ร้านยาเภสัชกรขวัญเรือน

ร้านยาเภสัชกรขวัญเรือน จำหน่ายและให้คำปรึกษาเรื่องยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเภสัชกร

เทคนิคการนอนให้ดี...*** เทคนิคสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีและวิธีป้องกันภาวะนอนไม่หลับ1. เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลาให้ร่างกาย...
14/03/2026

เทคนิคการนอนให้ดี...

*** เทคนิคสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีและวิธีป้องกันภาวะนอนไม่หลับ

1. เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลาให้ร่างกายปรับวงจรการนอนเป็นปกติและหลับง่ายขึ้น
2. จัดสภาพแวดล้อมในห้องนอน เช่น อากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป เสียงไม่ดังเกินไป ไม่สว่างเกินไป
3. ใช้เตียงนอนสำหรับการนอนเท่านั้น ไม่ควรทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ทำงาน รับประทานอาหาร นอนดูทีวี
4. หลีกเลี่ยงอุปกรณ์สื่อสารอย่างน้อย 30 นาทีก่อนนอน และกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าผิดปกติ
5. ควรนอนเมื่อรู้สึกง่วง หากนอนไม่หลับใน 20 นาที ให้ลุกไปทำกิจกรรมที่สบายใจแล้วกลับมานอนใหม่
6. อย่าบังคับตัวเองให้นอนหลับ เพราะอาจทำให้เกิดความกังวล และหลับยาก
7. อย่านอนชดเชยตอนกลางวัน เพราะจะทำให้นอนไม่หลับตอนกลางคืน
8. รับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการนอนหลับเป็นมื้อเย็น เช่น นมสดจืด เนื้อไก่ ไข่ เนื้อปลา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง และถั่ว รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักก่อนนอน 2 ชั่วโมง
9. งดสารกระตุ้นหลังเที่ยงวัน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวัน ห้ามออกกำลังกายก่อนนอนเพราะจะทำให้หลับยากขึ้นกว่าเดิม
10. อาบน้ำอุ่น ดื่มนมอุ่น และผ่อนคลายต่าง เช่น ทำสมาธิ จะช่วยให้หลับง่ายขึ้น
ข้อมูล : รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/insomnia?fbclid=IwY2xjawQhtABleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFLeGNUaFFPQWVaaVZBbXRjc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHvXoT85Cl6tjygaJ-UMdk1emouqBncaRQX_gmFDpTLSoG-7CWg_QNCntVoao_aem_AVH1Y5qv-ebjlSk48S2RhQ

โรคผิวหนังในหน้าร้อน                    อากาศช่วงหน้าร้อน ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนัง “กลาก เกลื้อน ผด” มากขึ้น  # กลาก >> สา...
12/03/2026

โรคผิวหนังในหน้าร้อน

อากาศช่วงหน้าร้อน ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนัง “กลาก เกลื้อน ผด” มากขึ้น

# กลาก

>> สาเหตุ
ผิวหนังเปียกชื้นจากเหงื่อออกเป็นเวลานาน
เกิดจากการติดเชื้อรา และมักมีอาการคัน
เชื้อติดได้จากสัตว์ คน รวมทั้งการใช้ของร่วมกับผู้ป่วย
>> ลักษณะ
เป็นวง ขอบสีแดงนูนเล็กน้อย มักมีขุยลอก
พบบ่อยที่ ลำตัว เท้า ขาหนีบ

#เกลื้อน
>> สาเหตุ
การสะสมของเชื้อรา
เกิดตามบริเวณที่มีผิวมันและมีเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะหน้าอก และหลัง
>> ลักษณะ ผื่นแบนราบ เป็นดวง ๆ หลายจุด เป็นสีขาวหรืออาจเป็นสีอื่นๆ แต่ไม่คัน พบบ่อยที่ หลัง หน้าอก

# ผด
>> สาเหตุ
การอุดตันและอักเสบของท่อต่อมเหงื่อ
>>ลักษณะ
ผดขนาดเล็ก อาจเป็นเม็ดสีแดงหรือใส
พบได้ทั่วทั้งร่างกาย

*** การป้องกันโรคผิวหนังในหน้าร้อน ***
เลี่ยงการตากแดดเป็นเวลานาน ๆ
สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย ไม่รัดแน่นเกินไป
อาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายเป็นประจำ

ข้อมูล : รพ.จุฬาฯ

เที่ยวได้บุญ... งานปิดทองหลวงปู่ทาบประจำปี๖-๘ มีนาคม@วัดกระบกขึ้นผึ้ง (วัดใหม่)
07/03/2026

เที่ยวได้บุญ...
งานปิดทองหลวงปู่ทาบประจำปี

๖-๘ มีนาคม
@วัดกระบกขึ้นผึ้ง (วัดใหม่)

ของใหม่ ไม่เลอะมือค่ะ
06/03/2026

ของใหม่ ไม่เลอะมือค่ะ

รู้จักให้เข้าใจ ยาลดไขมันในเลือด “Simvastatin” >>> คุณสมบัติของ ยาลดไขมันในเลือด หรือ Simvastatin คือใช้รักษาภาวะไขมันใน...
22/02/2026

รู้จักให้เข้าใจ ยาลดไขมันในเลือด “Simvastatin”

>>> คุณสมบัติของ ยาลดไขมันในเลือด หรือ Simvastatin คือ
ใช้รักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากไขมันในเลือดสูง และลดความเสี่ยงการเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หลอดเลือดสมองอุดตัน

>>> กลไกการออกฤทธิ์ของตัว ยาลดไขมันในเลือด
คือการยับยั้งเอนไซม์ตัวหนึ่งในร่างกาย ทำให้เอนไซม์ไม่ทำงาน ซึ่งเอนไซม์ดังกล่าวเกี่ยวกับการสร้างคอเลสเตอรอล ทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลลดลง ทั้งยังช่วยขับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ออกจากร่างกาย โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ในระยะเวลา 2-6 สัปดาห์ สามารถลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ 30-50%

*** ข้อควรระวังของการใช้ยา Simvastatin ได้แก่
ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่แพ้ยานี้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์เด็ดขาด ไม่ควรใช้ในหญิงที่กำลังให้นมบุตร และห้ามใช้กับผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับตับและไต นอกจากนี้การทานยาชนิดดังกล่าวควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์เริ่มต้นจากให้แพทย์ประเมินปริมาณไขมันในเลือดก่อน เพื่อให้แพทย์กำหนดปริมาณการใช้ยาที่เหมาะสมแต่โดยทั่วไปยาชนิดนี้ไม่ควรทานเกิน 40 มิลลิกรัมต่อวัน

*** สำหรับผลข้างเคียงของยาลดไขมันในเลือดชนิดนี้

อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ มวนท้อง แต่จะไม่รุนแรงและอาการจะดีขึ้นหลังใช้ไปประมาณ 1-2 เดือน แต่ควรระวังอาการที่ไม่ใช่ผลข้างเคียงของยานั่นก็คืออาการปวดกล้ามเนื้อ เช่น กดบริเวณกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ เดินแล้วปวดน่อง อ่อนเพลีย อ่อนล้า มีปัสสาวะเปลี่ยนสีเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล อาจเกิดจากกล้ามเนื้อที่แตกสลายแล้วขับผ่านไตออกมาเป็นสีเข้ม ภาวะนี้ควรหยุดยา Simvastatin ทันทีแล้วพบแพทย์ และควรระวังปัญหาเรื่องยาที่มีปฏิกิริยาต่อกัน ดังนั้นก่อนรับยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบเสมอว่าปกติใช้ยาชนิดไหนอยู่บ้าง
ข้อมูล : รพ.รามาธิบดี

Rama Square ช่วง Daily Expert สาระ-ปัน-ยาภก.วิชญ์ภัทร ธรานนท์ เภสัชกรคลิกนิก ฝ่ายเภสัชกรรมออกอากาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2560.....

Happy Graduation Day.
20/02/2026

Happy Graduation Day.

วิธีดูแลแผลเบื้องต้น*** แผลถลอกแผลถลอกเป็นแผลที่ผิวหนังชั้นบนถูกขูดหรือเสียดสีจนผิวหนังเปิดออก มักเกิดจากการล้ม หรือโดนส...
18/02/2026

วิธีดูแลแผลเบื้องต้น

*** แผลถลอก
แผลถลอกเป็นแผลที่ผิวหนังชั้นบนถูกขูดหรือเสียดสีจนผิวหนังเปิดออก มักเกิดจากการล้ม หรือโดนสิ่งของขรุขระ เช่น รั้วลวด หน้าตาแผลจะไม่ลึกและเลือดออกไม่มาก เป็นแผลที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

>>วิธีดูแลเบื้องต้น

ล้างแผลให้สะอาด เริ่มต้นโดยล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือถ้ามี น้ำเกลือทางการแพทย์ (Normal Saline Solution; NSS) จะยิ่งดี ช่วยชะล้างเศษฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากแผล
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่แรง ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่รุนแรง เช่น แอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เพราะจะทำให้แสบและทำลายเนื้อเยื่อ ส่งผลให้แผลหายช้า
ใส่ยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-iodine) ทาเพียงบาง ๆ หลังล้างแผล
ปิดแผล แนะนำให้ปิดแผลไว้ในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อกันฝุ่นหรือสิ่งสกปรก และช่วยซับน้ำเหลือง ไม่ควรปิดแน่น หรือปิดแผลที่สกปรกโดยไม่ทำความสะอาดก่อน
เปลี่ยนผ้าปิดแผลทุกวัน ทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าก๊อซใหม่ทุกวันจนกว่าแผลจะแห้ง

*** แผลฉีกขาด
แผลฉีกขาดเกิดจากของมีคมหรือของแหลม เช่น มีดบาด หรือของแข็งเกี่ยวหรือกระแทกจนผิวหนังฉีกขาดเป็นแนว อาจมีเลือดออกมากกว่าแผลถลอก และบางครั้งแผลอาจลึกจนถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

>>วิธีดูแลเบื้องต้น

ห้ามเลือดทันที ใช้ผ้าสะอาดกดแผลไว้แรง ๆ อย่างต่อเนื่องประมาณ 3-5 นาที ถ้าเลือดยังไม่หยุด ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็ว โดยเฉพาะในผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกร็ดเลือด
ล้างแผล หากเลือดหยุดแล้ว ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือทางการแพทย์ ควรล้างอย่างอ่อนโยนเพื่อไม่ให้แผลเปิดกว้างขึ้น
ทายาฆ่าเชื้อ ใช้ยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ทารอบแผล
ปิดแผล ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซหรือพลาสเตอร์ที่สะอาด และเปลี่ยนผ้าปิดแผลทุกวัน หากแผลลึกหรือกว้างมาก แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจประเมินว่าจำเป็นต้องเย็บแผลหรือไม่
สังเกตอาการ หากมีอาการปวดแผลเพิ่มขึ้น บวม แดง หรือมีหนอง ให้รีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเกิดการติดเชื้อหรือมีปัญหาอื่นแทรกซ้อน

*** แผลทะลุทะลวง
เป็นแผลที่มีของแหลม เช่น ตะปู ลวด หรือสัตว์กัด ทิ่มหรือเจาะลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อ อาจมีเศษสิ่งแปลกปลอมอยู่ในแผล หรือแผลอาจเล็กแต่ลึกมาก ซึ่งแผลประเภทนี้เสี่ยงติดเชื้อสูงมาก

>>วิธีดูแลเบื้องต้น

ห้ามเลือด ใช้ผ้าสะอาดกดแผลทันทีเพื่อหยุดเลือด
อย่าดึงสิ่งแปลกปลอมออกเอง หากมีของแหลมคาอยู่ในแผล (เช่น ตะปู ฝังอยู่) อย่าพยายามดึงออกเอง ให้รีบนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อให้แพทย์เป็นผู้จัดการอย่างถูกต้องและปลอดภัย
ล้างแผล หากไม่มีสิ่งแปลกปลอมคาอยู่ ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือทางการแพทย์เพื่อลดปริมาณเชื้อโรค
ปิดแผล ปิดด้วยผ้าสะอาดเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก
ไปพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากแผลลึกมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะหากโดนตะปู สนิม หรือถูกสัตว์กัด ต้องประเมินความจำเป็นในการฉีดวัคซีนบาดทะยักหรือรับยาฆ่าเชื้อเพิ่มเติมจากแพทย์
สังเกตอาการ หากแผลบวม แดง มีหนอง หรือปวดมากขึ้น ห้ามปล่อยไว้ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที

*** วิธีล้างแผลที่ถูกต้อง***

การล้างแผลอย่างถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการดูแลแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก แผลฉีกขาด หรือแผลทะลุทะลวง เพราะการล้างแผลที่สะอาดจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ทำให้แผลหายไว และลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมาได้

- ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผล เริ่มต้นด้วยการล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากมือเข้าสู่แผล
- เลือกน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือทางการแพทย์ การล้างแผลที่ดีที่สุดคือใช้น้ำเกลือทางการแพทย์ (Normal Saline Solution) เพราะมีความสะอาดและอ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หากไม่มีน้ำเกลือ สามารถใช้น้ำสะอาดจากก๊อกที่ผ่านการกรองได้ชั่วคราว
- ล้างแผลอย่างอ่อนโยน ใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาดค่อย ๆ ราดผ่านแผล ไม่ควรใช้แรงฉีดที่รุนแรงหรือถูแผลแรง ๆ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย - หากมีเศษฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมให้พยายามชะล้างออกอย่างระมัดระวัง แต่ถ้าติดแน่นหรือเป็นเศษใหญ่ให้ไปพบแพทย์
- หลีกเลี่ยงน้ำยาฆ่าเชื้อที่รุนแรง ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ล้างแผล เนื่องจากมีฤทธิ์กัดผิวและทำลายเนื้อเยื่อ ส่งผลให้แผลแสบมากและหายช้า
- ซับแผลให้แห้งด้วยผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซ หลังล้างแผลให้ใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดซับเบา ๆ ให้แผลแห้ง ไม่ควรปล่อยให้เปียกชื้น
- ใส่ยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ หากมี ให้ทายาฆ่าเชื้อชนิดอ่อน เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน (เบตาดีน) ทาบาง ๆ บริเวณรอบแผล (ไม่ต้องเทยาลงไปในแผลลึก)
- ปิดแผลหรือปล่อยให้แห้งตามความเหมาะสม แนะนำให้ปิดแผลในช่วง 2-3 วันแรก หรือกรณีแผลอยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อสิ่งสกปรก แต่หากแผลแห้งสะอาดดีแล้ว สามารถเปิดให้โดนอากาศเพื่อเร่งการสมานแผล
- แผลเปียก หากแผลถูกน้ำผ้าปิดแผลเปียกให้รีบทำแผล เปลี่ยนผ้าปิดแผลทันทีห้ามทิ้งแผลเปียกชื้นไว้เพราะจะทำให้แผลอักเสบติดเชื้อ
- ทำแผลทุกวัน โดยเฉพาะช่วงสามวันแรก เพราะแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุเป็นแผลที่ไม่ค่อยสะอาด มีโอกาสติดเชื้อจึงควรทำแผลทุกวันในช่วงแรก - หากแผลดีไม่อักเสบอาจทำห่างขึ้นได้

*** แผลแบบไหนควรปิด หรือควรปล่อยให้แห้ง?
บางกรณีไม่ควรปิดแผล เช่น แผลที่แห้งดีแล้ว ไม่มีน้ำเหลืองไหลออก หรือแผลเล็กที่อยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก การปล่อยให้แผลโดนอากาศจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และลดโอกาสการเติบโตของเชื้อโรคที่อาศัยความชื้น แต่หากแผลยังมีเลือดซึม หรือต้องสัมผัสกับสิ่งสกปรกบ่อยครั้ง ก็ควรปิดแผลไว้จนกว่าแผลจะเริ่มแห้งดี

