Healthplus Medical Clinic

Healthplus Medical Clinic Sickness/ Injuries/ Wound care and suture/ Vaccination/ Injection/ Blood tests
Your Health Care is on our Hands ♡

ขอน้อมส่งเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่สวรรค์คาลัย สถิตในใจตราบนิรันดร์ In the...
25/10/2025

ขอน้อมส่งเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่สวรรค์คาลัย สถิตในใจตราบนิรันดร์
In the remembrance of her Majesty Queen Sirikit 🙏🤍

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงานเฮลธ์พลัส คลินิกเวชกรรม

ทางคลินิกขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2568 🤍🙏ด้วยความตั้งใจในการส่งเสริมสุขภาพกายและใจของปร...
22/10/2025

ทางคลินิกขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2568 🤍🙏

ด้วยความตั้งใจในการส่งเสริมสุขภาพกายและใจของประชาชน พร้อมทั้งร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน ทางคลินิกขอร่วมอนุโมทนาบุญและสนับสนุนการถือศีลกินเจในปีนี้อย่างเต็มที่
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง จิตใจผ่องใส และเปี่ยมด้วยบุญกุศลตลอดช่วงเทศกาลเจ

ขอขอบคุณ Healthplus Medical Clinic (เฮลท์พลัส เมดิคอล คลินิก กะตะ) ที่ได้มอบเสื้อให้กับพวกเราสมาชิกกลุ่มชาวบ้าน 🙏🏽❤️

#เทศกาลถือศีลกินผัก

22/09/2025

บาดทะยัก รู้ทัน ป้องกันโรค ความเสี่ยงจากเรื่องใกล้ตัว 🦠💉
https://youtu.be/GLZwHUaCfos?si=UcjHkeqqIoGABdaF
Follow us!
For more information..
สอบถามข้อมูลได้ที่..
💙 Call: +66 952426987
💙 WhatsApp: +66 952426987
https://wa.me/qr/JJHR6Y2FIYE5P1
💙 Telegram: +66 952426987
💙 Line:
https://lin.ee/C9Zkurc
💙 Instagram: healthplusclinic
💙 Facebook: healthplusmedicalclinic
https://www.facebook.com/healthplusmedicalclinic
#Врач #Терапевт #Прививка #Анализы #Анализы #анализкрови #анализмочи #иммунитет #прививка #укол

นานาสาระไปกับนัตโตะ ! 🫘🇯🇵 🎎
22/09/2025

นานาสาระไปกับนัตโตะ ! 🫘🇯🇵 🎎

ชวนส่อง "นัตโตะ" เหนียวยืด กลิ่นแรง ถั่วเน่าที่คนญี่ปุ่นรักจริงจัง 🫘🇯🇵💖

ช่วงนี้เราเห็นเริ่มมีคนไทยหันมากิน “นัตโตะ” หรือถั่วเน่าญี่ปุ่นกันมากขึ้น เอาจริง ๆ ก็เห็นมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ก่อนชาเขียวญี่ปุ่นจะบูมเสียอีกนะ (หรืออาจเป็นเพราะเราเสิร์ชเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ มันเลยขึ้นฟีดมาให้
🤣)

งั้นเอาเป็นว่า วันนี้พวกเรา InfoStory ขอชวนเพื่อน ๆ ไปรู้จักถั่วเน่าญี่ปุ่นกันสักนิดดีกว่า😋

— — — — — — — — — —

[ กว่าจะมาเป็น "นัตโตะ" ถั่วเน่าขวัญใจชาวญี่ปุ่น 🫘🎌 ]

1. คัดเลือกถั่วเหลือง และนำมาต้มจนสุก

คัดเลือกถั่วเหลืองเมล็ดเล็ก (เพราะให้เนื้อสัมผัสดีกว่าและหมักได้ทั่วถึง) แล้วนำไปแช่น้ำและต้มหรือนึ่งจนสุกนุ่ม


2. ถั่วเหลืองสุกจะถูกนำมาหมักด้วยแบคทีเรียชนิดดีที่มีชื่อว่า Bacillus subtilis (var.natto)

ในอดีต กรรมวิธีดั้งเดิมคือการนำถั่วเหลืองสุกไปห่อด้วยฟางข้าว เท่าที่เราอ่านมาคือว่า สมัยก่อนโน้นคนญี่ปุ่นพบเจ้าตัวแบคทีเรียตัวนี้โดยบังเอิญจากการหมักฟางข้าวทิ้ง คือมันเป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันน่าจะไม่ธรรมชาติมากแล้วละ (เพราะเป็นการผลิตระดับอุตสาหกรรมแล้วละเนอะ) จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 วันในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้แบคทีเรียเจริญเติบโต (เห็นเขาว่าประมาณ 40 องศา เลยนะ มันก็อุ่นๆแล้วละนะ)

โดยเจ้ากลิ่นเหม็นมันก็มาจากการย่อยสลายโปรตีนจากขั้นตอนนี้ละเด้ออ 🤭


3. หลังหมักเสร็จจะนำไปทำให้เย็นอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดการเจริญเติบโต แล้วบ่มในอุณหภูมิต่ำ 1–3 วัน เพื่อให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น เสร็จแล้วจึงได้ออกมาเป็นนัตโตะถั่วเหลืองเหนียวพร้อมเส้นยืด ๆ

