09/03/2026
IRPC Innovation Center ไขทุกปัญหา หาทุกคำตอบ ให้เราได้จริงๆ
ช่วงนี้คนถามกันเยอะว่า “มีวิธีอะไร ที่ทำได้จริงตอนนี้ เพื่อช่วยลดแคดเมียม (Cd) ในผลผลิต/ทุเรียนไหม?”
ขอเล่าแบบที่ไปอ่านงานวิจัยมา จะบอกว่า Cd ไม่ได้หายวับไปเลย
แต่เราสามารถ ทำให้มันเข้าถึงรากยากขึ้น / เดินทางขึ้นต้นยากขึ้น / ถูกล็อกให้อยู่ในรูปที่พืชดูดได้น้อยลงได้
งานรีวิวใหญ่สรุปแนวทางที่ใช้กันตอนนี้เป็น 4–5 กลุ่มหลัก
ปรับดิน (soil amendments), จัดการน้ำ (irrigation), ใช้จุลินทรีย์ (microbial agent), และ ปรับรูปแบบการปลูก (cropping patterns)
เนื้อหาอาจจะยาวนิดนึง คราวหลังจะทำแบบสั้น ๆ มาให้อ่านอีกทีในแต่ละหัวข้อนะครับ
แต่คราวนี้ มาลงรายละเอียดในแต่ละหัวข้อกันแบบเข้าง่าย จับต้องได้ว่าแต่ละวิธีช่วยลด Cd ยังไงกัน
1) “ล็อก Cd ไว้ในดิน” ให้รากดูดได้น้อยลง (Immobilization)
Cd จะดูดง่ายในดินที่เป็นกรด เพราะมันอยู่ในรูปไอออนที่ละลายน้ำดี รากเลยหยิบเข้าบ้านได้ง่าย
ดังนั้นสิ่งที่เกษตรทำได้คือ “ทำให้ Cd ไม่ค่อยละลาย” หรือ “มีที่ให้เกาะ” จนมันไม่ว่างพอจะเข้าราก
ปูน/วัสดุปูน (liming) ช่วยเพิ่มความเป็นด่างบางส่วน ทำให้ Cd เคลื่อนที่ยากขึ้น (แนวคิดเดียวกับลดความละลาย)
ไบโอชาร์ (biochar) ทำตัวเหมือน “ฟองน้ำ+แม่เหล็ก” จับ Cd ด้วยพื้นที่ผิวและหมู่ฟังก์ชันบนผิว โดยงานรีวิวอธิบายว่าไบโอชาร์อุณหภูมิผลิตต่ำกว่า ~500°C มักเก็บหมู่ฟังก์ชันที่ช่วยจับโลหะได้ดี ทำให้จับโลหะหนักได้มีประสิทธิภาพ
เหล็ก/ออกไซด์ของเหล็ก-แมงกานีส (Fe/Mn oxides) หรือเหล็กวาเลนซ์ศูนย์ Fe(0) ช่วย “ดึง Cd ไปอยู่ในรูปที่พร้อมให้ดูดน้อยลง” (เพิ่มสัดส่วนที่ไม่แลกเปลี่ยนง่าย ลดสัดส่วนที่แลกเปลี่ยนง่าย)
แต่อยากจะบอกก่อนว่า “ดินแต่ละที่ไม่เหมือนกัน” วัสดุปรับดินตัวเดียวกันให้ผลต่างกันได้ ต้องประเมินสภาพดินและต้นทุนก่อน ไม่งั้นทำแล้วไม่คุ้ม หรือกระทบ pH/โครงสร้างดินระยะยาว
2) “ปุ๋ยฟอสเฟต” เป็นดาบสองคม มันช่วยได้ แต่พลาดแล้วเพิ่ม Cd ได้
ฟอสฟอรัสบางรูปแบบช่วยลด Cd ได้หลายกลไก เช่น ดูดซับ เพิ่มประจุลบของผิวดิน หรือทำให้ตกตะกอนเป็นสารประกอบฟอสเฟต
แต่ ฟอสเฟตบางชนิด/บางเงื่อนไขทำให้ Cd ละลายมากขึ้นได้ เพราะทำให้ pH ดินลดลง และถ้าตัวปุ๋ยฟอสเฟตปน Cd เอง ก็ยิ่ง “เติม Cd เข้าระบบ”
อันนี้สอดคล้องกับภาพรวมในไทยที่เจอประเด็น “ปุ๋ยฟอสเฟต/DAP ที่ไม่ได้มาตรฐาน” เป็นแหล่งสะสม Cd ได้
สรุปได้ว่า ฟอสเฟต “ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอ” แต่ต้องเลือกแหล่ง/มาตรฐาน และดูผลต่อ pH ดินจริง ๆ
3) “แย่งช่องทางดูด” ให้ Cd เข้ารากยากขึ้น (Competition / Blocking)
Cd มันเจ้าเล่ห์ตรงที่ “หน้าตาคล้ายธาตุดี” พืชเลยเผลอดึงเข้ามาได้ โดยเฉพาะเวลา ต้นขาด Zn/Fe รากจะเร่งการทำงานของตัวขนส่งไอออน ทำให้ Cd อาศัยช่องทางนั้นเข้าต้นได้ง่ายขึ้น
แนวทางที่ทำได้ตอนนี้เลยคือ “ทำให้ธาตุดีมีพอ” และ “ให้ธาตุดีไปยืนจองที่”
สังกะสี (Zn) มีแนวคิดเรื่องรักษาสัดส่วน Cd:Zn ~ 1:100 เพื่อให้ Zn หนาแน่นพอจะลดการสะสมในระบบลำเลียงผ่านเซลล์ (symplastic) และขัดขวางการส่ง Cd ขึ้นไซเล็ม (xylem loading)
แคลเซียม (Ca): มีข้อมูลเชิงทดลองว่า Ca มี “competitive inhibition” ต่อการสะสม Cd ในพืชได้
ซิลิกอน (Si): ในงานรีวิวมีตัวอย่างการใช้ซิลิเกตแล้วทำให้ Cd ในต้น/เมล็ดลดลง และลดการเคลื่อนย้ายจากรากขึ้นสู่ส่วนกินได้
และในเชิงกลไกแบบเข้าใจง่าย: Si ช่วยเหมือน “ทำกำแพงที่ราก” (พูดง่าย ๆ ว่าช่วยปิดช่องทาง/ทำให้ Cd เดินยาก)
4) จัดการน้ำ: เปลี่ยน “เคมีของดิน” ให้ Cd ไม่ค่อยละลาย
อันนี้เด่นมากในข้าว แต่มีหลักการเคมีดินน่าสนใจ
ภายใต้สภาพน้ำท่วม (flooding) จะเกิด Eh ต่ำ (ค่าศักย์ไฟฟ้าต่ำ) + pH สูงขึ้น ทำให้ Cd ไปจับกับกำมะถัน (S) กลายเป็น Cd–S complex ที่ละลายต่ำ และยังมีเรื่อง “คราบเหล็ก (Fe plaque) บนผิวรากที่ช่วยกัก/ลดการเคลื่อนย้ายโลหะบางส่วน
สำหรับ “สวนทุเรียน” เราไม่ได้ทำแบบนาข้าวแน่นอน แต่เอาหลักคิดมาใช้ได้ เช่น อย่าปล่อยให้ดิน “แกว่งสุด” ระหว่างแห้งจัด–เปียกจัด (ความแกว่งทำให้เคมีดินแกว่ง)
โฟกัสเรื่อง ระบบน้ำ/ระบายน้ำ ให้เสถียร และคุมไม่ให้ดินเป็นกรดจัด เพราะดินกรดคือโหมดที่ Cd “พร้อมถูกดูด”
5) ใช้จุลินทรีย์: ให้ “ทีมใต้ดิน” ช่วยจับ Cd ให้อยู่กับที่
แนวนี้คือให้จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยน Cd ให้อยู่ในรูปที่ไม่ค่อยเคลื่อนย้าย หรือให้ไปติดกับโครงสร้างบางอย่างในดิน
ตัวอย่างที่อธิบายได้เห็นภาพมากคือ
กลุ่ม MICP ช่วยทำให้เกิดตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตมาห่อหุ้ม/ล็อก Cd ไว้
เชื้อราแบบ biosorption ใช้ผนังเซลล์ที่มีประจุลบดูดซับ Cd ไว้ที่ผิว
และในงานรีวิวก็มีตัวอย่าง “ใช้แบคทีเรียร่วมกับวัสดุฟอสเฟตอย่าง hydroxyapatite” เพื่อลดการสะสม Cd ในพืช
ถ้าต้องเริ่ม “แบบทำได้จริง” ในสวน ควรเริ่มจากอะไร?
เพราะแต่ละสวนไม่เหมือนกัน (และแก้ผิดจุด = เสียเงิน) งานรีวิวถึงย้ำเรื่องประเมินดิน/ต้นทุนก่อน
แนวทางเริ่มต้นที่ปลอดภัยสุด
1. ตรวจ pH + อินทรีย์วัตถุ + (ถ้าไหว) ตรวจ Cd ในดิน/น้ำ — เพราะ pH ต่ำคือจุดเสี่ยงที่ Cd ละลายง่าย
เรามี ศูนย์ทดสอบ IRPC Testing Service ทักมาถามการทดสอบ Cd ได้
เช็ค “แหล่งปุ๋ย” โดยเฉพาะฟอสเฟต/DAP เพราะเป็นแหล่งที่ Cd แฝงมาได้
2. ถ้าดินออกกรด → ค่อยวางแผน ปรับดิน/เพิ่มอินทรีย์วัตถุ/ไบโอชาร์ (เพื่อจับ Cd และคุม pH)
3. อย่าปล่อยให้ต้น “ขาด Zn/Fe” เพราะระบบรากอาจเปิดช่องให้ Cd เข้าได้มากขึ้น
4. ถ้าจะใช้ฟอสเฟตเพื่อคุม Cd → จำไว้ว่าเป็น “ดาบสองคม” ต้องคุม pH และคุมแหล่งปุ๋ย
#วิทย์เกษตร