*** สัญญาณเตือน “แผลอักเสบ” ควรรีบพบแพทย์
แม้เราจะดูแลแผลอย่างดีตั้งแต่แรก แต่แผลบางประเภทก็ยังเสี่ยง “อักเสบหรือติดเชื้อ” ได้ ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามจนเป็นอันตรายหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ยากต่อการรักษา ดังนั้นจึงควรหมั่นสังเกตอาการของแผลเสมอ และถ้าเริ่มมี “สัญญาณเตือน” เหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

- แผลบวม แดง ร้อน หากพบว่าแผลเริ่มบวมผิดปกติ ผิวบริเวณแผลแดงชัด หรือจับดูรู้สึกว่าร้อนกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการอักเสบหรือติดเชื้อ
- แผลปวดมากขึ้น อาการปวดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับวันแรก ๆ ที่เกิดแผล ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแผลปกติอาการปวดควรจะค่อย ๆ ดีขึ้น ไม่ใช่แย่ลง
- มีหนองหรือน้ำเหลืองขุ่น หากมีหนองหรือของเหลวขุ่นไหลออกจากแผล หรือสังเกตเห็นว่าน้ำเหลืองที่ออกจากแผลเปลี่ยนสี มีกลิ่นเหม็น นั่นแปลว่ากำลังเกิดการติดเชื้ออย่างชัดเจน
- แผลไม่ดีขึ้นหรือแผลขยายใหญ่ขึ้น เมื่อแผลไม่แห้งหรือไม่เล็กลงภายในไม่กี่วัน หรือกลับแย่ลง มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือผิวหนังรอบแผลลอกออกมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายไม่สามารถสมานแผลได้เอง
- มีไข้หรือรู้สึกไม่สบายตัวร่วมด้วย หากมีไข้หรือรู้สึกอ่อนเพลียร่วมกับอาการแผลอักเสบ แสดงว่าเชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือดหรือเกิดการอักเสบรุนแรง ต้องพบแพทย์โดยเร็ว

*** ยาฆ่าเชื้อ จำเป็นไหม?
ในแผลทั่วไป การใช้ยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน หรือยาปฏิชีวนะชนิดทาอาจเพียงพอ ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะกินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะเสี่ยงต่อการดื้อยาและผลข้างเคียงอื่น ๆ ยาปฏิชีวนะชนิดกินหรือฉีดจำเป็นสำหรับแผลที่ติดเชื้อรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน ควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาเท่านั้น การดูแลแผลเบื้องต้นให้ถูกวิธีจะช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างมาก

*** ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการดูแลแผล
- ห้ามทายาสีฟันหรือสมุนไพรบด รวมถึงการเคี้ยวสมุนไพรแปะบนแผล เพราะจะนำเชื้อโรคจากปากหรือของสกปรกเข้าสู่แผล ทำให้ติดเชื้อหนักกว่าเดิม
- ห้ามนำเกลือผสมเองมาล้างแผล น้ำเกลือที่ใช้ทางการแพทย์มีความเข้มข้นเฉพาะ ไม่เหมือนเกลือผสมเอง
- กินไข่ ข้าวเหนียว ได้ ไม่มีอาหารชนิดไหนที่ทำให้แผลอักเสบหรือหายช้าจริง สามารถกินได้ตามปกติ
- การใช้ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาไต หัวใจ หรือโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
- การดูแลแผลเบื้องต้นที่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก แผลฉีกขาด หรือแผลทะลุทะลวง ช่วยลดโอกาสติดเชื้อและทำให้แผลหายเร็วขึ้น อย่าลืมล้างแผลให้สะอาด ใช้ยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เลือกปิดแผลหรือปล่อยให้แห้งตามความเหมาะสม และคอยสังเกตอาการผิดปกติ หากพบอาการแผลอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์ การใส่ใจในขั้นตอนเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้


ข้อมูลโดย : โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB/

Hello greenday.
18/02/2026

Hello greenday.

สวัสดีวันอาทิตย์ rose in valentine's day.
15/02/2026

สวัสดีวันอาทิตย์

rose in valentine's day.