โพลีแซ็กคาไรด์ → ทำให้เกิด “เส้นยืดเหนียว” ที่เป็นเอกลักษณ์ (มันคือพอลิเมอร์ของกรดอะมิโนกลูตามิก และมีส่วนของ ฟรุกแทน (Fructan) ซึ่งเป็นน้ำตาลโพลีแซ็กคาไรด์)

แอมโมเนีย และกรดอะมิโน → ทำให้เกิดกลิ่นแรงและรสอูมามิ

— — — — — — — — — —

[ ถึงแม้จะชื่อว่าถั่วเน่า แต่ถือเป็นซุปเปอร์ฟู้ดนะ ! 🌟 ]

คำนี้อาจจะฟังกันจนเบื่อแล้วเนอะ แต่ต้องเกริ่นสักนิดคือคำนิยามของซุปเปอร์ฟู้ด ซึ่งคือกลุ่มอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเป็นพิเศษ อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่เข้มข้นมากกว่าอาหารทั่วไป

✅ Probiotic สูง - จากกระบวนการที่เราได้พูดให้ฟังคร่าว ๆ ข้างบนแล้ว ด้วยวิธีการหมักแบบนี้ละ แน่นอนว่า Probiotic ก็จะสูง ! ช่วยเสริมสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ สนับสนุนระบบย่อยอาหาร

✅ วิตามิน K2 สูง - วิตามินตัวนี้จะมีบทบาทสำคัญในการพากล้ามเนื้อแคลเซียมไปสู่กระดูก

คำถามคือ… เอ้ะ วิตามิน K2 มันมาจากไหน ?

ตอบได้ว่า ก็มาจากกระบวนการหมักด้วยแบคทีเรีย Bacillus subtilis natto (คือ มันก็มีอยู่อย่างเดียว 5555) แบคทีเรียสายพันธุ์พิเศษนี้มีความสามารถในการสังเคราะห์หรือสร้างวิตามิน K2 ขึ้นมาเอง ในระหว่างกระบวนการเจริญเติบโตและย่อยสลายสารอาหารในถั่วเหลือง ก็คือกินถั่วเหลืองแล้วย่อยออกมาเป็น K2 เป็นผลพลอยได้ (เราว่าน่าทึ่งดีเนอะะ🤩)

แล้วก็เจ้าวิตามิน K2 ที่แบคทีเรียในนัตโตะสร้างขึ้นส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบ Menaquinone-7 (MK-7) มีประสิทธิภาพสูงและร่างกายเราดูดซึมไปใช้ได้ง่าย

✅ แหล่งโปรตีนคุณภาพดี - อันนี้ส่วนตัวเราก็มองว่า ถ้ามันมีประโยชน์ตามข้อ 1 และ 2 แล้วเนี่ย โปรตีนสูงแน่นอน (แล้วก็มีถั่วด้วยอีกนะ)

— — — — — — — — — —

[ นานาสาระไปกับนัตโตะ ! 🫘🇯🇵 🎎]

ชาวญี่ปุ่นกินนัตโตะปีละกว่า 700,000 ตัน หรือเฉลี่ยเกือบ 40 กล่องต่อปี !

ถ้าถามว่าทำไมพวกเขาชอบกินกันขนาดนั้น ก็คงต้องย้อนไปยังเรื่องราวความเป็นมาสักเล็กน้อย

นัตโตะเป็นอาหารที่อยู่คู่ญี่ปุ่นมานานกว่า 1,000 ปี และมีหลายตำนานที่เล่าถึงจุดเริ่มต้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีบันทึกไว้ชัดเจน แต่ก็เป็นเรื่องเล่าเป็นตำนานละกันนะ คือคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าเป็นการค้นพบโดย "ความบังเอิญ" เมื่อพันกว่าปีก่อนใน สมัยเฮอัน (Heian Period, ค.ศ. 794-1185) เรื่องเล่าที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายที่สุดเกี่ยวข้องกับนักรบนามว่า มินาโมโตะ โนะ โยชิอิเอะ (Minamoto no Yoshiie)

ในระหว่างการเดินทัพทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น กองทัพของโยชิอิเอะได้ต้มถั่วเหลืองเพื่อเป็นเสบียงให้ม้า แต่ถูกข้าศึกลอบโจมตีอย่างกะทันหัน ทำให้พวกเขาต้องรีบเก็บถั่วเหลืองที่ยังอุ่นๆ ยัดใส่ "ถุงฟางข้าว" แล้วหลบหนีไป

หลายวันต่อมา เมื่อเปิดถุงฟางออกดูก็พบว่าถั่วเหลืองได้เปลี่ยนสภาพไป มีลักษณะเป็นเมือกเหนียวยืดและส่งกลิ่นเฉพาะตัว แต่ด้วยความหิวโหย เหล่าทหารได้ลองชิมและพบว่ามันมีรสชาติอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อโยชิอิเอะได้ลองชิมด้วยตนเองก็ชื่นชอบในรสชาติ จึงได้นำวิธีการนี้ไปเผยแพร่

