09/04/2026
เปิดรับสมัครแล้ว Update ACLR (Anterior Cruciate ligament reconstruction) Rehabilitation and return to sport protocol (ครั้งที่2)⚠️‼️
📌 ทำไมโปรแกรมฟื้นฟู ACL ของเราจึงยังห่างไกลจาก "มาตรฐานที่ควรเป็น"?แม้จะมีความพยายามอย่างเต็มที่จากทีมรักษา แต่ข้อมูลจากงานวิจัยระดับ Systematic Review และ Meta-analysis ยืนยันตรงกันว่า...
• ✅ นักกีฬาหลังผ่าตัด ACL มีเพียง 55% ที่สามารถกลับไปแข่งขันในระดับสูงได้อีกครั้ง
• ⚠️ อีก 20% ต้องเผชิญกับการบาดเจ็บซ้ำ
• ❌ และ 15% ตัดสินใจเลิกเล่นกีฬาไปเลย ภายในปีแรกหลังผ่าตัด
สถิติเหล่านี้สะท้อนความจริงที่น่ากังวลว่า "ระบบการฟื้นฟูที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจยังไม่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง"
ข้อที่1⚠️คุณไม่ได้ใช้เครื่องมือวัดผลที่น่าเชื่อถือเพียงพอ
รู้ไหมว่าในปี 2019 มีนักกายภาพประมาณ 70% วัดความแข็งแรงของคนไข้ ACL โดยใช้แค่มือต้าน (MMT) ซึ่งการทดสอบโดยใช้มือวัดบอกอะไรเราไม่ได้เลย เป็นตัวชี้วัดที่ไม่แม่นยำ เราไม่รู้ว่า peak force เป็นเท่าไหร่ time to peak force เป็นอย่างไร rate of force development เป็นอย่างไร นี่ยังไม่นับเรื่องการการโดด การเปลี่ยนทิศทาง รูปแบบการเคลื่อนไหวอีก
หากคุณใช้แค่มือต้านทดสอบแรง ทำท่า single leg squat หรือทำ hop test อย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ จะดีกว่ามั้ยถ้าเรามีตัวชี้วัดที่แม่นยำและชัดเจน
ข้อที่2 ⚠️คุณไม่ได้ตั้งเป้าหมายและ time line ที่ชัดเจนให้กับคนไข้
คุณกำลังเดินทางโดยไร้จุดหมาย ดังนั้นคุณจึงต้องตั้งเป้าหมายให้คนไข้ก่อน แล้วเป้าหมายของคนไข้ ACL คืออะไร? ต้องย้อนกลับไปที่ guideline ซึ่งGuidelineหลายอันจะมี criteria ในการ progress rehab แบบเป็นขั้นๆไปทีละ phase
คุณต้องมีเครื่องมือวัดผลที่เหมาะสมจึงจะสามารถบอกได้ว่าคนไข้ของคุณพร้อมที่จะก้าวข้ามไปยัง phase ต่อไปรึยัง
ถ้าคุณไม่ได้ตั้งเป้าหมาย คุณอาจพานักกีฬาข้ามขั้นตอนเร็วเกินไป ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้เขาบาดเจ็บซ้ำเข้าไปอีก
มีนักกีฬาไม่น้อยเลยที่ลงไปเล่นในสนามทั้งๆที่ร่างกายยังไม่ผ่าน criteria ที่ควรต้องทำได้ และผลลัพธ์ก็ออกมาไม่ดี
ข้อที่3 ⚠️คุณให้ load คนไข้น้อยเกินไป
ถ้าคุณยังเลี่ยงไม่ให้นักกีฬาออกกำลังกายท่า leg extension คุณ under-load คนไข้
ถ้าท่าออกกำลังกายที่หนักที่สุดที่คุณมอบให้คนไข้คือ goblet squat ด้วยดัมเบล 10 โล คุณ under-load คนไข้
ถ้าคุณยังระวังไม่ให้คนไข้ squat แบบเข่าเลยปลายเท้าอยู่ คุณ under-load คนไข้
ถ้าโปรแกรมของคุณคือให้ทำ 10 ครั้ง 3 เซต มาตลอด 6 เดือน คุณ under-load คนไข้
และไม่ใช่แค่ exercise เพื่อพัฒนามวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง เราควรต้องมีความหลากหลายของ exercise ด้วยเช่น exercise เพื่อพัฒนา maximum strength, high velocity focus exercise, exercise เพื่อพัฒนา rate of force development, reactive strength exercise เป็นต้น และควรจะรู้ด้วยว่าช่วงเวลาไหนควรเลือกใช้การฝึกแบบไหนถึงจะเหมาะสม
ข้อที่4 ⚠️คุณไม่ได้ความสำคัญกับ neurocognitive ในการ rehab