5 วิธีดูแลข้อเข่าให้แข็งแรง ป้องกันภาวะข้อเข่าเสื่อม1. ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม 2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นกีฬ...
14/02/2026

5 วิธีดูแลข้อเข่าให้แข็งแรง ป้องกันภาวะข้อเข่าเสื่อม

1. ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นกีฬาที่มีแรงกระแทกต่อข้อเข่าต่ำ เช่น การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน หรือการเดินเร็ว
3. อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลัง และยืดเหยียดผ่อนคลายหลังออกกำลังทุกครั้ง
4. ออกกำลังเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เช่น การนั่งเหยียดขา เพื่อสร้างกล้ามเนื้อต้นขา
5. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการงอเข่า เช่น การนั่งยอง นั่งคุกเข่า หรือนั่งเก้าอี้เป็นเวลานาน

หากมีอาการ ปวดข้อเข่า ข้อฝืด งอหรือเหยียดเข่าได้ไม่ได้เต็มที่ อาจเป็นอาการเริ่มต้นของภาวะข้อเข่าเสื่อม ควรรีบพบแพทย์ เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดอาการและชะลอความรุนแรงของโรคได้

ข้อมูลโดย : รพ.จุฬาลงกรณ์

สุขภาพเท้า          เท้าเป็นอวัยวะสำคัญ ที่คนเราควรใส่ใจเป็นอันดับต้น ๆ ของชีวิต **** รักษาสุขภาพเท้า            1.หลังจ...
12/02/2026

สุขภาพเท้า

เท้าเป็นอวัยวะสำคัญ ที่คนเราควรใส่ใจเป็นอันดับต้น ๆ ของชีวิต

**** รักษาสุขภาพเท้า
1.หลังจากเท้าต้องทำงานมาทั้งวัน การแช่เท้าในน้ำอุ่น หรือนวดฝ่าเท้าจะช่วยผ่อนคลายความตึงล้าของกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ในเท้าได้ แต่ห้ามใช้ในผู้เป็นเบาหวานซึ่งมีผิวเท้าแห้ง เพราะการแช่น้ำทำให้ผิวแห้งมากขึ้น และห้ามใช้ในผู้ที่มีเท้าชา เพราะทำให้ไม่รู้ตัวว่าน้ำนั้นร้อนเกินไป อาจทำให้เท้าพองได้
2.ออกกำลังกายช่วยบริหารข้อเท้า และกล้ามเนื้อเท้าอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดมาสู่ปลายเท้า วิธีบริหารเริ่มจาก
- กระดกข้อเท้าขึ้นและลงสลับกันช้า ๆ
- หมุนข้อเท้า โดยหมุนเข้าและหมุนออกช้า ๆ
- ใช้นิ้วเท้าจิกผ้าที่วางอยู่บนพื้นเพื่อบริหารกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ในเท้า
- นั่งยกขาขึ้น เหยียดเข่าตึง แล้วกระดกข้อเท้าขึ้นค้างไว้นับ 1–6 ในใจ ถือเป็น 1 ครั้ง

***เข้าใจเท้า เลือกรองเท้าอย่างเข้าใจ
รองเท้าที่เหมาะสมนั้นมีหลักนิดเดียว คือใส่แล้วสบาย เดินได้ทั้งวัน แต่ถ้ารองเท้าที่คุณสวมใส่ไม่เหมาะสม เช่น ใส่รองเท้าหน้าแคบหรือรองเท้าส้นสูง อาจทำให้เกิดอาการปวดเท้าหรือมีความผิดปกติกับรูปเท้า เนื่องจากเท้าถูกบีบรัด ที่พบบ่อยคือ อาการหัวแม่เท้าเกหรือบิดเข้าสู่นิ้วชี้มากไป จนบางทีเกิดการซ้อนทับ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการรับน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมและปวดเท้านั่นเอง ถ้าคุณมีอาการปวดเท้าอยู่แล้ว แต่ยังเลือกสวมรองเท้าไม่เหมาะสมก็อาจส่งผลให้มีอาการปวดเท้าเรื้อรังต่อไปได้อีก เพราะรองเท้านั้นสำคัญ จึงควรเลือกรองเท้าให้เหมาะกับเท้า เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียภายหลัง ดังนี้

>>> เลือกซื้อรองเท้า
- ช่วงบ่ายเหมาะสมที่สุด ถ้าคุณต้องเดินในช่วงกลางวัน ควรเลือกซื้อรองเท้าช่วงบ่าย ๆ เพราะเท้าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อผ่านการเดินมาตลอดทั้งวัน เนื่องจากเลือดไหลเวียนลงสู่เท้ามากขึ้น จึงเหมาะที่จะเลือกรองเท้า เพื่อป้องกันปัญหารองเท้าคับ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและชีวิตประจำวันด้วย
- เลือกคู่ที่ขนาดเหมาะสม คือส้นเท้าจะชิดส้นรองเท้าพอดี และส่วนหัวรองเท้าจะเหลือพื้นที่เท่ากับความกว้างของหัวแม่โป้งมือเมื่อวัดจากนิ้วเท้าที่ยาวที่สุด ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนิ้วหัวแม่เท้าเสมอไป และส่วนที่กว้างที่สุดของรองเท้าควรตรงและพอดีกับตำแหน่งที่กว้างที่สุดของเท้า
- ใส่แล้วนิ่มสบาย เลือกรองเท้าที่ไม่มีตะเข็บแข็ง รองเท้าที่ทำจากหนังแท้มักมีความยืดหยุ่นและระบายอากาศดีกว่าหนังเทียม
- ลองก่อนเสมอ เท้าคนเราสองข้างไม่เท่ากัน จึงควรลองรองเท้าทั้งสองข้างและเดินไปมาด้วยว่าสบายเท้าหรือไม่
- เผื่อที่กันคับ อุปกรณ์เสริมในรองเท้าต่าง ๆ เช่น แผ่นรองเท้า แผ่นกันรองเท้ากัด ฯลฯ จะทำให้รองเท้าของคุณคับขึ้น หากต้องใช้อุปกรณ์เหล่านั้นควรเลือกรองเท้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
- ไม่คีบดีกว่า การใส่รองเท้าคีบทำให้เกิดการเสียดสีบริเวณร่องนิ้วเท้า ไม่เหมาะในบางคนที่เท้าชา ซึ่งอาจเกิดแผลโดยไม่รู้ตัว
- แบนไปไม่ดี ความแบนราบของพื้นรองเท้า ไม่เหมาะกับสรีระเท้าต่อการรับน้ำหนัก ดังนั้นหากใส่รองเท้าแตะ ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและเสริมบริเวณอุ้งเท้าจะดีกว่า
- รองเท้าสองชั่วโมง การใส่ส้นสูงนาน ๆ อาจมีปัญหาปวดฝ่าเท้าส่วนหน้า ผิวฝ่าเท้าบริเวณดังกล่าวอาจด้านและแข็งเป็นไตเพราะต้องรับน้ำหนักมาก ดังนั้นควรใส่ส้นสูงเมื่อจำเป็น เช่น ออกงานกลางคืน และไม่ควรใส่นานเกิน 2–3 ชั่วโมง

