24/03/2026
🗓️ เนื่องในวันวัณโรคโลก 24 มีนาคม 2569 ... กรมอนามัย ชวนคุณแม่ตั้งครรภ์มาเช็กวัณโรคกันหน่อยค่ะ! ✨ แม้จะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่สำหรับ “หญิงตั้งครรภ์” การรู้เร็วและรักษาไว คือ หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์ปลอดภัย 👶 เพราะหากรักษาช้าอาจเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ ภาวะเครียดของทารกในครรภ์ การเสียชีวิตปริกำเนิด ⚠️
🦠 วัณโรคในทารกแรกเกิด แบ่งเป็น 2 ชนิด
1️⃣ วัณโรคแต่กำเนิด คือ รุนแรงที่สุดแม้พบได้น้อยแต่มีโอกาสเสียชีวิตสูง ซึ่งทารกได้รับเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือระหว่างคลอดมักแสดงอาการภายใน 3 สัปดาห์แรก 🏥
2️⃣ วัณโรคในทารกแรกเกิด ติดเชื้อหลังคลอด จากมารดาหรือผู้ใกล้ชิดที่ป่วยวัณโรค อาการที่พบได้ในทารก ซึม, กินนมได้น้อย, น้ำหนักขึ้นไม่ดี, หายใจลำบาก, ปอดอักเสบไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ, ตับม้ามโต 🤒
🔍 อาการที่ต้องสังเกต: ไอเรื้อรัง, มีไข้เรื้อรัง, น้ำหนักลด, เบื่ออาหาร, ไอเป็นเลือด หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ (หากมีอาการต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที) 🚨
🩻 การวินิจฉัยที่ปลอดภัย: ตรวจเสมหะ (AFB), เพาะเชื้อ และเอกซเรย์ทรวงอกโดยใช้แผ่นป้องกันครรภ์ (abdominal shielding) 🛡️
📝 การเตรียมตัวและการดูแล: ฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงอย่างครอบคลุม ✅
💊 แนวทางการรักษาและกินยา: คำนวณขนาดยาตามน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ หากใช้ยา isoniazid ต้องให้วิตามินบี 6 ร่วมด้วย และต้องรักษาให้ครบเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด 🕒
🛌 การพักผ่อนและดูแลหลังคลอด: ดูแลต่อเนื่องเพื่อป้องกันลูกติดเชื้อ หากมารดายังอยู่ในระยะแพร่เชื้อ ควรแยกทารกชั่วคราว ยกเว้นช่วงให้นม หรือบีบน้ำนมใส่ขวดให้ทารกจนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ 🍼
💡 อย่าลืมนะคะ! “ฝากครรภ์คุณภาพ = เกราะป้องกันวัณโรค” 🛡️ หากมีอาการไอเรื้อรัง มีไข้ หรือเบื่ออาหาร ต้องรีบแจ้งคุณหมอทันที 👩⚕️ การวินิจฉัยและรักษาในปัจจุบันทำได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้คุณแม่แข็งแรงและลูกน้อยเกิดมามีสุขภาพดีค่ะ ❤️
📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถานะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝
#วันวัณโรคโลก #วัณโรค #คุณแม่มือใหม่
#ฝากครรภ์ #เบบี๋ปลอดภัย
#กรมอนามัยส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี