ตาแดง
#น้ำตาไหลบ่อย #เคืองตา #สายตาสั้น #วุ้นในตาเสื่อม
** อย่าปล่อยให้ลุกลามจนมองไม่เห็น**
*ดีคอนแทค พลัส (D-Contact Plus) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตา
ขนาดบรรจุ: 1 กล่อง 3 แผง แผงละ 10 เม็ด รวม 30 เม็ด
เลขสารบบ อย.: 10-1-15456-5-0019
วิธีรับประทาน: วันละ 1-2 เม็ด หลังอาหารเช้า-เย็น
ราคา 1,260 บาท
📌สนใจสั่งชื้อ 090-974-6353

ไม่ปล่อยให้เสื่อม เสริมให้แข็งแรง ลดเสี่ยงโรคตา โรคต้อมาถึงตรงนี้ พอจะเห็นแล้วว่า อาการหรือโรคตาที่เกิดขึ้น มักมาจากความ...
22/12/2020

ไม่ปล่อยให้เสื่อม เสริมให้แข็งแรง ลดเสี่ยงโรคตา โรคต้อ
มาถึงตรงนี้ พอจะเห็นแล้วว่า อาการหรือโรคตาที่เกิดขึ้น มักมาจากความเสื่อมถอยของสุขภาพดวงตาเป็นหลัก แต่ถ้าการเสื่อมนั้นไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติหรือตามวัย แต่เป็นความเสื่อมจากพฤติกรรมที่ละเลยการดูแลสุขภาพดวงตา ส่งผลกระทบต่อดวงตาโดยตรง โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้สายตาเป็นเวลานานๆ เช่น พนักงานออฟฟิศที่ต้องจ้องจอมอนิเตอร์ทำงาน นักเรียน นักศึกษาที่อ่านหนังสือเตรียมสอบ ยิ่งเราละเลย ไม่ดูแลใส่ใจให้ความสำคัญกับสุขภาพดวงตา จากเรื่องเล็กน่ารำคาญอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ ยากต่อการแก้ไขได้
การเพิ่มการบำรุงด้วยสารอาหารที่มาช่วยดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงการเกิดโรคและความผิดปกติกับดวงนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพดวงตาให้แข็งแรง ชะลอความเสื่อมก่อนเวลา นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตาที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว การบำรุงดวงตาด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ยังช่วยยืดอายุการทำงานดวงตาให้อยู่กับเราไปอีกนานๆ ซึ่งสารอาหารบำรุงดวงตาที่ควรหามารับประทานควบคู่ไปกับอาหารหลักอื่นๆ ให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่

1.ลูทีน...กรองแสงสีฟ้า ปกป้องจอประสาทตา
เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์เช่นเดียวกับ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) พบได้ในเลนส์ตาและจอประสาทตา โดยเฉพาะที่จุดรับภาพชัด คอยทำหน้าที่คล้ายแว่นกรองแสงสีน้ำเงินให้กับจอประสาทตา บำรุงดวงตา ช่วยลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม พบได้มากจากผักใบเขียวชนิดต่างๆ เช่น ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ผักกาดแก้ว บร็อคโคลี่ ข้าวโพด ถั่วลันเตา กะหล่ำแขนง

2.บิลเบอร์รี่...เสริมประสิทธิภาพการมองเห็น
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีแอนโธไซยานิน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผนังหลอดเลือดโดยเฉพาะหลอดเลือดฝอยบริเวณรอบๆ ดวงตาแข็งแรง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนในหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา สารแทนนินที่พบในบิลเบอร์รี่ยังช่วยลดการอักเสบ ที่เกิดขึ้นรอบๆ ดวงตาได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธภาพการมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม ต้อกระจก ลดอาการล้าของดวงตาจากการใช้งานเป็นเวลานาน

3.เบต้าแคโรทีน...ชะลอความเสื่อมดวงตา
ร่างกายจะได้รับเบต้าแคโรทีนจากผักและผลไม้ที่ให้สีเหลือง สีส้มหรือแดง เช่น ฟักทอง แครอท มะละกอ ผักใบเขียวชนิดต่างๆ จากนั้นเบต้าแคโรทีน จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในจอประสาทตา ทำให้ตาสามารถมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น และยังลดความเสื่อมของเซลล์ลูกตา เยื่อบุตา กระจกตา ลดความเป็นเสี่ยงเป็นต้อกระจกด้วย

4.แอสตาแซนทีน...ลดอาการตาล้าจากการจ้องจอ
สารอาหารบำรุงดวงตาที่อยู่ในกลุ่มของแคโรทีนอยด์สีแดง พบได้ในสัตว์ทะเลเนื้อสีแดง เช่น แซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เปลือกกุ้ง-ปู ช่วยลดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตาจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน และยังช่วยปรับกล้ามเนื้อเลนส์ตาทำให้มองเห็นภาพได้ชัดขึ้น

