06/03/2025
📌โรคช่องท้องอักเสบติดเชื้อในแมว (Feline infectious peritonitis; FIP) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย (systemic inflammatory disease) โดยมีเชื้อไวรัสโคโรนาในแมว (Feline coronavirus; FCoV) เป็นสาเหตุของโรค
📌กลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคคือการเกิดการกลายพันธ์ุของเชื้อไวรัสโคโรนาซึ่งอยู่ภายในลำไส้ของแมวที่มีการติดเชื้อ ผลจากการกลายพันธ์ุดังกล่าวทำให้เชื้อไวรัสสามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครฟาจ (macrophages) หรือโมโนไซต์ (monocytes) แล้วทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดในช่องท้อง ช่องอก และอวัยวะต่างๆ จากกลไกการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผิดปกติ (immune-mediated mechanisms) ทั้งนี้พบว่าความแตกต่างของระบบภูมิคุ้มกันในแมวแต่ละรายมีผลต่อการเกิดโรคด้วย
📌แมวที่เป็นโรคนี้มักจะแสดงอาการผิดปกติอันเป็นผลสืบเนื่องจากการอักเสบของหลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ ซึ่งอาจแบ่งลักษณะของอาการที่พบได้เป็น 2 รูปแบบ คือ แบบที่มีของเหลวสะสมในช่องว่างร่างกาย (effusive form) ซึ่งมักพบของเหลวสะสมภายในช่องท้อง ช่องอก หรือเยื่อหุ้มอวัยวะต่างๆ และแบบที่ไม่มีของเหลวสะสมในช่องว่างร่างกาย (non-effusive form) ซึ่งมักพบอาการป่วยที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น มีอาการซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีไข้ ตรวจพบต่อมน้ำเหลืองโต รวมทั้งอาจตรวจพบความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ เช่น ดวงตา หรือระบบประสาท ร่วมด้วยได้
📌การวินิจฉัยโรคช่องท้องอักเสบติดเชื้อในแมว ต้องอาศัยข้อมูลจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจทางซีรัมวิทยา และการตรวจโดยใช้เทคนิคภาพวินิจฉัย เป็นต้น นอกจากนี้ หากสามารถตรวจยืนยันการติดเชื้อได้โดยใช้การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสในตัวอย่างที่เหมาะสม จะช่วยให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำถูกต้องมากขึ้น
📌แนวทางการรักษาแมวที่ป่วยด้วยโรคช่องท้องอักเสบติดเชื้อในปัจจุบัน ประกอบด้วยการรักษาประคับประคองอาการ เช่น การให้สารน้ำ การให้ยาลดอักเสบ และการให้ยาต้านไวรัส ซึ่งเป็นยาในกลุ่มที่มีผลยับยั้งการสร้างสารพันธุกรรมของไวรัสดังกล่าวได้ โดยการพิจารณาใช้ยาต้านไวรัสและการติดตามผลการรักษานั้น ควรอยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยามีโอกาสทำให้เกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายของแมวได้
📌การป้องกันโรคช่องท้องอักเสบติดเชื้อในแมวที่สำคัญ คือ การแยกแมวที่ยังไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาออกจากแมวที่ติดเชื้อแล้วซึ่งจะเป็นตัวแพร่เชื้อไวรัสทางอุจจาระ เนื่องจากการติดต่อที่สำคัญคือการได้รับเชื้อผ่านทางอุจจาระเข้าสู่ปาก อีกทั้งควรจัดการสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูให้ถูกสุขลักษณะ ให้แมวได้ใช้กระบะทรายที่สะอาด จำนวนเพียงพอ เพื่อลดการติดเชื้อทั้งจากตัวอื่นหรือติดเชื้อซ้ำจากตนเอง และไม่เลี้ยงแมวอย่างหนาแน่น เพื่อลดปัจจัยเรื่องความเครียด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสดังกล่าว และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้ นอกจากนี้ควรมีการดูแลสุขภาพอนามัยของแมวให้แข็งแรงเพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันภายในร่างกายอยู่ในสถานะสมดุลอยู่เสมอ
👉อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้
https://www.vetcouncil.or.th/news-detail/20250305100719-259-621
👉สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
วิทยาลัยวิชาชีพการสัตวแพทย์ชำนาญการแห่งประเทศไทย สัตวแพทยสภา
📧E-mail:cvst.thailand@vetcouncil.or.th
📍Line: ☎️โทร:0-2017-0700-8 ต่อ 208 และ 403