>>> รองเท้าที่เหมาะสมในแต่ละคน
- นักกีฬา ควรเลือกซื้อรองเท้ากีฬา หลังจากเดินสักพักหรือหลังจากเล่นกีฬาเสร็จ เพราะเท้าจะมีขนาดเดียวกันกับขณะเล่นกีฬา ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่ม และมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับแรงกระแทกได้ดี หากกีฬาที่เล่นใช้ปลายเท้าเป็นส่วนมาก เช่น การวิ่ง ควรเลือกรองเท้าที่ออกแบบให้รองรับแรงกระแทกส่วนหน้าโดยเฉพาะ
- คนเท้าแบน มีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว ฝ่าเท้าแบนทำให้ปวดบริเวณกลางฝ่าเท้า เนื่องจากเอ็นซึ่งทำหน้าที่ยกอุ้งเท้าถูกดึงยึด ดังนั้นหากคุณเป็นคนฝ่าเท้าแบนชั่วคราว(คือเท้าแบนเมื่อเหยียบพื้นเท่านั้น)ควรสวมรองเท้าที่เสริมอุ้งเท้า(บริเวณพื้นรองเท้าด้านในช่วงกลางที่นูนขึ้น)เพื่อช่วยเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า มีที่หุ้มด้านข้างและหลังเท้า เพื่อพยุงไม่ให้ส้นเท้าบิดและเท้าล้มเข้าด้านใน แต่หากฝ่าเท้าแบนถาวร ซึ่งมักมีเท้าส่วนกลางกว้างกว่าปกติ ควรเลือกรองเท้าที่ด้านข้างกว้าง และมีพื้นนิ่มใส่สบาย
- คนอุ้งเท้าสูง จะมีปัญหาปวดบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้า เพราะการรับน้ำหนักของอุ้งเท้าส่วนกลางหายไป รองเท้าจึงควรมีลักษณะเสริมอุ้งเท้าส่วนกลาง(ยกนูนช่วงกลางฝ่าเท้าและเสริมอุ้งเท้า)เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักจากฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้ามาที่อุ้งเท้า ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและมีความยืดหยุ่น
- คนปวดส้นเท้า การปวดส้นเท้าส่วนใหญ่เกิดจาก จุดยึดพังผืดบริเวณส้นเท้าอักเสบ ซึ่งมักปวดมากในการเดินก้าวแรกหลังตื่นนอน เพราะพังผืดถูกยืดทันทีทันใด รองเท้าที่เหมาะกับปัญหานี้ ควรมีพื้นนิ่ม มีส้นเล็กน้อยเพื่อถ่ายน้ำหนักไปยังเท้าส่วนหน้า การใส่รองเท้าที่มีการเสริมอุ้งเท้า และนวดฝ่าเท้าก่อนลุกจากเตียง รวมถึงการบริหารยืดเอ็นร้อยหวายซึ่งทำได้โดย นั่งเหยียดขาข้างที่ต้องการยืดไปด้านหน้า และใช้ผ้าคล้องที่ปลายเท้าเอาไว้ ขาอีกข้างชันเข่าขึ้น และออกแรงดึงปลายผ้าทั้งสองข้างเข้าหาตัวจนรู้สึกว่าน่องตึง ค้างไว้ 10 วินาที นับเป็น 1 ครั้ง ทำวันละ 10-15 ครั้ง จะช่วยลดการปวดเท้าและลดการเกิดอาการช้ำได้
- คนปวดฝ่าเท้าด้านหน้า ปัญหานี้พบบ่อยในผู้ที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ และผู้ที่มีภาวะหัวแม่เท้าเก ซึ่งหัวแม่เท้าไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ภาระจึงตกอยู่กับฝ่าเท้าบริเวณนิ้วชี้ถึงนิ้วก้อย เมื่อรับน้ำหนักนาน ๆ จึงทำให้ปวด ดังนั้นผู้ที่มีอาการนี้จึงควรใส่รองเท้าส้นเตี้ย มีพื้นนิ่ม และมีหน้ารองเท้ากว้าง เพื่อลดการบีบและเสียดสีของเท้า
- คนเป็นเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานมักมีปลายประสาททำงานผิดปกติ ทำให้เท้าชา มีนิ้วเท้าหงิกงอ ทำให้ฝ่าเท้าด้านหน้ารับน้ำหนักมากและนิ้วเท้าเสียดสีกับหัวรองเท้า จึงควรเลือกใส่รองเท้าพื้นนิ่ม มีหัวลึกและกว้าง ห้ามใช้รองเท้าคีบ เพราะอาจทำให้เกิดแผลบริเวณร่องนิ้วเท้าได้โดยไม่รู้ตัว

ข้อมูล : คลินิกสุขภาพเท้า โรงพยาบาลศิริราช

ที่อยู่

ตำบลน้ำคอก อำเภอเมืองระยอง ถนนระยอง-บ้านค่าย
Rayong
21000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านยาเภสัชกรขวัญเรือนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ร้านยาเภสัชกรขวัญเรือน:

แชร์