5. น้ำมันปลา...ลดภาวะตาแห้งOmega-3 ในน้ำมันปลาจะเข้าไปช่วยให้ต่อมไขมันที่เปลือกตาผลิตไขมันออกมาเคลือบชั้นของน้ำตา ป้องกันน้ำตาระเหยเร็ว ดวงตาจึงยังคงชุ่มชื้น นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาอีกว่า Omega-3 ในน้ำมันปลายังช่วยลดการระคายเคืองตา ลดการอักเสบ จากอาการตาแห้งได้อีกด้วย นั่นเท่ากับว่า Omega-3 มีส่วนช่วยบรรเทาอาการตาแห้งได้

Dry eye is usually treated with artificial tears or ointments. But some patients find relief by taking omega-3 fatty acid supplements or consuming omega-3s naturally by eating salmon, tuna, sardines,

เสื่อมแล้ว โรคตามักมาเร็วตามธรรมชาติแล้ว สุขภาพดวงตาของคนเรานั้นจะค่อยเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคตาบางโรคต...
22/12/2020

เสื่อมแล้ว โรคตามักมาเร็ว
ตามธรรมชาติแล้ว สุขภาพดวงตาของคนเรานั้นจะค่อยเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคตาบางโรคตามมา โดยคนที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มักพบความเสื่อมมากว่าคนที่อายุน้อยกว่า แต่ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตทุกวันนี้ ที่เราใช้เวลาอยู่หน้าจอเกือบจะตลอดเวลาการใช้สายตานานๆ โดยแทบไม่ได้หยุดพักสายตาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการจ้องหน้าจอทำงานในวัยทำงาน การอ่านหนังสือ หรือดูหน้าจอในห้องมืดหรือแสงสว่างไม่เพียงพอ เป็นตัวการสำคัญที่เร่งทำให้สุขภาพดวงตาเสื่อมโทรมลง ส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติไปจากเดิม ตามมาด้วยโรคทางตาบางโรคที่อาจไม่ส่งสัญญาณเตือนให้รู้ตัวก่อน แต่แสดงอาการออกมาเมื่อความรุนแรงของโรคเกินที่จะรักษาได้แล้ว จะมีโรคอะไรบ้าง มาเช็กกัน
1.เลนส์แก้วตาเสื่อม...เสี่ยงโรคต้อกระจก
เป็นโรคที่เกิดจากเลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพทำให้เห็นภาพมัว ไม่ชัดเจน เนื่องจากแสงไม่สามารถส่งผ่านไปยังประสาทตาได้เต็มที่ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน หรือที่เรียกว่า ตามัว มองเห็นไม่ชัด เบลอ
2.ขั้วประสาทตาเสื่อม...เสี่ยงโรคต้อหิน
ต้อหินเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของขั้วประสาทตาที่เป็นผลมาจากความผิดปกติของความดันภายในลูกตาที่เพิ่มสูงขึ้นจนไปกดทับประสาทตา ทำให้ประสาทตาเสื่อม การมองเห็นก็จะพร่ามัวลงจนถึงขึ้นสูญเสียการมองเห็นอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้ความสามารถในการมองเห็นลดลงจนถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นในที่สุด
3.แสงสีฟ้าหน้าจอ...เสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมและ คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม
จอประสาทตาเสื่อมเกิดจากความเสื่อมบริเวณส่วนกลางจอรับภาพของจอประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นไป โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดกับผู้สูงอายุเนื่องจากเป็นการเสื่อมตามช่วงอายุ แต่ปัจจุบันพบว่าคนที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานติดต่อกัน กลับเป็นกลุ่มที่เสี่ยงจอประสาทตาเสื่อมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอต่างๆ ที่เข้าไปทำลายจอรับภาพในจอประสาทตา ทำให้การมองเห็นขาดความคมชัดลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้เช่นกัน
4.จ้องจอนาน วุ้นตาเสื่อม...เสี่ยงโรควุ้นในตาเสื่อม
จุดดำๆ หรือเส้นใยบางๆ คล้ายหยากใยที่ลอยไปลอยมาในตา และมักจะหายไปเมื่อเราจ้องมอง คือสัญญาณเตือนว่า คุณอาจเสี่ยงเป็นโรควุ้นในตาเสื่อม ทั่วไปแล้ววุ้นในตาเสื่อมนั้นเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุเนื่องจากวุ้นตาเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย แต่ในวัยทำงาน สาเหตุที่ทำให้วุ้นตาเสื่อมเร็วก่อนเวลา นั้นมาจากพฤติกรรมการใช้สายตา การจ้องจอเป็นเวลานานๆ หรือการอ่าน ดู หรือใช้สายตาในที่แสงสว่างน้อย ทำให้เราต้องเพ่งสายตามากขึ้น ส่งผลให้วุ้นตาเสื่อมเร็วขึ้น และหากปล่อยเอาไว้โดยไม่หาทางชะลอหรือรักษาอาการ อาจนำไปสู่ภาวะจอตาหลุด สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ หากวุ้นตาในส่วนที่อยู่รอบๆ จอตาหลุดลอกออกมา

ใช้ตาไม่พัก ใช้งานหนักๆ ก็มักจะเสื่อมเร็วอาการแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับดวงตา หลังจากที่มีการใช้งานดวงตาเป็นเวลานาน เช่น การจ...
22/12/2020

ใช้ตาไม่พัก ใช้งานหนักๆ ก็มักจะเสื่อมเร็ว
อาการแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับดวงตา หลังจากที่มีการใช้งานดวงตาเป็นเวลานาน เช่น การจ้องจอโน้ตบุ๊ก การอ่านข่าวจากหน้าจอสมาร์ทโฟน การแชตคุยกับเพื่อนหรือการรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตดึกๆ ล้วนแต่เป็นต้นเหตุของความเสื่อมของดวงตา ที่ส่งผลต่อการมองเห็นและสุขภาพดวงตา ลองมาเช็คกันดูว่า คุณเองเคยมีอาการแปลกๆ เหล่านี้กันบ้างแล้วหรือยัง?
1.ตาพร่า ตามัว
เป็นอาการแปลกๆ ยอดนิยมที่หลายคนเป็นกัน เมื่อการมองเห็นไม่สามารถโฟกัสภาพให้คมชัดได้ เนื่องจากการเพ่งหรือจ้องจอเป็นเวลานานจนทำให้กล้ามเนื้อตาไม่สามารถส่งพลังไปปรับโฟกัสได้ทันที หากอาการตาพร่ามัวไม่รุนแรงมาก อาจสร้างปัญหาให้เพียงแค่ดวงตาจะไม่สามารถโฟกัสภาพนั้นได้ แต่หากอาการตาพร่ามัวเริ่มมีอาการรุนแรงขึ้นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคต้อกระจก ต้อหิน ได้

2.เห็นภาพซ้อน
การมองวัตถุเพียงชิ้นเดียวแต่มองเห็นเป็น 2 ชิ้น บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย ซึ่งการเห็นภาพซ้อนขึ้นมาจากวัตถุเพียงชิ้นเดียวนี้ มีความเป็นไปได้ว่า สาเหตุเกิดจากดวงตาเกิดความผิดปกติขึ้น เช่น สายตาเอียง หรือเป็นโรคต้อกระจกในระยะต้นๆ ได้

3.ปวดตา ปวดหัว
อาการปวดตาที่มักมาพร้อมอาการปวดศีรษะ มักเกิดขึ้นในเวลาที่ต้องใช้สายตาทำงาน เพ่งหรือจ้องบางสิ่งในระยะใกล้ๆ เช่น การใช้สายตาเพ่งหรือจ้องเพื่ออ่านหนังสือ ทำงานที่ต้องใช้สายตาในระยะใกล้มากๆ แม้กระทั่งเด็กๆ ที่อ่านหนังสือข้ามคืนข้ามวัน รวมไปถึงคนวัย 35 - 40+ ที่ค่าสายตาเริ่มเปลี่ยน ทำให้ต้องใช้สายตาเพ่งมากขึ้น แต่เมื่อยิ่งเพ่งยิ่งไม่ชัดก็ยิ่งเกร็งกล้ามเนื้อตาเพื่อให้โฟกัสชัดขึ้น อาจทำให้มีอาการปวดซึ่งจะเกิดขึ้นที่กระบอกตาและปวดร้าวลงไปถึงท้ายทอย

4.ตาแห้ง แสบตา
เป็นภาวะที่น้ำตาที่หล่อเลี้ยงผิวตาผลิตออกมาน้อยหรือระเหยมากไป ทำให้ผิวตาขาดความชุ่มชื้น แห้ง รู้สึกฝืดตา แสบตา ระคายเคืองเหมือนมีเศษฝุ่นเข้าตา และหากปล่อยให้อาการรุนแรงขึ้นอาจส่งผลให้การมองเห็นภาพมัว ไม่ชัดเจนร่วมด้วย หากปล่อยให้ตาแห้งเรื้อรัง อาจเสี่ยงเกิดการอักเสบของกระจกตาได้

ทำไมจึงมีอาการตาพร่ามัว บอกถึงความผิดปกติอะไร ห้ามพลาด!!อาการตาพร่ามัวมีสาเหตุจากกลุ่มโรคหลักๆ 4 กลุ่ม คือ1. สายตาผิดปกต...
21/12/2020