(😤ฮึ่ม… อ่านแล้วก็คุ้นๆกับต้นกำเนิด เนยและชีส ของชาวยุโรปเหมือนกันนะ แต่เป็นตำนานเด็กเลี้ยงแพะแทน)

🏯เวลาผ่านมาเรื่อย ๆ วาร์ปมาในยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) กันเลยละกันนะ เพราะยุคสมัยนี้เนี่ย เป็นยุคที่เหล่าซามูไรเริ่มตกงานกันละ ความสงบสุขในยุคนั้นก็เหมือนการเข้ามาของ AI ในยุคนี้ (อวสานซามูไร👺) ทำให้นัตโตะได้แพร่หลายจากกลุ่มนักรบสู่สามัญชน

โดยว่ากันว่าที่เมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตนัตโตะ และเป็นจุดที่ทำให้นัตโตะโด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น จนทุกวันนี้ (แบรนด์ “มิโตะนัตโตะ” ก็กลายเป็นแบรนด์ระดับประเทศด้วยเช่นกัน)


แล้วเพื่อน ๆ ทราบไหมว่า ที่ญี่ปุ่นเค้าก็มีวันนัตโตะด้วยเหมือนกันนะ ! มันคือวันที่ 10 กรกฎาคม (7/10 ออกเสียงว่า なっとうNa-to ในภาษาญี่ปุ่น)

แต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงวันนัตโตะหรอก เพราะส่วนใหญ่เขาก็จะนิยมกินกันเป็นอาหารเช้า นิยมกินนัตโตะกับข้าวสวยร้อนๆ และซุปมิโสะเป็นอาหารเช้า

เคล็ดลับความอร่อย(ที่เราแอบไปลักพักจำมาจากยูทูป 🤣) คือ "การคนนัตโตะ" ก่อนรับประทาน ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่ายิ่งคนมากเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้อากาศเข้าไปผสมกับเมือกเกิดเป็นฟองละเอียด เนื้อสัมผัสจะนุ่มฟูขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือเป็นการกระตุ้น "รสอูมามิ” ของนัตโตะให้ออกมาเด่นชัดยิ่งขึ้นนั่นเองคร้าบ

— — — — — — — — — —

[ 🌏 นอกจากนัตโตะของญี่ปุ่นแล้ว ประเทศอื่น ๆ ก็มีนัตโตะเหมือนกันนะ ]

🇰🇷 ชองกุกจัง (청국장) หรือแกงถั่วหมักเกาหลี ที่หน้าตาอาจดูไม่คล้าย แต่วิธีการทำคล้าย คือเป็นการต้มถั่วเหลืองแล้วนำไปหมัก แต่จะใช้เวลาหมักสั้นกว่ามาก แต่ถ้าเราเสิร์ชภาพใน google เราก็จะเจอเป็นซุปเนอะ เพราะว่าคนเกาหลีเองก็ไม่นิยมกินชองกุกจังแบบดิบๆ กับข้าวเหมือนนัตโตะของชาวญี่ปุ่น แต่นิยมใช้เป็น "วัตถุดิบหลัก" ในการทำซุปหรือสตูว์ร้อนๆ ที่เรียกว่า "ชองกุกจัง จิเก (Cheonggukjang Jjigae)" นั่นเองคร้าบ

🇮🇳 🇳🇵 คีเนมา (Kinema) นัตโตะจากฝั่งของอินเดียและเนปาล โดยนิยมในชาวเขาในแถบเทือกเขาหิมาลัย โดยเฉพาะในเนปาลและรัฐสิกขิมของอินเดีย โดยเขาจะนำต้มถั่วเหลืองแล้วนำมาทุบให้แตกเล็กน้อย จากนั้นห่อด้วยใบไม้แล้วนำไปหมักใกล้กับเตาไฟเพื่อรักษาอุณหภูมิประมาณ 1-3 วัน จนเกิดการหมักและมีกลิ่นคล้ายนัตโตะญี่ปุ่นนะแหละ มีลักษณะเหนียวเล็กน้อย แต่ไม่ยืดเป็นเส้นยาวเท่านัตโตะ แต่ก็เช่นเดียวกัน ไม่นิยมทานดิบๆแบบคนญี่ปุ่น เขาจะใช้ไปทำเมนูแกงกะหรี่คีเนมา (Kinema Curry) กินกับข้าว หรือทำคีเนมาผัด (Sautéed Kinema) นำไปผัดคลุกกับผักต่างๆ เช่น มะเขือเทศ หัวหอม เพื่อทำเป็นกับข้าว

🇹🇭 ถั่วเน่าไทย เดิมทีเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของชาวล้านนา เพื่อให้สามารถเก็บ "ถั่วเน่า" ซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสสำคัญไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี เราจำได้ว่าเคยทานแบบใส่ในแกงแค แกงฮังเล


ตอนที่เราไปเที่ยวญี่ปุ่นเอง ก็ไปซื้อชุด home kit มาทำกินเองสบายๆ ไม่มั่นใจที่ดองกี้จะมีขายรึเปล่านะ ว่าแล้วก็ขอแว้บเดินออกไปดูดีกว่า 🫘😋


