29/07/2021
Editor’s Pick: ตอนนี้ทั่วโลกฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ไปแล้วกว่า 3,940 ล้านเข็ม ปัจจุบัน เราสร้างภูมิคุ้มกันโควิดจากการฉีดวัคซีนเข้าไปในร่างกายเท่านั้น แต่ในอนาคต วัคซีนต้านโควิดอาจอยู่ในรูปแบบยาเม็ดสำหรับรับประทาน หรือยาสูดพ่น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากวัคซีนต้านโควิดแบบเม็ดหรือสูดพ่นประสบความสำเร็จ จะเป็นการเปลี่ยนเกมการรับมือกับโควิด-19 ครั้งใหญ่ เพราะสามารถจัดเก็บและจัดส่งได้อย่างง่ายดาย แม้ในพื้นที่ทุรกันดารไม่มีไฟฟ้าใช้ รวมถึงไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ด้วย
◾◾◾
🔴 วัคซีนชนิดผงแห้ง ง่ายเพียงสูดพ่น
นอกจากจะพัฒนาวัคซีนเพื่อให้สามารถรับมือกับไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ต่างๆ นักวิทยาศาตร์ก็กำลังเร่งพัฒนาวัคซีนในรูปแบบอื่นๆ นอกจากของเหลวที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้สะดวกต่อการจัดเก็บและขนส่ง รวมทั้งการใช้งานที่ง่ายขึ้น ทั้งแบบฉีดพ่นและแบบรับประทาน
บริษัท Iconovo ผู้ผลิตยาพ่นสำหรับผู้ป่วยหอบหืด และบริษัท ISR ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านการวิจัยภูมิคุ้มกันในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดน กำลังร่วมมือพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด 'ชนิดผงแห้ง' โดยมีศูนย์วิจัยอยู่ที่เมดิคอน วิลเลจ อุทยานวิทยาศาตร์ที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของประเทศ
โจฮัน วาบอร์ก ซีอีโอของบริษัท Iconovo ระบุว่า การผลิตวัคซีนแบบสูดพ่นทำได้ง่ายและมีราคาถูก เพียงแค่เอาแผ่นพลาสติกเล็ก ๆ ออก จากนั้นเครื่องฉีดก็จะทำงาน เพียงแค่เอาใส่ปากแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ
◾◾◾
🔴 วัคซีนเปลี่ยนเกม จัดเก็บง่าย ทนความร้อน
วัคซีนต้านโควิดชนิดผงแห้ง ผลิตจากโปรตีนของไวรัสโควิด-19 และสามารถเก็บในอุณหภูมิได้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส จะบรรจุในหลอดยาพ่นพลาสติก ที่มีขนาดครึ่งหนึ่งของกล่องไม้ขีดไฟ
ศาสตราจารย์ โอลา วินควิสต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยาที่สถานบันโคโรลินสกา หนึ่งในมหาวิทยาลัยการแพทย์ชั้นนำของสวีเดนและเป็นผู้ก่อตั้ง ISR ระบุว่า สิ่งที่เปลี่ยนเกมคือ สามารถแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิดแบบผงได้ง่ายมาก เพราะไม่ต้องขนส่งด้วยความเย็น และไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์เหมือนการฉีดวัคซีน
BBC ชี้ว่า นี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญ เพราะวัคซีนต้านโควิดที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ในปัจจุบัน ล้วนแต่อยู่ในรูปของเหลว ต้องเก็บในขวดแก้วที่ทนทาน บางชนิดต้องเก็บภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำถึง -70 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาประสิทธิภาพของวัควีน
ปัจจุบัน ทีมวิจัยกำลังทดสอบวัคซีนต้านโควิดแบบผงกับไวรัสโควิดสายพันธุ์ Beta ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ และ Alpha ที่พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร และเชื่อว่า วัคซีนชนิดนี้จะมีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งปัจจุบัน ผลิตวัคซีนเองไม่ได้ และมีสภาพอากาศที่ร้อน รวมถึงการขนส่งไปยังพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง เป็นความท้าทายสำคัญในการจัดเก็บและส่งมอบก่อนที่วัคซีนจะหมดอายุ