ทำไมจึงมีอาการตาพร่ามัว บอกถึงความผิดปกติอะไร ห้ามพลาด!!
อาการตาพร่ามัวมีสาเหตุจากกลุ่มโรคหลักๆ 4 กลุ่ม คือ
1. สายตาผิดปกติ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
2. มีอะไรมาขัดขวางทางเดินของแสงเข้าสู่จอรับภาพ
3. ความผิดปกติของการส่งสัญญาประสาท
4. ตรวจไม่พบความผิดปกติที่เป็นสาเหตุใดๆ
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว
1.ดวงตาแห้ง เนื่องจากขาดน้ำตามาหล่อเลี้ยง
2.มีแผลหรือเกิดการบาดเจ็บที่ดวงตา
3.เส้นเลือดฝอยในตาแตก
4.กระจกตามีบาดแผลหรือเกิดรอยถลอก
5.โรคเส้นประสาทตาอักเสบ
6.จอประสาทตามีการติดเชื้อ
7.โรคจอประสาทตาเสื่อม ทำให้จุดรับภาพส่วนกลางผิดปกติ เกิดขึ้นได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้อาการตาพร่ามัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นตาบอดได้
8.มีความผิดปกติของสายตา
9.โรคต้อหิน ซึ่งเกิดจากในลูกตามีแรงดันมากกว่าปกติ
10.โรคต้อกระจก ซึ่งเกิดจากโปรตีนในเลนส์แก้วตาสะสม ทำให้เลนส์ขุ่นมัวและเบลอ
11.สวมใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด
12.โรคหลอดเลือดสมอง หรือมีไขมันอุดตันในเส้นเลือด
13.โรคไมเกรน ซึ่งอาการตาพร่ามัวและมีอาการปวดศีรษะด้วย
14.จอประสาทตาถูกทำลายจากโรคเบาหวาน ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาและไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือด อาจถึงขั้นตาบอดได้
#ตามัว #ผู้สูงอายุ

วิธีแก้ตาพร่ามัวแบบง่ายๆทีคุณต้องรู้ไว้
อาการตาพร่ามัว เกิดจากการที่เราใช้สายตากันอย่างหนัก โดยเฉพาะในวัยเรียน และวัยทำงาน ซึ่งบางครั้งอาจยังไม่ส่งผลกระทบทันที แต่จะเกิดอาการเกี่ยวกับด้วยตาอย่างตาพร่ามัวได้ในอนาคต อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการดูแลรักษาดวงตาให้อยู่กับเราไปนานๆ เราจึงจะมาขอแนะนำวิธีช่วยป้องกันอาการตาพร่ามัว
1.ประคบดวงตาด้วยน้ำเย็น
ในแต่ละวันเราใช้สายตากันมาก จึงควรใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก 2 ผืน แช่ในน้ำเย็น หยิบขึ้นมา 1 ผืน แล้วบิดพอหมาดและพับทบเป็นผืนยาว วางปิดดวงตาไว้ทั้งสองข้างนานประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าผ้าจะหายเย็น แล้วจึงใช้ผ้าอีกผืนหนึ่งประคบสลับกันไปมา จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา
2. สวมแว่น
สวมแว่นกันแดดตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่แจ้ง หรือแว่นตาป้องกันขณะทำงานในบริเวณที่มีสารเคมีหรือฝุ่นละออง เช่น การทาสี หรือการซ่อมบ้าน เท่านี้ก็สามารถป้องกันตาพร่ามัวได้
3. กระพริบตาถี่ๆ
ในภาวะปกติคนเราจะกระพริบตานาทีละ 20-22 ครั้ง ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา แต่ถ้าในขณะที่จ้องหรือเพ่งตาค้างไว้นานกว่าปกติ จะทำให้เรากระพริบตาเพียง 8-10 ครั้ง น้ำตาก็จะระเหยออกไปมาก ทำให้ตาแห้งเพิ่มขึ้น จึงควรพักสายตาระยะสั้นๆ โดยการหลับตา หรือกระพริบตาอย่างช้าๆ หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถประมาณ 2-3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง
4. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
จำเป็นต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เช่น กล้วย เพราะมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะทำงานร่วมกับโซเดียมเพื่อรักษาภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย และช่วยให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นอยู่เสมอ กล้วยจึงเป็นอาหารที่เราควรรับประทานเป็นประจำทุกวัน หนือจะเลือกรับประทานเป็นผักใบเขียว ผักสีม่วง หรือเนื้อปลา ซึ่งมีส่วนประกอบของกรดไขมันโอเมก้า 3
5. สังเกตอาการของตนเอง
ข้อนี้ใช้สำหรับคนที่มีปัญหาตาพร่ามัวบ่อยๆ ควรจะสังเกตุอาการของตัวเอง ถ้าลองทำตามวิธีข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้น ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อที่จะได้ทราบปัญหา อย่าปล่อยผ่านเด็ดขาด เพราะอาจตามมาซึ่งผลเสียร้ายแรง

ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก - ตาพร่ามัว แพ้แสง เคืองตา แสบตา
อาการต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก ต้อหิน วุ้นในตาเสื่อม เบาหวานขึ้นตา จอประสาทตาเสื่อม เคืองตา แสบตา ตาพร่ามัว แพ้แสง น้ำตาไหล ตาแห้ง บริการ 24 ชม บำรุงสายตา ดีคอนแทค จัดส่งฟรี ประเภท: อาหารเสริม, บำรุงดวงตา
จ้องจอจนตาล้า ตาพร่า เห็นภาพซ้อน ระวังโรคตา โรคต้อถามหา
อาการตาล้า ตาพร่า มองเห็นภาพซ้อน บางครั้งเหมือนมีหมอกบังตาตลอดเวลา เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้นทั้งคนวัยทำงาน วัยเรียน ทั้ง ๆ ที่ความผิดปกตินี้มักเกิดกับผู้สูงอายุที่ดวงตาเริ่มเสื่อมตามวัย แต่เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้สายตาในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ซึ่งพบว่า คนไทยมากถึง 98% ใช้เวลากับสมาร์ทโฟนตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงก่อนเข้านอน
ที่น่าเป็นห่วงคือเราให้ความสำคัญกับสุขภาพดวงตาน้อยลง ส่งผลให้สุขภาพดวงตาอ่อนแอลง จนอาจลุกลามไปสู่โรคตาบางโรคที่กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสายเกินไปที่จะรักษาได้
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสุขภาพดวงตาของเรากำลังมีปัญหา? ในเมื่อสุขภาพตาไม่มีสัญญาณเตือนเหมือนสุขภาพกายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าดวงตาของเราจะไม่เป็นอะไร เพราะส่วนใหญ่แล้วเราจะรู้ว่าสุขภาพดวงตาของเรากำลังย่ำแย่แล้วก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาแล้ว เพราะโรคทางตาบางโรคไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงขั้นรุนแรงจนไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้

10 วิธีถนอมสายตา หน้าจอคอมพิวเตอร์1. ควรเลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำเพื่อถนอมสายตา วิธีทดสอบง่ายๆ ทำได้โดยลองปิดสวิต...
21/12/2020

10 วิธีถนอมสายตา หน้าจอคอมพิวเตอร์

1. ควรเลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำเพื่อถนอมสายตา วิธีทดสอบง่ายๆ ทำได้โดยลองปิดสวิตช์จอภาพ แล้วเอามือหรือแขนไปจ่อไว้ใกล้ๆ จอภาพให้มากที่สุด จอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำจะแทบไม่รู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตตามขนที่ผิว คือไม่รู้สึกขนลุก

2. ปรับแสงและความคมชัดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตา รวมทั้งความสว่างภายในที่ทำงาน ลดแสงสะท้อนรบกวน เช่น ปิดไฟดวงที่สะท้อนจ้าลงบนจอคอมพิวเตอร์

3. ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากดวงตาประมาณ 18-24 นิ้ว หรือประมาณช่วงแขนเอื้อม และปรับให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา หากระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย

4. ใช้แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะช่วยลดการกระจายรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่คุณภาพของสินค้า แต่อย่างน้อยๆ ก็ช่วยลดแสงจ้าจากจอคอมพิวเตอร์ลงได้

5. ทำความสะอาดหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดการสะท้อนแสงมากขึ้น

6. หยุดพักหรือเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานใหม่ จะช่วยให้สายตาคลายความเมื่อยล้าจากการจ้องเพ่งคอมพิวเตอร์ได้ จงหยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาทีทุกๆ 2 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็แนะนำว่าควรจะหยุดพักบ่อยๆ โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงเล็กน้อย

7. อาจใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ วางไว้บนเปลือกตา และหลับตาสัก 2-3 นาที หรือจะให้ดีกว่านั้นก็คือ ปิดไฟ นอนพักสักครู่ (ถ้าไม่มีปัญหากับหัวหน้างาน)

8. ผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์ อาจจะเกิดอาการตาแห้งเพราะขาดน้ำหล่อเลี้ยง เพราะห้องที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ก็มักจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่ด้วย เมื่อบวกกับความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้อากาศแห้ง การหยอดน้ำตาเทียมจะช่วยได้

9. ควรกะพริบตาให้บ่อยครั้งกว่าปกติ เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ ภายใน 10 วินาที ลองพยายามกะพริบตาสัก 1-2 ครั้ง จะช่วยลดความอ่อนล้าของสายตาได้มาก

10. ตรวจสุขภาพตาบ่อยๆ ผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์ และมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ ควรตรวจเช็กสุขภาพตาบ้าง

ดูแลดวงตา ตาพร่ามัว แสบตาน้ำตาไหล ตาแห้ง แพ้แสง ปวดตา เห็นจุดดำ หยากไย่ลอยไปมา
ดีคอนแทค พลัส ของแท้ ส่งจริงส่งไว

แพ้แสง พล่ามัว มองไม่ชัด ตาเสื่อม ต้อกระจก เป็นต้อ

อาการตาพร่ามัว เกิดจากการที่เราใช้สายตากันอย่างหนัก โดยเฉพาะในวัยเรียน และวัยทำงาน ซึ่งบางครั้งอาจยังไม่ส่งผลกระทบทันที แต่จะเกิดอาการเกี่ยวกับด้วยตาอย่างตาพร่ามัวได้ในอนาคต อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการดูแลรักษาดวงตาให้อยู่กับเราไปนานๆ เราจึงจะมาขอแนะนำวิธีช่วยป้องกันอาการตาพร่ามัว