#นัตโตะ
#ถั่วเน่าญี่ปุ่น

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- บทความ Natto – What It Is, Why You Should Eat It And Where To Buy It จากเว็บ lisatselebidis
- บทความ นัตโตะ ถั่วหมักญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ (Superfood) จากเว็บ honmononippon
- บทความ What Is Natto: A Look at Japan’s Polarizing Superfood จากเว็บ Japan living guide
- บทความ What is Japanese Natto? A Guide to Japan’s Fermented Superfood จากเว็บ Japanese Taste
- บทความ 4 วิธี Mix & Match นัตโตะให้อร่อยจนคนไม่ชอบยังต้องเปลี่ยนใจ จากเว็บ Japan Guide Book Thai

Aroma inhalation ingredients for refresher 🥰🤩
14/09/2025

Aroma inhalation ingredients for refresher 🥰🤩

ยาดมที่เราดมมันทุกวัน ว่าแต่..เราดมอะไรกันไปบ้างนะ ? 🤩👃

ทุกครั้งเวลาที่เรากำลังเครียด หรือกำลังใช้สมองหนัก ๆ หนึ่งในอุปกรณ์ติดตัวที่ต้องมีก็คือ “ยาดม”
พอได้ “ดม” แล้วก็รู้สึกฟิน จนไม่รู้ตอนนี้เรียกว่าติดรึยังนะ … 😂

งั้นในวันนี้พวกเรา InfoStory ขอพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับเรื่องราวของ “ยาดม” ทำไมดมแล้วถึงรู้สึกดี๊ดี ?

— — — — — — — — — — — —

[ ทำไมดมยาดมแล้วถึงรู้สึกสดชื่น ? ]

จากในภาพอินโฟกราฟิกของยาดมยี่ห้อดังต่าง ๆ ที่เราติดจมูกกัน จะเห็นว่าส่วนผสมที่เป็น “สามเกลอแห่งกลิ่นยาดม”

(อันนี้เราคิดขึ้นมาเองนะ มันชวนนึกถึงสามเกลอจริง ๆ 😂 อย่างเช่น เมนทอล การบูร และพิมเสน ที่เมื่อรวมพลังกันแล้ว ก็ทำให้สมองและจมูกของเรารู้สึกโล่งแบบสุดๆ)

“เกล็ดสะระแหน่ (Menthol)" คือพระเอกหลักที่หลอกสมองของเราผ่านตัวรับประสาท TRPM8 ว่า "มีลมเย็นๆ วิ่งเข้ามาในโพรงจมูก" ทั้งๆ ที่จริงแล้วความดันอากาศในจมูกไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

“การบูร (Camphor)” เมื่อสูดเข้าไปจะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เกิดความอุ่นเบาๆ ช่วยลดอาการแน่นจมูก แต่หากดมในปริมาณมากเกินไปก็จะหลายเป็นพิษได้เด้อ (โดยมากจะมีอัตราส่วนผสมที่ไม่เยอะเท่าไรนะ เท่าที่เราสังเกตตามฉลากของยาดมหลายยี่ห้อ)

“พิมเสน (Borneol)” กลิ่นหอม เย็น ฉุน เข้มคล้ายการบูร ช่วยให้เซลล์เยื่อบุโพรงจมูกชุ่มชื้นขึ้น ทำให้สารอื่นๆ อย่างเมนทอลและการบูรซึมลึกและทำงานได้ดีขึ้นไปอีก

🤩 ทีนี้ ไอเจ้าสามเกลอแห่งกลิ่นนี่เนี่ย ที่มันทำให้เรารู้สึกดี๊ดีเวลาดมยาดม เพราะมันช่วยทำหน้าที่ประสานกัน (คล้ายกับทีมฟุตบอลที่มีกองกลางที่ดี ช่วยผ่านบอลจนถึง Striker ได้) คือ เกล็ดสะระแหน่ (Menthol) ช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่ามันเย็น ในขณะที่ การบูร (Camphor) และ พิมเสน (Borneol) ช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่เรียกว่า Reticular formation ซึ่งทำหน้าที่คอย "ปลุก" สมองให้ตื่นตัวเบาๆ คล้ายๆ กับดื่มกาแฟนิดๆ ทำให้เรารู้สึกหายง่วง กระปรี้กระเปร่าขึ้น

😌 พอทั้ง 3 กลิ่นวิ่งเข้าสู่จมูกเราก็ปรื้ด สามประสาน ทำให้เรารู้สึกดี ผ่อนคลายขึ้นมาในช่วงเวลาสั้น ๆ ทันที

แล้วก็จริง ๆ ยังมีพวกน้ำมันหอมระเหยจากยาดม สามารถผ่านเยื่อเมือกในจมูกเข้าไปสู่ระบบสมองส่วนลิมบิก (Limbic System) หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าเป็น "ห้องควบคุมอารมณ์" ของเรา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกสงบ ทำให้ช่วยลดความวิตกกังวลหรือเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

โดยมากส่วนผสมสามเกลอตรงนี้ เขาจะบดเป็นผงหรือผลึกสีขาวกัน แต่เราเข้าใจว่าในยาดมสมุนไพรที่เราเห็น เขาน่าจะเพิ่มเป็นสมุนไพรอื่น ๆ เข้าไปด้วย เพราะจะให้เปิดมาแล้วเป็นก้อนผลึกสีขาว ของส่วนผสมทั้ง 3 นี้…ก็อาจจะดูน่ากลัวไปนิด 😅