On field กับในห้อง rehab มันต่างกันคนละโลก ใน rehab setting มันอยู่ใน control environment คุณและนักกีฬารู้ว่าจะต้องเคลื่อนที่ไปตรงไหน อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง สมองคุณไม่ต้องประมวลผลอะไรเยอะแยะ แค่กระโดด แค่วิ่งๆ ไปตามจุดที่เขาบอกแค่นั้น แต่ในสนามแข่งจริง มันคือการเคลื่อนที่ใน open environment สมองของนักกีฬาต้องประมวลผลข้อมูลเป็นสิบๆอย่างภายในเวลาเสี้ยววินาที ทั้งสายตาที่ต้องดูคู่ต่อสู้ หูที่ตั้งคอยฟังเสียงฝีเท้าหรือเพื่อนร่วมทีม ขาที่ต้องเคลื่อนที่หลบหลีกคู่ต่อสู้อยู่ตลอด ระดับการทำงานของสมองมันต่างกันคนละโลก ถ้าคุณไม่ได้ฝึกให้นักกีฬาพร้อมรับมือกับสถาณการณ์แบบนี้ เขาก็ยังไม่พร้อมลงสนาม
ข้อที่5 ⚠️คุณยังขาดความรู้ที่อัพเดทในวงการ rehabilitation
พวกเราเรียนเรื่อง basic กันมาในระดับป.ตรี แต่แค่นั้นอาจไม่เพียงพอสำหรับการนำไปใช้จริง เพราะวงการ ACL rehabilitation นั้นยังคงมีการอัพเดทอยู่ตลอดทุกปี ทั้งในแง่ของการเพิ่มโอกาสการกลับลงสนาม การวางโปรแกรมที่เหมาะสมตั้งแต่ phase แรกๆ การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยเสริม การให้ความสำคัญกับระบบประสาทและสมองมากขึ้น
ซึ่งเราเข้าใจดีว่ามันต้องอาศัยเวลาและทรัพยากรณ์มากมายถึงจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้หมดและนำไปใช้จริง ดังนั้นในคอร์สของพวกเรา จึงได้รวบรวมเอาเนื้อหาที่อัพเดทและพร้อมให้ทุกคนเก็บเกี่ยวเอาไปต่อยอดเพื่อใช้จริงได้ง่ายที่สุด โดยเราจัดให้มีจำนวนชั่วโมงการปฏิบัติจริงเยอะกว่าครั้งไหนๆ เรามั่นใจว่าในบ้านเรายังไม่มีใครหยิบเอาหัวข้อที่เราพูดมานำเสนอในคอร์สแบบจริงจังมาก่อน เราคาดหวังจริงๆว่าทุกคนที่มาเรียนในคอร์สนี้จะได้รับความรู้ที่สดใหม่(กว่าปลาในท้องทะเล) และนำไปใช้ได้จริง
✅ หัวใจสำคัญของคอร์สนี้
🔹 อ้างอิงแนวทางจาก ACL Rehabilitation Clinical Guidelines ชั้นนำ เช่น Aspetar, Delaware, NEVADA
🔹 เน้นการประเมินด้วยเครื่องมือที่ มีความน่าเชื่อถือและสามารถวัดผลได้จริง
🔹 วางแผนการฟื้นฟูตาม Phase-based progression พร้อมเกณฑ์ชัดเจนในแต่ละระยะ
🔹 ฝึกการจัดโปรแกรมที่ เหมาะสมกับ Load, Strength, Power และ Neuromuscular Control
🔹 เสริมการฝึกในมิติ Neurocognitive & Return-to-sport decision making
🔹 อัปเดตองค์ความรู้ใหม่ล่าสุดในวงการฟื้นฟู ACL จากงานวิจัยและแนวทางปฏิบัติจริง
หากคุณคือ…
• นักกายภาพบำบัด
คอร์สนี้ออกแบบมาเพื่อ ยกระดับแนวทางการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ทันสมัย และตรงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ล่าสุด
🔍 หากคุณกำลังมองหาคำตอบว่า...
• ทำไมนักกีฬาจำนวนมาก “กลับมาได้ไม่สุด”?
• อะไรคือจุดอ่อนในระบบการฟื้นฟูที่เรามองข้าม?
• เราจะยกระดับคุณภาพการดูแลนักกีฬา ACL ให้กลับมาได้อย่างมั่นใจและยั่งยืนได้อย่างไร?
คอร์สนี้มีคำตอบให้คุณแบบครบทุกมิติ
________________________________________
📅 เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ อยู่ในระหว่างการขอคะแนน*
วันที่เรียน : 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00-17.00
ราคา: 4,500 / ท่าน (ราคาearly bird ก่อน15 พฤษภาคม 2569)
*หลังจาก15 พฤษภาคม จะเป็นราคา4,900/ท่าน
📍สถานที่เรียน: SPSC Center (คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์)
จำนวนจำกัด 35 ที่นั่งเท่านั้น!! (หากเต็มจะปิดรับทันที)
📲 สมัครเรียนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
[เบอร์โทร 0616365950 / Line / Instagram: Bestup ]