1.ประคบดวงตาด้วยน้ำเย็น
ในแต่ละวันเราใช้สายตากันมาก จึงควรใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก 2 ผืน แช่ในน้ำเย็น หยิบขึ้นมา 1 ผืน แล้วบิดพอหมาดและพับทบเป็นผืนยาว วางปิดดวงตาไว้ทั้งสองข้างนานประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าผ้าจะหายเย็น แล้วจึงใช้ผ้าอีกผืนหนึ่งประคบสลับกันไปมา จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

2. สวมแว่น
สวมแว่นกันแดดตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่แจ้ง หรือแว่นตาป้องกันขณะทำงานในบริเวณที่มีสารเคมีหรือฝุ่นละออง เช่น การทาสี หรือการซ่อมบ้าน เท่านี้ก็สามารถป้องกันตาพร่ามัวได้

3. กระพริบตาถี่ๆ
ในภาวะปกติคนเราจะกระพริบตานาทีละ 20-22 ครั้ง ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา แต่ถ้าในขณะที่จ้องหรือเพ่งตาค้างไว้นานกว่าปกติ จะทำให้เรากระพริบตาเพียง 8-10 ครั้ง น้ำตาก็จะระเหยออกไปมาก ทำให้ตาแห้งเพิ่มขึ้น จึงควรพักสายตาระยะสั้นๆ โดยการหลับตา หรือกระพริบตาอย่างช้าๆ หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถประมาณ 2-3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง

4. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
จำเป็นต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เช่น กล้วย เพราะมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะทำงานร่วมกับโซเดียมเพื่อรักษาภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย และช่วยให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นอยู่เสมอ กล้วยจึงเป็นอาหารที่เราควรรับประทานเป็นประจำทุกวัน หนือจะเลือกรับประทานเป็นผักใบเขียว ผักสีม่วง หรือเนื้อปลา ซึ่งมีส่วนประกอบของกรดไขมันโอเมก้า 3

5. สังเกตุอาการของตนเอง
ข้อนี้ใช้สำหรับคนที่มีปัญหาตาพร่ามัวบ่อยๆ ควรจะสังเกตุอาการของตัวเอง ถ้าลองทำตามวิธีข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้น ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อที่จะได้ทราบปัญหา อย่าปล่อยผ่านเด็ดขาด เพราะอาจตามมาซึ่งผลเสียร้ายแรง

ดูแลดวงตา ตาพร่ามัว แสบตาน้ำตาไหล ตาแห้ง แพ้แสง ปวดตา เห็นจุดดำ หยากไย่ลอยไปมา ดีคอนแทค พลัส ของแท้ ส่งจริงส่งไว เก็บเงินปลายทาง ราคาดีที่สุด ส่วนลดพิเศษ โทร เก็บปลายทางไม่จ่ายเพิ่ม

ต้อลม ต้อกระจก ตาพร่ามัว แสบตาเคืองตา น้ำตาไหล เห็นหยากไย่ลอยไปลอยมา ขับรถกลางคืนไม่ได้ ของแท้จากสำนักงานใหญ่ จัดส่งฟรี มีเก็บปลายทาง

ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรงไลฟ์สไตล์คนกรุงน่าห่วง ทำงานเร่งรีบ เครียด บริโภคอาหารฟาสต์ฟูด อ้วน ขาดการออกกำลังกาย เสี...
21/12/2020

ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรง
ไลฟ์สไตล์คนกรุงน่าห่วง ทำงานเร่งรีบ เครียด บริโภคอาหารฟาสต์ฟูด อ้วน ขาดการออกกำลังกาย เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน ส่วนใหญ่มักมีอาการเฉียบพลันหากถึงมือแพทย์ช้าอาจเป็นอัมพฤษ์อัมพาตตลอดชีวิต

โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน หรือ Stroke เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะมีการอุดตันของเส้นเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้สมองขาดเลือด อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ อาการเบื้องต้นที่พบบ่อย เช่น ตาพร่ามัวมองเห็นภาพซ้อน มีอาการชาครึ่งซีก อ่อนแรงและหน้าเบี้ยว หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย พูดลำบาก หรือฟังไม่เข้าใจ เวียนศีรษะ การทรงตัวไม่ดี เดินเซ กลืนลำบาก ปวดศีรษะ (บางครั้งจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง) ซึ่งอาจจะแสดงอาการออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีอาการหลายอย่างพร้อมกัน ส่วนใหญ่มักเกิดในกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กำลังสร้างสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ เพื่อให้การรักษาและวินิจฉัยโดยด่วน ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาและสามารถกลับคืนมาเป็นปกติใน 24 ชั่วโมง เรียกว่า TIA (Transient Ischemic Attack) หรือ Mini stroke

สาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน เกิดจากการมีไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือดด้านในหลอดเลือดสมอง หรือมีลิ่มเลือดขนาดเล็กที่ลิ้นหัวใจและผนังหัวใจ หลุดลอยตามกระแสเลือดไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง ซึ่งมักพบในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจโต ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ผนังหัวใจรั่ว หรือเกิดจากการฉีกของผนังหลอดเลือดด้านในทำให้เส้นเลือดอุดตัน รวมถึงการแข็งตัวของเลือดที่เร็วเกินไป หรือเกร็ดเลือดมากเกินไป ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลอดเลือดอุดตันได้

ผู้ที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อการเกิดโรค ได้แก่ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ทำให้มีลิ่มเลือดหลุดไปอุดเส้นเลือดสมอง ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงจะทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเร็วกว่าปกติ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มาก ละเลยการออกกำลังกาย นอกจากนี้ฮอร์โมนบางอย่างโดยเฉพาะฮอร์โมนเพศหญิงจะทำให้หลอดเลือดดำในสมองอักเสบได้

การป้องกันที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
- งดสูบบุหรี่
- ควบคุมอาหาร อย่าให้น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ถ้าเป็นเบาหวาน ควรรักษาระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ถ้าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรดูแลความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดลำบาก เวียนศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
- ควรตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ เพื่อตรวจหาความเสี่ยง เพราะอาจเกิดลิ่มเลือดในหัวใจหลุดเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดสมองได้

การจะทราบว่าผู้ป่วยที่มาพบแพทย์เป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือไม่ เป็นที่จุดใด มีความรุนแรงเพียงใดนั้น ควรทำการตรวจโดยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ให้ผลละเอียดและมีความแม่นยำสูง เพื่อประกอบการวินิจฉัยของแพทย์ ซึ่งมีหลายวิธี อาทิ การตรวจสมองด้วยคอมพิวเตอร์ (CT Scan) การตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI และ MRA) การตรวจการไหลเวียนเลือดของหลอดเลือดในสมอง (Transcranial Doppler : TCD) และการตรวจหลอดเลือดคอ เป็นต้น ซึ่งผลที่ได้มีความละเอียดแม่นยำมากพอที่จะช่วยทำให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษา
สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญช่วยให้เกิดความสำเร็จในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบตันคือ การทำให้เซลล์ของสมองยังอยู่รอดให้ได้นานที่สุด ถ้าเราสามารถทำให้เลือดไหลเวียนได้ทันเวลาและในระดับที่เพียงพอ ก็สามารถทำให้เนื้อสมองบริเวณนั้นฟื้นตัวได้เร็ว ส่งผลให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติได้ ซึ่งการรักษานี้จะต้องทำภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อให้ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolysis) การให้ยานี้ผู้ป่วยควรอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเท่านั้น หลังจากให้ยาแล้วผู้ป่วยควรอยู่ในโรงพยาบาล 2-3 วันเพื่อดูอาการต่อไป หากเกิน 3 ชั่วโมงแล้ว ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อทำการรักษาด้วยวิธีการที่เหมาะสมต่อผู้ป่วยมากที่สุด เช่น

- รักษาโดยการให้ยาบางประเภท เพื่อให้เซลล์สมองเสียน้อยที่สุด โดยระยะแรกๆ ควรจะดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อสังเกตอาการแทรกซ้อน บำบัดรักษาโรคอื่นๆ ของผู้ป่วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันสูง โรคไต ปอดบวม กลืนลำบาก เป็นต้น
- ใช้กายภาพบำบัดในรายที่เป็นอัมพาต ไม่ว่าจะเป็นการฝึกนั่ง ยืน เดิน การฝึกกลืน ฯลฯ
- ในรายที่ซึมเศร้า เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาต มักจะให้การรักษาโดยใช้จิตบำบัดร่วมด้วย

ผู้ป่วยควรได้รับการฟื้นฟูมากที่สุด เพื่อให้ช่วยเหลือตัวเองหรือเป็นอิสระมากที่สุด ผู้ป่วยบางรายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทีมแพทย์และพยาบาล ควรจะมีการติดตามอาการผู้ป่วยขณะบำบัดที่บ้านด้วย

วิถีชีวิตของคนยุคใหม่นับวันต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นยุค Gen S (Generation of Screen) ซึ่งเป็นยุคโลกดิจิตอลที่ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลาง "จอ” รอบตัว

โดยเฉพาะ 4 จอที่ว่าได้แก่ จอคอมพิวเตอร์ จอแท็บเล็ต จอมือถือ และจอโทรทัศน์ นับวันเรายิ่งถูกเทคโนโลยีเหล่านี้ผลักดันให้ใช้สายตามากขึ้นและนานขึ้น โดยไม่รู้เลยว่ากำลังทำร้ายสุขภาพตาแบบไม่รู้ตัว