ทีนี้ เราเคยซื้อยาดมจากตอนที่ไปเที่ยวอิตาลีและฝรั่งเศส (ของฝรั่งถ้าจำไม่ผิดน่าจะของท้องถิ่นจากแคว้น Provence มันมีแนวยาดมลาเวนเดอร์เยอะพอสมควร) เราเลยขอเรียกว่าแก๊งสมุนไพร "หอมละมุนปรุงอารมณ์" 🌼🍊

กลุ่มนี้เน้นกลิ่นหวาน อบอุ่น หรือซิตรัส มาช่วยเกลี่ยกลิ่นให้กลมกล่อมขึ้น (คล้าย ๆ กับสมุนไพรที่อยู่ในชาสมุนไพร Tisane นั่นเอง)

- กลุ่มเครื่องเทศอุ่น เช่น กานพลู อบเชย เฟนเนล ให้กลิ่นเผ็ดหอม ช่วยลดความฉุนของเมนทอลได้

- ดอกไม้หอม เช่น ลาเวนเดอร์ ช่วยผ่อนคลาย ลดตึงเครียด

- กลิ่นซิตรัส เช่น ผิวส้ม มะกรูด ช่วยเพิ่มความสดชื่น

— — — — — — — — — — — —

[ 🤓 ระหว่าง เกล็ดสะระแหน่ กับ ใบสะระแหน่นะ - “เคมี” กับ “พฤกษา” ]

อันนี้เป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยของเราเอง เพราะเห็นส่วนใหญ่จะใช้เกล็ดสะระแหน่กันเยอะเลย

แต่ก็มีบางยี่ห้อที่เขาใช้ใบสะระแหน่ ว่าแต่ เอ้ะ มันต่างกันยังไงนะ ?

สะระแหน่ (Peppermint) คือพืชตระกูล Mentha ที่มนุษย์เรานำใบไปกลั่นด้วยไอน้ำ เพื่อสกัดเอา "น้ำมันสะระแหน่" ออกมา น้ำมันตัวนี้เต็มไปด้วยสารระเหยซับซ้อนกว่า 40 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นเมนทอล (menthol), เมนโทน (menthone), เมนทิลอะซิเตต (menthyl acetate), พูลิโกน (pulegone) และสารอื่นๆ อีกมากมาย กลิ่นที่ได้จึงมีทั้งความเย็นซ่า หวานละมุน ปนความเขียวแบบสมุนไพร 🍃

แต่พอเรานำเจ้าน้ำมันสะระแหน่ไปแช่เย็นจัดๆ จนถึง -22 °C ขึ้นไป เคมีมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! 🌬️❄️

แท่นแท๊น นั่นก็คือ “เกล็ดสะระแหน่ (Menthol)" ที่เข้มข้นถึง 99% จะแข็งตัวกลายเป็นผลึกสีขาวใสที่เราเรียกว่า "เกล็ดสะระแหน่" ซึ่งจะเหลือกลิ่นเด่นเพียงหนึ่งเดียวคือความเย็นจัด อมหวานอ่อนๆ ซึ่งจะไม่ได้มีกลิ่นเขียวจากใบสะระแหน่สดๆแล้วนะ

🌬️ เอ ว่าแต่…. ทำไมเกล็ดสะระแหน่ถึงเป็นที่นิยมของ ยาดม ยุคใหม่ ?

เพราะเกล็ดนี้สามารถให้ความเย็นชัดเจนแรงกว่าน้ำมันสะระแหน่ทั่วไปถึง 6-8 เท่า! แถมละลายง่ายที่อุณหภูมิร่างกาย (36-38 °C) จึงให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีที่ดม กลายเป็นตัวเอกในโลกของยาดมไปอย่างง่ายดาย 🌟 (จากที่เราไปหามาพบว่า ประเทศจีน คือแหล่งผลิตเกล็ดสะระแหน่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยนะ

— — — — — — — — — — — —

[ มนุษย์เริ่มดมยาดมมาตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ? 🤔 ]

ปิดท้ายกันด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์สักนิด เรื่องราวของยาดม อาจเรียกว่าเป็นวิวัฒนาการอย่างน่าสนใจ จากควันหอมในวิหารโบราณ สู่ผลึกเมนทอลในหลอดพลาสติกเล็ก ๆ ที่เราใช้เสียบจมูกกันทุกวันนี้

เท่าที่เราค้นหามา ตาม Timeline มันก็จะมี 2 เส้นที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกัน คือ

👲 จีนโบราณ: ถุงหอมและยาเปิดทวาร
เมื่อราว 3,000 ปีก่อน สมัยราชวงศ์โจวได้พัฒนาถุงหอมที่เรียกว่า “香囊” (เซียงหนาง) ซึ่งเป็นถุงผ้าไหมเล็ก ๆ บรรจุสมุนไพรหอมอย่างอบเชย กำยาน และพิมเสน แล้วนำมาผูกไว้ที่เอวเพื่อดับกลิ่นกายและขับไล่โรคภัย ถือเป็นการพกพา "กลิ่นรักษา" แบบพกพารุ่นแรกสุดในประวัติศาสตร์