ศาสตราจารย์ สเตฟาน สวอร์ทลิง ปีเตอร์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสุขภาพโลก สถาบันคาโรลินสกา และ อดีตหัวหน้าฝ่ายสุขภาพของ Unicef ปี 2016-2020 ระบุว่า หากผลิตวัคซีนต้านโควิดชนิดผงได้สำเร็จ จะเป็นการเปิดโอกาสให้พื้นที่ที่เข้าถึงยาก ไม่ว่าจะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ตั้งแคมป์ที่ชอบการผจญภัย เปรียบเทียบความสะดวกว่า เช่นเดียวกับการพกพาอาหาร ‘ฟรีซ ดราย’ หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการทำให้แห้งแบบแช่เยือกแข็งนั่นเอง
◾◾◾
🔴 จะได้ใช้เมื่อไหร่? - เปลี่ยนวัคซีนเป็นผงเพื่อการขนส่ง
จนถึงขณะนี้ เพิ่งมีการทดสอบใช้วัคซีนต้านโควิชนิดผงกับหนูเท่านั้น ขณะที่ ISR และ Iconovo ระดมทุนได้มากพอที่จะเริ่มการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนในมนุษย์ในอีก 2 เดือนข้างหน้า แต่ก็ต้องผ่านการทดสอบว่า วัคซีนดังกล่าวสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในระดับเดียวกับวัคซีนต้านโควิดอื่น ๆ ที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลกในปัจจุบันหรือไม่
ศาสตราจารย์สตอว์ทลิง ปีเตอร์สัน ระบุว่า นอกจาก Iconovo แล้ว ยังมีบริษัทสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Ziccum ที่กำลังพัฒนาวัคซีนแบบแห้งด้วยเทคโนโลยีเดียวกัน เรียกว่าตามมาติด ๆ "เปรียบเทียบว่าถ้าเป็นการเดินก็ห่างกันเพียง 10 นาที"
Ziccum กำลังทดสอบเทคโนโลยีที่ทำให้วัคซีนของเหลว กลายเป็นผง เพื่อให้ขนส่งและจัดเก็บได้สะดวก พอจะใช้ก็นำวัคซีนผงไปผสมกับน้ำสะอาดที่ฆ่าเชื้อ แล้วนำไปฉีดเข้าร่างกายมนุษย์ด้วยเข็มฉีดยา เหมือนการฉีดวัคซีนในปัจจุบัน
กอรัน คอนราดสัน ซีอีโอของบริษัท Ziccum ระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าว เปิดกว้างสำหรับผลิตวัคซีนแบบฉีดพ่น ไปจนถึงวัคซีนแบบยาเม็ด ซึ่งยังต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนาอีกหลายครั้ง แต่โดยหลักการแล้วสามารถทำได้
BBC รายงานว่า บริษัท Janssen ผู้ผลิตวัคซีน Johnson & Johnson แบบเข็มเดียว กำลังดำเนินโครงการนำร่อง เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของวัคซีนแบบแห้งของบริษัท Ziccum
Janssen ไม่ได้ระบุว่า โครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโควิดหรือโรคติดเชื้ออื่น ๆ หรือไม่ โฆษกของบริษัทเผยว่า การวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งในการสำรวจเทคโนโลยีใหม่ ที่มีศักยภาพในการแจกจ่ายวัคซีนในอนาคตเท่านั้น
อิงกริด โครมานน์ โฆษกของ CEPI องค์กรไม่แสวงผลกำไรเพื่อเร่งการพัฒนาวัคซีน ระบุว่า วัคซีนแบบผงยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และยังมีขั้นตอนอีกมากที่ต้องทำ เช่นการปรับปรุง และขยายกระบวนการผลิต แต่หากทำได้สำเร็จ ก็จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้ดีขึ้น ลดการทิ้งวัคซีน และลดต้นทุนของโครงการฉีดวัคซีนด้วย
◾◾◾
🔴 อินเดียกำลังพัฒนาวัคซีนแบบพ่นจมูก
เมื่อเดือนที่แล้ว นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ระบุว่า อินเดียกำลังพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ทางเลือกใหม่ ในรูปแบบสเปรย์พ่นจมูก
การทำงานของวัคซีนชนิดนี้ เป็นการพ่นยาไปยังทางเดินหายใจโดยตรง เพื่อสร้าง "ภูมิคุ้มกันเยื่อเมือก" ในบริเวณที่มีการติดเชื้อไวรัส อย่างเช่นจมูกและช่องปาก จะช่วยลดการติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของไวรัสไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายรวมถึงปอด
วัคซีนดังกล่าว ชื่อว่า BBV154 ริษัท Bharat Biotech เริ่มต้นพัฒนาเมื่อปีที่แล้วและพบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อในหนูทดลอง
◾◾◾
🔴 ความคืบหน้า วัคซีนต้านโควิดแบบรับประทาน
สำหรับความคืบหน้าของวัคซีนต้านโควิดแบบเม็ดสำหรับรับประทาน ที่ผู้พัฒนา คือ บริษัท Oravax Medical ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า มีกำหนดทดสอบวัคซีนเม็ดทางคลินิกระยะแรก ภายในไตรมาสที่สองของปีนี้
ล่าสุด กำลังทดสอบวัคซีนเม็ดในขั้น ‘พรีคลินิก’ หรือทดลองในสัตว์ทดลองกับโควิดหลายสายพันธุ์รวมถึง Delta ด้วย และกำลังเตรียมพร้อม ที่จะเริ่มการทดลองทางคลินิกครั้งแรกในอิสราเอล ที่โรงพยาบาล อิชิลอฟ กรุงในเทลอาวีฟ หลังได้รับอนุญาตจาก คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน หรือ IRB และจะขยายการทดลองทางคลินิกในประเทศอื่น ๆ ด้วย
ขณะนี้ อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลเพื่อเริ่มผลิตกระบวนการผลิต โดยผู้พัฒนาระบุว่า วัคซีนแบบรับประทานได้นี้ แจกจ่ายได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการฉีดยา และสามารถรับประทานเองที่บ้านได้ และยังอาจช่วยลดผลข้างเคียงได้อีกด้วย
◾◾◾
🔴 จีนเองก็กำลังพัฒนาวัคซีนแบบสูดพ่น
ช่วงเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนเปิดเผยว่า คณะนักวิจัยกำลังดำเนินการทดลองทางคลินิก ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดสเปรย์พ่นทางจมูก
เซ่า อี้หมิง นักวิจัยประจำศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติจีน กล่าวว่า คณะผู้เชี่ยวชาญจะศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดสเปรย์ใช้พ่นทางจมูก ซึ่งดัดแปลงจากวัคซีนชนิดฉีดที่มี 'อะดิโนไวรัส' เป็นตัวนำพา และมีวางตลาดแล้วในปัจจุบัน
สำหรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดสเปรย์ใช้พ่นทางจมูก ร่วมพัฒนาโดยคณะนักวิจัยจากสถาบันการแพทย์ทหาร สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์การทหาร และบริษัท CanSino Biologics ของจีน โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีวัคซีนของจีนด้วย เพื่อใช้ต่อสู้กับโรคโควิด-19 ตั้งแต่แรกเริ่ม เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงจากอาการไม่พึงประสงค์กรณีได้รับวัคซีนแบบฉีด
ส่วนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดสเปรย์ฉีดพ่นจมูกอีกขนาน พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน, มหาวิทยาลัยฮ่องกง และบริษัท Beijing Wantai Biological Pharmacy เสร็จสิ้นการทดลองทางคลินิก ระยะที่ 1-2 และกำลังทดลองทางคลินิก ระยะที่ 3 ในต่างประเทศ เพื่อประเมินประสิทธิผลเพิ่มเติม
◾◾◾
🔴 วัคซีนทางเลือก 'เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม'
นอกจากวัคซีนแบบผงและแบบเม็ดจะช่วยให้ผู้ที่กลัวเข็มฉีดยา เปลี่ยนใจมารับวัคซีน หรือช่วยให้การจัดเก็บและขนส่งสะดวกง่ายดายแล้ว ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะลดการใช้ไฟฟ้าสำหรับตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งในการจัดเก็บและขนส่งวัคซีน
————-
เรื่อง: สุภาพร เอ็ลเดรจ
ภาพ: Danilo Alvesd
#โควิด19 #วัคซีน #วัคซีนแบบพ่น #วัคซีนชนิดเม็ด
#เจาะลึกรอบโลก
ข้อมูลอ้างอิง:
https://www.bbc.com/news/health-57553602
https://finance.yahoo.com/news/oramed-provides-oravax-oral-vaccine-122500625.htmlเมท