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ อาจารย์ประจำ ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพสายตาของคนไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าคนไทยไม่ต่ำกว่า 14 ล้านคน มีสายตาผิดปกติ สาเหตุหลักมาจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อเป็นเวลานาน และยังพบว่าใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว จึงทำให้เกิดอาการเมื่อยตา ตาแห้ง เคืองตา แสบตา แพ้แสง ‪ #‎ตาพร่า ปวดตา ปวดศีรษะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาสายตา เช่น การทำงานกลางแจ้งนานๆ การอ่านหนังสือในที่มีแสงน้อย การสูบบุหรี่ เป็นต้น‬

เทคนิคเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

กระพริบตาถี่ๆ ในภาวะปกติคนเราจะกระพริบตานาทีละ 20-22 ครั้ง ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา แต่ถ้าในขณะที่จ้องหรือเพ่งตาค้างไว้นานกว่าปกติ เช่น เวลาที่เราอ่านหนังสือ ดูทีวีหรือจ้องคอมพิวเตอร์ จะทำให้เรากระพริบตาเพียง 8-10 ครั้ง น้ำตาก็จะระเหยออกไปมาก ทำให้ตาแห้งเพิ่มขึ้น จึงควรพักสายตาระยะสั้นๆ โดยการหลับตา หรือกระพริบตาอย่างช้าๆ หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถประมาณ 2-3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง

ประคบดวงตาด้วยน้ำเย็น แช่ผ้าขนหนูผืนเล็ก 2 ผืนในน้ำเย็น หยิบขึ้นมา 1 ผืน บิดพอหมาดและพับทบเป็นผืนยาว วางปิดดวงตาไว้ทั้งสองข้างนานประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าผ้าจะหายเย็น แล้วจึงใช้ผ้าอีกผืนหนึ่งประคบสลับกันไปมา จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาของคุณได้เช่นกัน กินอาหารลดอาการตาแห้ง

ตัวอย่างอาหารบำรุงตา

กล้วยมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะทำงานร่วมกับโซเดียมเพื่อรักษาภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย และช่วยให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นอยู่เสมอ

ถั่ว ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะวอลนัต ควรรับประทานวันละประมาณ 1 กำมือ เพราะถั่วประเภทนี้มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำตา

ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่าหรือปลาแซลมอน เพราะมีกรดไขมันที่จำเป็นหรือโอเมก้า-3 ด้วย

น้ำมันปอ (Flexseed oil) หรือน้ำมันเมล็ดลินิน จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมกรดไขมันโอเมก้า-3 อย่างเพียงพอ

ดังนั้น ในแต่ละวันเราจึงควรหยุดพักและละสายตาจากจอต่างๆ เป็นระยะๆ เพื่อผ่อนคลายสายตา รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

อย่ารอ...ที่จะดูแลและถนอมสุขภาพดวงตาของคุณ เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของดวงตาที่สดใสไปได้นานๆ

วุ้นในตาเสื่อม คืออะไร ??วุ้นในตา อยู่ตรงไหน วุ้นในตามีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น วุ้นในตาเสื่อม, น้ำวุ้นตาเสื่อมน้ำวุ้นลูก...
20/12/2020

วุ้นในตาเสื่อม คืออะไร ??

วุ้นในตา อยู่ตรงไหน วุ้นในตามีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น วุ้นในตาเสื่อม, น้ำวุ้นตาเสื่อม

น้ำวุ้นลูกตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นลูกตาตกตะกอน

วุ้นตา หรือ น้ำวุ้นตา เป็นส่วนประกอบของลูกตาที่อยู่ภายในตรงกลางของลูกตา
มีส่วนประกอบเป็นน้ำถึง 99% ที่เหลืออีกเพียง 1% เป็นโปรตีน กรดไฮยาลูโรนิกคอลลาเจน
ตลอดจน สารเกลือแร่ (Electrolyte) ต่างๆ จึงทำให้วุ้นตามีลักษณะเป็นเจลใสหนืด ๆ

อาการที่เป็นสัญญาณของวุ้นในตาเสื่อม

เกิดจากเศษเนื้อตาย (Debris) ที่ลอยอยู่ในวุ้นตา โดยวุ้นตาคนเราจะมีลักษณะใสคล้ายเจลลี่

เมื่อวุ้นตาหรือน้ำวุ้นตาเสื่อมจะทำให้เกิดเศษเนื้อตายตกตะกอน อาจเป็นอณูเล็ก ๆ เป็นจุดเดียว หรือหลายจุด เป็นวงหรือเป็นเส้น

ผู้ป่วยจะมีอาการมองเห็นเงาดำๆ เป็นจุดจุดเดียว หลายจุด เป็นเส้น เป็นวงๆ หรือเป็นเส้นหงิกๆงอๆ คล้ายหยากไย่ ยุง ลูกน้ำ หรือแมลง ลอยไปมา

โดยเฉพาะเวลากลอกตาหรือมองที่ผนังสีขาวหรือท้องฟ้า หรืออาจมองเห็นเป็นวง ๆ ลอยไปลอยมาตามการกลอกตา

ที่อยู่

Phra Nakhon

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านสุขภาพดีแข็งแรงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์