ต่อมาแพทย์จีนเริ่มจัดให้พิมเสนกับการบูรเป็นยา "เปิดทวาร" (开窍药 - kāi qiào yào ไม่รู้อ่านยังไงแห่ะ) โดยบดเป็นผงละเอียดสำหรับสูดเวลาที่มีอาการหน้ามืดหรือวิงเวียน ก่อนที่ภูมิปัญญานี้จะวิวัฒนาการไปสู่ขวดสูดผงยาสูบ (鼻烟壶 - bí yān hú) ซึ่งกลายเป็นแฟชั่นสำคัญในยุคราชวงศ์ชิง โดยผู้คนเชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการหวัด ปวดศีรษะ และยังถือเป็นมารยาทในการยื่นขวดเล็ก ๆ ให้ผู้อื่นสูดด้วย

🇪🇬 ในขณะเดียวกัน เมื่อ 4,000 ปีก่อน นักบวชชาวอียิปต์โบราณได้เผายางไม้สน-มดยอบ ในวิหารเพื่อสื่อสารกับเทพเจ้า แต่ในเวาลเดียวกันพวกเขาก็พบว่าควันหอม‐ระเหยนี้ช่วย “ปลุก” คนหน้ามืดให้คืนสติได้ จึงใช้กลิ่นเป็นยากู้ชีพเบื้องต้น (ต่อมาก็ขยับไปทางฝั่งชาวกรีกโบราณ)

🇬🇧 แต่ช่วงที่ยาดม เริ่มเป็นยาดม (คือมี packaging เป็นกระปุกยาดม) คือในช่วงศตวรรษที่ 18–19 ที่ชาวอังกฤษในยุควิกตรอเรีย เขาใช้ส่งที่เรียกว่า “Smelling Salts” ก็คือยาดมนะแหละ พูดให้ยาวทำไม 😂

ไอเจ้า Smelling Salts เนี่ย ก้ถือว่าเป็นหนึ่งในแฟชั่นของผู้หญิงในยุควิกตอเรียเลยนะ

คือให้เรานึกภาพหญิงสาวยุควิกตอเรียที่ใส่ชุด "คอร์เซ็ต" ที่รัดแน่นจนทำให้สุภาพสตรีวิกตอเรียเป็นลมได้ง่าย จึงเกิดการคิดค้น "Smelling Salts" หรือเกลือแอมโมเนียผสมน้ำมันลาเวนเดอร์ ซึ่งถูกบรรจุในขวดเงินเล็ก ๆ ทันทีที่เปิดฝา กลิ่นฉุนรุนแรงของแอมโมเนียจะช่วยกระตุ้นระบบหายใจ ทำให้คืนสติได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นทั้งเครื่องมือแพทย์และเครื่องประดับบนโต๊ะเครื่องแป้งที่ขาดไม่ได้ของสาวยุคนั้นไปนั่นเอง

มาที่ฝั่งของชาวไทยกันสักนิด เท่าที่เราหามา เหมือนจะพบการใช้ยาดมครั้งแรก ๆ ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 โดยเริ่มจากน้ำอบและยาดมส้มมือสูตรตำรับวัง ซึ่งมีการบรรจุเมนทอล การบูร และพิมเสนรวมกับผิวส้มโอมือ จนมาถึงรัชกาลที่ 5 ก็ได้มีผลิตภัณฑ์ยาดมในแบบสมัยใหม่มากขึ้น

เราเข้าใจว่าในยุคนั้นมีการรับวัฒนธรรมของชาวตะวันตกมาเยอะเหมือนกัน ในจะสูตรยาดมสมุนไพรโบราณจากฝั่งจีนอีก อย่างเช่นแบรนด์ "โป๊ยเซียน" ก็กำเนิดในปี พ.ศ. 2479 จากร้านขายยาสมุนไพรของพ่อค้าชาวแต้จิ๋วในย่านเยาวราช ประมาณนี้


สำหรับปัจจุบันนี้ การที่ได้ไปท่องเที่ยวในหลาย ๆ ประเทศ แล้วได้ไปลองดมยาดมของประเทศนั้น ๆ เนี่ย เราว่ามันก็แอบฟินเหมือนกันนะ เพราะหลาย ๆ ที่ ก็พยายามดึงกลิ่นเฉพาะ ๆ ตัวของสมุนไพรท้องถิ่นหรือกลิ่นที่หากเราซื้อกลับมา พอดมแล้วก็นึกถึงช่วงเวลาดีดีที่ได้ไปพักผ่อนท่องเที่ยวอยู่เหมือนกันนะ 🥰 (แต่ในยุโรปหลาย ๆ ที่ก็มาเป็นในรูปแบบของครีมทามือแทน)


#ยาดม
#หอม #กลิ่น

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- ข้อมูลผลิตภัณฑ์จากภาพอินโฟกราฟิก จากฉลากผลิตภัณฑ์แต่ละอันเลย
- บทความ Your brain responds to inhalants จากเว็บ houmatoday
- บทความ ffects of d Borneol and d Camphor inhalations on Emotional States จากเว็บ traditionalmedicineconference (เขียนโดยคุณ Akarat S.)
- บทความ The Dawn of Perfume จากเว็บ perfumesociety
- บทความ Chinese Scented Sachet, Xiangnang จากเว็บ zhangruying
- บทความ Therapeutic applications of eucalyptus essential oils จาก Springer Nature

Animal bites are more common than many travelers realize, especially in popular tourist destinations like Phuket where b...
14/09/2025

Animal bites are more common than many travelers realize, especially in popular tourist destinations like Phuket where both pets and wild animals are often present
🐶🐒🐱🐝🐭
🔹Even a small bite or scratch from a dog, cat or monkey should not be ignored, as it may lead to serious infections such as rabies or bacterial wound infections

For more information..
สอบถามข้อมูลได้ที่..
💙 Call: +66 952426987
💙 WhatsApp: +66 952426987
https://wa.me/qr/JJHR6Y2FIYE5P1
💙 Telegram: +66 952426987
💙 Line:
https://lin.ee/C9Zkurc
💙 Instagram: healthplusclinic
💙 Facebook: healthplusmedicalclinic
https://www.facebook.com/healthplusmedicalclinic
#Врач #Терапевт #Прививка #Анализы #Анализы #анализкрови #анализмочи #иммунитет #прививка #укол

  🇹🇭🇹🇭🇹🇭
29/07/2025

🇹🇭🇹🇭🇹🇭

: "กองทัพไทยย้ำ!!! ใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองตามกฎหมายสากล เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและประชาชน"
[ ภาษไทยด้านล่าง ]
-------------------------
Royal Thai Armed Forces Reaffirm the Right to Self-Defense Under International Law to Safeguard National Sovereignty and the Thai People
Following the agreement between the Governments of Thailand and Cambodia to cease all hostilities along the border—effective from 00.00 hours on 28 July 2025—as a pathway toward peace and strengthened cooperation between neighboring nations,
On 29 July 2025, Major General Vithai Laithomya, Spokesperson for the Royal Thai Armed Forces Headquarters, stated that Thailand has strictly complied with the ceasefire agreement. All offensive actions were halted immediately upon the effective time, in full adherence to the commitment jointly made by both governments.
However, after the agreed ceasefire deadline, Cambodian forces continued to launch attacks into Thai territory at multiple locations. Such actions represent a deliberate violation of the ceasefire and a serious breach of trust expected between neighboring countries.
The Royal Thai Armed Forces condemn these repeated violations by the Cambodian side. Thailand is therefore compelled to respond appropriately, exercising its legitimate right to self-defense in accordance with international law. Thailand has not initiated any aggression, but has acted solely to protect its sovereignty and ensure the safety of its people.
“When we stop, but they do not… the world must know that Cambodia is the violator—persistently breaching the agreement, disregarding international norms, and showing contempt for global commitments. Cambodia now poses a threat to both regional and global security.”
Accepting such behavior sets a dangerous precedent—normalizing injustice in the international system. The Royal Thai Armed Forces therefore call upon the international community to stand firmly for truth, justice, and the rule of international law, in pursuit of lasting peace.


---------------------------------------------------
ตามที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาได้ตกลงร่วมกันในการยุติการสู้รบทางทหารบริเวณแนวชายแดน โดยมีผลตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเปิดทางสู่สันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น
วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย ได้รับการยืนยันว่ายืนยันว่า ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด หยุดยิงทุกพื้นที่ทันทีที่ถึงกำหนดเวลา โดยยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันให้ไว้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหลังจากกำหนดหยุดยิง ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในหลายจุด ถือเป็นการกระทำที่ จงใจละเมิดข้อตกลง และ บ่อนทำลายความเชื่อมั่น ที่ควรมีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน
กองทัพไทย ขอประณามพฤติกรรมดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา และขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการโต้กลับ ภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ไทยมิได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน
"เมื่อเราหยุด แต่เขาไม่หยุด...โลกต้องได้รับรู้ว่า กัมพูชาคือผู้ละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง เและเป็นฝ่ายที่ ไม่เคารพกติกาสากล ไม่ยึดถือข้อตกลงระหว่างประเทศใด ๆ ที่ได้ประกาศไว้ในเวทีระดับโลก
และเป็น ภัยต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก"
การยอมรับพฤติกรรมเช่นนี้ เท่ากับเปิดช่องให้ความอยุติธรรมกลายเป็นบรรทัดฐานในระบบระหว่างประเทศ ดังนั้นกองทัพไทย จึงขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมกันยืนหยัดบนหลักแห่งความจริง ความยุติธรรม และหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดสันติภาพตามเป้าประสงค์ต่อไป

ขอสดุดีเหล่าวีรบุรุษผู้สละชีพเพื่อชาติด้วยความเคารพอย่างสูงสุด 🇹🇭🤍 #สดุดีทหารกล้า
29/07/2025

ขอสดุดีเหล่าวีรบุรุษผู้สละชีพเพื่อชาติด้วยความเคารพอย่างสูงสุด 🇹🇭🤍
#สดุดีทหารกล้า

ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียเพิ่มเติมของทหารหาญ ที่สละชีพเพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติไทยเราในวันนี้ ด้วยดวงจิตคารวะสูงสุด

การเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดิน คือเกียรติยศสูงสุดที่ทหารกล้าได้ทำเพื่อประเทศชาติ ท่ามกลางเสียงปืน สะเก็ดระเบิด และความตายที่อยู่รายรอบ พวกเขาเหล่านี้เลือกยืนหยัดบนแนวหน้าไม่หวั่นไหว แม้รู้ว่าก้าวต่อไปอาจเป็นก้าวสุดท้ายในชีวิต

หลายคนมีครอบครัว มีคนที่รักรออยู่เบื้องหลัง แต่พวกเขายอมละทิ้งอ้อมกอดอบอุ่น เพื่อโอบกอดคำว่า "หน้าที่" และ "ประเทศชาติ" ด้วยจิตใจที่ยิ่งใหญ่และเสียสละ

ทุกหยดเลือดที่หลั่งบนแผ่นดินไทย ทุกลมหายใจสุดท้ายของพวกเขาเหล่านี้ ล้วนสถิตอยู่ในใจคนไทยไปตราบเท่านาน แม้ลมหายใจจะดับลง แต่เกียรติภูมิแห่งความกล้าหาญจะยังคงยืนหยัดโชติช่วงอยู่เหนือกาลเวลา เป็นเสมือนแสงสว่างให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ว่า “ชาติ” มิใช่สิ่งที่ควรรับเพียงอย่างเดียว แต่คือสิ่งที่ต้องร่วมกันรักษาด้วยหัวใจ

ขอสดุดีเหล่าวีรบุรุษผู้สละชีพเพื่อชาติด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ขอให้ดวงวิญญาณทุกท่านหลับอย่างสงบ มิต้องมีสิ่งใดห่วงพะวงทางนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะแผ่นดินนี้จะไม่มีวันลืมเลือดเนื้อของพวกท่านทุกคนที่รินไหลเพื่อธำรงไว้ซึ่งอิสรภาพของคนไทยทั้งชาติ และเพื่อรักษาเอกราช อธิปไตย และเกียรติภูมิของแผ่นดินนี้ไว้

ขอให้ความกล้าหาญของท่านดำรงอยู่ในความทรงจำของชาติไทยชั่วนิรันดร์

-----------------------------

With our deepest condolences for the further loss of brave soldiers who gave their lives today to defend the sovereignty and independence of our beloved nation—offered with the highest reverence.

To sacrifice one’s life for the land is the highest honor a soldier can give to their country.
Amidst gunfire, exploding shrapnel, and the looming shadow of death, these warriors stood firm on the frontlines—undaunted—fully aware that the next step could be their last.

Many had families, loved ones waiting at home. Yet they chose to let go of warm embraces to hold tightly to the sacred call of “duty” and “nation”—with a heart full of courage and selflessness.

Every drop of blood spilled on Thai soil, every final breath they took, remains forever etched in the hearts of the Thai people.
Though their lives have ended, their heroism will forever burn brightly beyond time—like a guiding light for future generations, reminding us all that “nation” is not something to only receive, but something we must protect with all our heart.

We salute these fallen heroes with the utmost respect. May their souls rest in peace, free of all earthly concerns—for this land will never forget the sacrifice of each and every one of them, whose blood was shed to uphold the freedom of the Thai people, and to preserve the sovereignty, independence, and honor of this sacred land.

May your bravery live on in the eternal memory of the Thai nation.

#สดุดีทหารกล้า
#ยุทธบดินทร์

#เกียรติศักดิ์นักรบไทย

มารู้จัก Ultra Processed Food (UPF) กันค่ะ 😊
17/07/2025

มารู้จัก Ultra Processed Food (UPF) กันค่ะ 😊

📢 Be careful "Blue Dragon"
11/07/2025

📢 Be careful "Blue Dragon"

🎉🎉🎉 We come back 🎉🎉🎉Open on 16th June 2025 from 10:00AM - 18:00PM (Last case accepted at 17:30PM)☎ Call/WhatsApp: +66 95...
14/06/2025

🎉🎉🎉 We come back 🎉🎉🎉
Open on 16th June 2025 from 10:00AM - 18:00PM
(Last case accepted at 17:30PM)

☎ Call/WhatsApp: +66 952426987
See you 😉

ขอให้ทุกท่านมีแต่รอยยิ้ม ความสุข อิ่มเอมใจ สุขสันต์วันปีใหม่ไทยค่ะWish all of you big smiles, bundle of joy and loads of...
13/04/2025

ขอให้ทุกท่านมีแต่รอยยิ้ม ความสุข อิ่มเอมใจ สุขสันต์วันปีใหม่ไทยค่ะ
Wish all of you big smiles, bundle of joy and loads of happiness.
Happy Thai New Year 2025
🙏❤️💦

ที่อยู่

214 Patak Road , Karon District, Mueangphuket
Phuket
83100

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 21:00
อังคาร 10:00 - 21:00
พุธ 10:00 - 21:00
พฤหัสบดี 10:00 - 21:00
ศุกร์ 10:00 - 21:00
เสาร์ 10:00 - 21:00
อาทิตย์ 10:00 - 21:00

เบอร์โทรศัพท์

+66952426987

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Healthplus Medical Clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Healthplus Medical Clinic:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram