KDSriwichai Center

KDSriwichai Center ศูนย์ตกแต่งจิตใจ และ ความสนุกของธรรมชาติ

17/12/2025

...ประกาศจากทางฟาร์ม เคดี ศรีวิชัย !!!

ทางฟาร์มขอแจ้งให้ทราบว่า นาย ชนัฐชนม์ ประสงค์จินดา ไม่ได้เป็นบุคลากรของทางฟาร์ม เคดี ศรีวิชัย แต่อย่างใด
ความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากบุคคลดังกล่าว
ทางฟาร์ม เคดี ศรีวิชัย จะไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
..ทางฟาร์มขอแจ้งให้ทราบว่า!!!

ทางฟาร์มรับผิดชอบเฉพาะการซื้อขายที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีฟาร์มโดยตรงเท่านั้น

ชื่อบัญชี วิสาหกิจชุมชน เคดี ศรีวิชัย โดย นาย ธีระกิจ หวังมุฑิตากุล

หากมีการโอนเงินผ่านช่องทางอื่นและไม่ได้รับสินค้า
ทางฟาร์มไม่สามารถรับผิดชอบได้
ลูกค้าสามารถดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องโดยตรงตามกระบวนการทางกฎหมาย

ประกาศ!!!วันนี้ทางฟาร์มขออนุญาตแจ้งข่าวให้ทุกคนได้ทราบนะครับ ทางฟาร์มไม่มี gacp ของ OutdoorและGreen house นะครับ ทางฟาร์...
30/06/2025

ประกาศ!!!
วันนี้ทางฟาร์มขออนุญาตแจ้งข่าวให้ทุกคนได้ทราบนะครับ ทางฟาร์มไม่มี gacp ของ OutdoorและGreen house นะครับ
ทางฟาร์มมีแต่ gacp ของIn Door เท่านั้นครับ (ระวังโดนบุคคลนำgacpของทางฟาร์มไปสวมด้วยนะครับ)

แจ้งมาเพื่อทราบครับ ขอบคุณครับ🙏

03/02/2024

❗❗❗❗ ประกาศ!รับสมัครพนักงาน ❗❗❗❗
ตอนนี้ทางฟาร์มของเรารับสมัครพนักงาน ตำแหน่งออฟฟิศ จำนวน 1 อัตรา

คุณสมบัติ อายุ20 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดเพศ

- ใช้โปรแกรม Microsoft Excel และ Word เป็น
- สามารถพิมพ์เอกสารได้
- มีความรอบคอบต่องาน พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ขยัน และ ตรงต่อเวลา

ติดต่อ Tel : 096-8274555
Line : kdsriwichai420
หรือ ทักเข้ามาทางเพจนี้ได้เลย!

22/12/2023

วันนี้ทางฟาร์มมีข่าวมาแจ้งครับ!!!

ทางฟาร์มของเรา รับสมัครพนักงานออฟฟิศ จำนวน 2 อัตรา

คุณสมบัติ อายุ20 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดเพศ

ใช้เอ็กซ์เซลล์เป็น พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ขยัน ตรงต่อเวลา

ติดต่อ 0968274555
หรือ Line kdsriwichai420
❌❌❌❌❌❌❌❌❌❌❌❌❌❌❌❌
ประกาศ! ปิดรับสมัคร
ขออภัยในความไม่สะดวก หากทางบริษัทต้องการบุคคลเข้ามาทำงานเพิ่มจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง ขอบคุณครับ/ค่ะ

วันที่ 11 สิงหาคม 2566 วิสาหกิจชุมชนเคดี ศรีวิชัย ได้ให้การต้อนรับ ชมรม สุขภาพดี ศรีสุราษฎร์ ได้มาร่วมฟังบรรยายเรื่อง กั...
12/08/2023

วันที่ 11 สิงหาคม 2566 วิสาหกิจชุมชนเคดี ศรีวิชัย ได้ให้การต้อนรับ ชมรม สุขภาพดี ศรีสุราษฎร์ ได้มาร่วมฟังบรรยายเรื่อง กัญชาทางการแพทย์ โดยมี คุณ อร่าม ลิ้มสกุล (ลุงดำ) และ คุณ ธีระกิจ หวังมุทิตากุล
เป็นผู้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ในครั้งนี้

#วิสาหกิจชุมชนเคดีศรีวิชัย



วันที่ 8 ส.ค.66 ที่โรงแรมอวานี พัทยา รีสอร์ท จ.ชลบุรี นาย รัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา ในฐานะ ผู้แทนสำนั...
10/08/2023

วันที่ 8 ส.ค.66 ที่โรงแรมอวานี พัทยา รีสอร์ท จ.ชลบุรี นาย รัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา ในฐานะ ผู้แทนสำนักส่งเสริมการจัดประชุมนิทรรศการภาคตะวันออก เป็นประธานในการแถลงข่าวเตรียมจัดงาน CISW Wellness Festival 2 FESTIVAL พร้อมด้วย Mr. Jack Ong ประธาน CCF & CWF 2023, Mr. Ben Lee ประธานร่วม CCF & CWF 2023 , นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล
ประธานกฎบัตรสุขภาพและ Mr.Tommy Vo ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง Mountain Grow พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานแถลงข่าว

บูธของฟาร์มเราอยู่ที่โซนFนะครับ บูธที่F4นะครับ
เจอกันวันที่7-10กันยายน 2566 นี้นะครับ

#วิสาหกิจชุมชนเคดีศรีวิชัย



เมื่อวันที่25 กรกฎาคม 2566 ทางฟาร์มเคดี ศรีวิชัยของเราได้รับเกียรติจาก กรมวิชาการเกษตร ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจเยี่ยมชมมา...
04/08/2023

เมื่อวันที่25 กรกฎาคม 2566 ทางฟาร์มเคดี ศรีวิชัยของเราได้รับเกียรติจาก กรมวิชาการเกษตร ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจเยี่ยมชมมาตรฐานของฟาร์มเรา ทางเรารู้สึกยินดีและขอบคุณมากครับ🙏

#วิสาหกิจชุมชนเคดีศรีวิชัย



วิธีการใช้ CO2 ในการปลูกกัญชา!!คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซที่เติมบรรยากาศของเราและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพืชที่จะเสร็จส...
28/07/2023

วิธีการใช้ CO2 ในการปลูกกัญชา!!

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซที่เติมบรรยากาศของเราและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพืชที่จะเสร็จสิ้นกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่พืชในแปลง CO2 เป็นพลังงาน คาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูงในสวนกัญชาสามารถส่งผลให้พืชแข็งแรงขึ้นและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นหากนำมาใช้อย่างถูกต้อง ดังนั้นคุณจะควบคุมและเพิ่ม CO2 ไปที่ห้องปลูกกัญชาของคุณเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ได้อย่างไร

CO2 ทำงานอย่างไรกับพืช!!!
พืชสกัด CO2 จากบรรยากาศผ่าน stomates ของพืชซึ่งเป็นรูขุมขนที่พืช “หายใจ” ผ่าน การสังเคราะห์แสงเริ่มต้นเมื่อพืชใช้ CO2 ร่วมกับหลอดไฟหรือแสงจากดวงอาทิตย์ในการผลิตทั้งน้ำตาลและออกซิเจน พืชใช้น้ำตาลในการเจริญเติบโตในขณะที่ออกซิเจนถูกปล่อยกลับสู่บรรยากาศ

การเพิ่มระดับ CO2 ในสวนกัญชาของคุณจะช่วยให้พืชของคุณสร้างพลังงานมากขึ้น – ถ้าคุณให้แสงสว่างเพียงพอเช่นกัน อีกครั้งแสงเป็นข้อกำหนดที่สองในการสร้างพลังงานสำหรับพืชของคุณซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องตรงกับระดับ CO2 ของคุณกับแสงของคุณ อย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะดำน้ำในสิ่งที่ทำเสร็จมีข้อควรพิจารณาอื่น ๆ อีกมากมายที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะลงทุนในระบบ CO2

ใครควรใช้ระบบ CO2 สำหรับกัญชา?

ประโยชน์ของการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปสู่พื้นที่เพาะปลูกเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นผู้ปลูกสามเณรและ / หรือภายใต้งบประมาณที่ จำกัด อาจมีหลายวิธีที่คุณจะสามารถเพิ่มผลผลิตของคุณในขั้นแรก ก่อนที่จะ ลงทุนในระบบ CO2 ที่มีราคาแพง ให้แน่ใจว่าคุณรู้วิธี:

-ปลูกสวนเพื่อสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ
-ป้องกันและ / หรือรักษา เชื้อรา และ แมลงศัตรูพืช
-ตั้งค่าพื้นที่เติบโตที่ปลอดภัยและปิดผนึก
-ใช้ระบบแสงพลังงานสูงที่เพียงพอ
-ใช้ประโยชน์จากพันธุศาสตร์สายพันธุ์ที่มีคุณภาพ
-ใช้ สารอาหารที่ มีคุณภาพ และสื่อที่กำลังเติบโต

วิธีการแนะนำ CO2 เพิ่มเติมให้กับสวน
มีหลายวิธีในการแนะนำ CO2 ให้กับสวนของคุณ แต่วิธีการส่วนใหญ่ไม่รับประกันการควบคุม ppm (ส่วนต่อล้านที่ใช้ในการวัดระดับ CO2 ในบรรยากาศ) ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องลงทุนในการตั้งค่า CO2 ที่มีคุณภาพ หากระบบด้านล่างมีราคาแพงเกินไปหรือมีความต้องการพื้นที่ของคุณคุณอาจพิจารณาระงับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นจนกว่าคุณจะพร้อมที่จะกระโดด

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า CO2
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า CO2 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเครื่องทำความร้อนในลานผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยการเผาไหม้โพรเพนหรือก๊าซธรรมชาติ สามารถตั้งค่าให้เปิดหรือปิดอัตโนมัติเมื่อระดับ CO2 ถึง ppm ที่ระบุ ก๊าซธรรมชาติหรือโพรเพนเหลวนั้นหาได้ง่ายมาก แต่การเผาไหม้ของก๊าซเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนซึ่งอาจควบคุมได้ยากในพื้นที่ปลูกขนาดเล็ก ด้วยเหตุนี้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า CO2 จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์สำหรับควบคุมสภาพอากาศ

บีบอัด CO2
ถัง CO2 ที่ถูกบีบอัดสามารถหาซื้อได้ที่ร้านไฮโดรโปนิกโรงงานผลิตก๊าซอัดหรือแม้แต่ร้านขายเบียร์ที่บ้าน ในกรณีนี้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผลิตโดยผู้ผลิตและรวบรวมและบีบอัดลงในถังที่สามารถซื้อได้ สิ่งนี้ช่วยให้คุณสามารถแนะนำปริมาณ CO2 ที่ควบคุมได้ในสวนของคุณผ่านตัวปล่อยก๊าซโดยไม่ต้องมีเครื่องกำเนิดก๊าซ CO2 ประโยชน์ของการตั้งค่านี้คือไม่มีเครื่องกำเนิดก๊าซ CO2 คุณจะไม่ผลิตความร้อนอีกต่อไปเมื่อปล่อย CO2 เข้าไปในสวนของคุณ ด้วยเหตุนี้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อัดจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ปลูกขนาดเล็ก

วิธีใช้ CO2 ในสวนกัญชาของคุณ!!!
ระดับ CO2 ในบรรยากาศของเราอยู่ที่ประมาณ 400 ppm การศึกษา แสดงให้เห็นว่าระดับ CO2 สามารถเพิ่มการเติบโตของพืชได้อย่างต่อเนื่องเมื่อ ppm สูงถึง 10,000 โปรดทราบว่าเมื่อ CO2 เกิน 3,000 ppm มันจะกลายเป็นอันตรายสำหรับมนุษย์ที่จะหายใจและที่ 5,000 ppm ก็ถือว่าเป็นอันตราย

ชาวสวนส่วนใหญ่พบว่าเมื่อคุณผลิตแสงคุณภาพสูงในสวนของคุณระดับ CO2 ที่ 1,200 ถึง 2,000 ppm จะเพิ่มการเติบโตของพืชของคุณอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้เมื่อใช้ CO2 พืชของคุณสามารถจัดการกับอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้น – ประมาณ 85-90 องศาฟาเรนไฮต์ โปรดระวังว่าหากระดับ CO2 ของคุณสูงเกินไปสำหรับปริมาณแสงหรือความร้อนที่เกิดขึ้นในสวนคุณจะเห็นพืชของคุณได้รับความเสียหายจาก CO2 ที่มากเกินไป

คาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาควรตกลงมาจากสวนด้านบนเนื่องจาก CO2 มีน้ำหนักมากและจะจมลงสู่พื้นดิน การใช้พัดลมจะช่วยให้ CO2 เคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ห้องและทำให้พืชดูดซับได้มากขึ้น ควรปล่อย CO2 ในช่วงเวลาที่ไฟติดเท่านั้น พืชสังเคราะห์แสงในขณะที่มืด

ขอบคุณแหล่งที่มา
https://home420-th.com/site/blog/how-to-co2/

ฟลัชกัญชาคืออะไร ทำอย่างไร และควรทำเมื่อไหร่ ?นักปลูกกัญชาหน้าใหม่คงเคยได้ยินคำว่า ฟลัช (Flushing) มาบ้างไม่มากก็น้อย แต...
26/07/2023

ฟลัชกัญชาคืออะไร ทำอย่างไร และควรทำเมื่อไหร่ ?

นักปลูกกัญชาหน้าใหม่คงเคยได้ยินคำว่า ฟลัช (Flushing) มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่มีหลายคนที่ไม่รู้ว่าการฟลัชกัญชาคืออะไรแล้วต้องทำอย่างไรส่งผลให้นักปลูกหลายๆคนปลูกกัญชาโดยที่ไม่ได้ฟลัชรวมถึงไม่ทราบวิธีการแก้ปัญหาปุ๋ยเกินหรือปุ๋ยล็อค (Nutrient Lockout) บทความนี้พี่หมีจะอธิบายถึงการฟลัชว่ามันคืออะไร ทำอย่างไร และควรทำเมื่อไหร่ เพื่อให้เพื่อนๆสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆของต้นโดยการฟลัชและพัฒนารสชาติให้ดียิ่งขึ้น

การฟลัชคืออะไร
การฟลัชกัญชาคือ การงดให้สารอาหารแก่พืชและการชะล้างบริเวณรากด้วยน้ำเปล่าที่ควบคุมค่า pH หรือด้วยน้ำยาช่วยฟลัช นักปลูกส่วนใหญ่เชื่อว่าการฟลัชก่อนการเก็บเกี่ยวจะช่วยยกระดับดอกกัญชาให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นทั้งในด้านรสชาติ กลิ่น Terpenes รวมถึงความสมูทของดอกเมื่อนำมาใช้งาน อย่างไรก็ตามการฟลัชไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ทำให้ดอกมีคุณภาพสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาความไม่สมดุลของสารอาหารในพืช เช่น ปัญหาปุ๋ยล็อคหรือปัญหาค่า pH เป็นต้น การฟลัชเพื่อแก้ปัญหาความไม่สมดุลของสารอาหารจะช่วยให้ต้นกัญชาของคุณกลับมาปกติเร็วขึ้นแต่ควรฟลัชในช่วงทำใบ (Veg) โดยเฉพาะการปลูกกัญชาโฟโต้ (Photo) ในระบบปิด (Indoor) จะทำให้คุณเสียเวลาเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่จะไม่ส่งผลต่อในช่วงทำดอก

ควรฟลัชต้นกัญชาเมื่อไหร่
นักปลูกหลายๆคนมีช่วงเวลาในการฟลัชที่แตกต่างกัน เมื่อคุณปลูกกัญชาหลายครั้งจนมีประสบการณ์และเกิดความชำนาญคุณจะมีวิธีการฟลัช ระยะเวลาในการฟลัช รวมถึงช่วงที่ต้องฟลัชของคุณเอง อย่างไรก็ตามพี่หมีได้รวบรวมวิธีการฟลัช 2 ช่วงหลักที่คุณควรรู้ดังนี้

ฟลัชเมื่อต้นเกิดอาการปุ๋ยล็อค
ปุ๋ยล็อคหรือ Nutrient Lockout คือ อาการที่พืชได้รับสารอาหารมากเกินไปรวมถึงการให้สารอาหารที่มีค่า pH ไม่เหมาะสมจนทำให้พืชไม่สามารถดูดซึมสารอาหารแม้จะให้ปุ๋ยเพิ่มหรือมีสารอาหารในดินอยู่แล้วก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นได้ทั้งนักปลูกที่มีประสบการณ์และนักปลูกมือใหม่ เป็นปัญหายอดนิยมที่นักปลูกหลายๆคนต้องพบเจอ พืชที่เกิดอาการปุ๋ยล็อคจะแสดงอาการดังนี้

ต้นจะหยุดโตหรือต้นแคระ
ใบมีลักษณะอ่อนปวกเปียก
ปลายใบไหม้
สัญญาณการขาดสารอาหารประเภทต่างๆ
เมื่อคุณได้พิจารณาแล้วว่าต้นของคุณมีอาการปุ๋ยล็อค (Nutrient Lockout) การฟลัชเป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณแก้ไขสถานการณ์ได้เร็วที่สุด นักปลูกส่วนใหญ่มักจะฟลัชด้วยน้ำยาฟลัชสูตรพิเศษที่จะทำงานดักจับสารอาหารหรือเกลือที่มากเกินไปผสมไปกับน้ำเปล่าที่ใช้เป็นตัวกลางในการชะล้าง อย่างไรก็ตามการใช้น้ำเปล่าควบคุมค่า pH ใช้ได้เช่นกันแต่มีประสิทธิภาพที่น้อยกว่า

ฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวหรือฟลัชครั้งสุดท้าย
การฟลัชที่พบบ่อยที่สุดคือการฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวหรือที่เรียกกันว่า การฟลัชครั้งสุดท้าย (Final Flush) นักปลูกหลายคนเชื่อว่าการฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวจะได้ผลผลิตที่สะอาด สมูท และมีกลิ่นที่ดีกว่า นักปลูกส่วนใหญ่จะฟลัชต้นกัญชาประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนการเก็บเกี่ยว การฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวจะล้างสารอาหารในวัสดุปลูกออกทั้งหมดและบังคับให้พืชใช้สารอาหารที่เก็บสะสมไว้ส่งผลให้ดอกมีรสชาติดีขึ้น เผาไหม้ได้ดีขึ้น การฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักปลูกที่ให้ปุ๋ยเคมีแก่พืชแบบจัดเต็มตลอดช่วงอายุตั้งแต่ทำใบจนถึงทำดอก

วิธีการฟลัชต้นกัญชา
การฟลัชจะเกี่ยวข้องกับการรดน้ำที่ควบคุมค่า pH อย่างไรก็ตามการฟลัชในวัสดุปลูกแต่ละชนิดจะมีการฟลัชที่แตกต่างกันรวมถึงระยะเวลาที่แตกต่างกัน พี่หมีได้รวบรวมการฟลัช 2 วัสดุปลูกหลักดังนี้

วัสดุปลูกดินและขุยมะพร้าว
การฟลัชต้นกัญชาในดินและขุยมะพร้าวให้มีประสิทธิภาพคุณจะต้องรดน้ำที่ควบคุมค่า pH 5.5-6.5 ให้น้ำไหลบ่าออกจากก้นกระถาง 10-20% โดยคำนวนได้จากขนาดของกระถางที่คุณปลูก หากคุณปลูกในกระถางขนาด 3 แกลลอนที่มีปริมาตร 11 ลิตรควรฟลัชด้วยน้ำ 5.5 ลิตร หากคุณปลูกในกระถางขนาด 5 แกลลอนที่มีปริมาตร 22 ลิตรควรฟลัชด้วยน้ำ 11 ลิตร ฟลัช 1-3 ครั้งในระยะเวลา 7-10 วัน โดยที่รอให้ดินแห้งก่อนจึงทำครั้งถัดไป

ฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวโดยใช้ดินเป็นวัสดุปลูกควรฟลัช 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยว
ฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวโดยใช้ขุยมะพร้าวเป็นวัสดุปลูกควรฟลัช 7 วันก่อนเก็บเกี่ยว
ฟลัชเพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยล็อคโดยใช้ดินเป็นวัสดุปลูก เมื่อฟลัชแล้วให้รอ 7-10 วันก่อนให้สารอาหารอีกครั้ง
ฟลัชเพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยล็อคโดยใช้ขุยมะพร้าวเป็นวัสดุปลูก เมื่อฟลัชแล้วให้รอ 7 วันก่อนให้สารอาหารอีกครั้ง

1. การฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวไม่จำเป็นจะต้องฟลัชทีเดียวด้วยน้ำเยอะๆก็ได้หากคุณยังเหลือระยะเวลาก่อนเก็บเกี่ยวที่มากพอโดยการงดให้สารอาหารแก่พืชแล้วรดเพียงน้ำเปล่าที่สะอาดและควบคุมค่า pH ไปจนถึนช่วงเก็บเกี่ยว 2. หลังจากฟลัชและเก็บเกี่ยวสามารถนำดินและขุยมะพร้าว มาใช้ได้ซ้ำในอัตราส่วน 50/50 กับดินแลขุยมะพร้าวใหม่

ไฮโดรโปนิกส์
การฟลัชต้นกัญชาที่ปลูกด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์มีวิธีการฟลัช 2 วิธีหลักดังนี้

ฟลัชแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป คุณจะต้องเจือจางสารอาหารในกระถางโดยการเติมน้ำสะอาดที่ควบคุมค่า pH ลงไป 7-14 วัน โดยที่วันเก็บเกี่ยวจะต้องมีค่า ppm อยู่ที่ 200-400
ฟลัชแบบรวดเร็วใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน โดยจะต้องใช้น้ำยาช่วยฟลัชเพื่อล้างสารตกค้างออกไปจากระบบให้เร็วที่สุด

เมื่อไหร่ที่ควรหลีกเลี่ยงการฟลัช
แม้ว่าการฟลัชจะมีประโยชน์หลากหลายตามที่กล่าวไปข้างต้น แต่การฟลัชบางครั้งอาจจะส่งผลเสียให้แก่ต้นไม้ของคุณได้เช่นกันหากคุณปลูกกัญชาในรูปแบบออแกนิคหรือปลูกด้วยดิน Super soil การปลูกกัญชาแบบออแกนิคเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างระบบนิเวศของดินที่ละเอียดอ่อนซึ่งอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีชีวิตและปุ๋ยธรรมชาติ เมื่อพืชของคุณเติบโตระบบนิเวศนี้จะช่วยเปลี่ยนปุ๋ยธรรมชาติในดินให้เป็นแหล่งพลังงานที่ใช้งานได้ รวมทั้งปกป้องพืชจากศัตรูพืชและเชื้อโรค การฟลัชด้วยสารเคมีหรือน้ำเปล่าสามารถรบกวนระบบนิเวศในดินปลูกได้และส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชอีกด้วย อย่างไรก็ตามการปลูกแบบออแกนิคคุณจะฟลัชหรือไม่ฟลัชก่อนเก็บเกี่ยวก็ได้ นักปลูกหลายๆคนเชื่อว่าได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกันมากนัก

สรุป
การฟลัชคือการงดให้สารอาหารแก่พืชและการชะล้างบริเวณรากด้วยน้ำเปล่าหรือด้วยน้ำยาช่วยฟลัช โดยแบ่งช่วงการฟลัชออกเป็น 2 ช่วงหลักๆ คือ การฟลัชเพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยล็อคและการฟลัชก่อนการเก็บเกี่ยวเพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตซึ่งการฟลัชแต่ประเภทมีวิธีการที่แตกต่างกัน หากปลูกในวัสดุที่แตกต่างกันวิธีการฟลัชจะแตกต่างกันไปด้วย อย่างไรก็ตามการฟลัชไม่ได้มีเพียงแค่ประโยชน์เท่านั้นแต่ยังมีผลเสียด้วยหากคุณฟลัชผิดวิธี ดังนั้นควรศึกษาวิธีการฟลัชที่ถูกต้องและลองผิดลองถูกเพื่อสร้างประสบการณ์และพัฒนาการเพาะปลูกให้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา
https://growstuffshop.com/%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-how-to-flush-cannabis

แชร์เคล็ดลับวิธีเพาะเมล็ดกัญชาแบบง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำได้!!!หลังจากปลดล็อคกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเมื่อวันที่ 15 มิถุนา...
25/07/2023

แชร์เคล็ดลับวิธีเพาะเมล็ดกัญชาแบบง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำได้!!!

หลังจากปลดล็อคกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา กัญชาได้กลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจน้องใหม่มาแรง เนื่องจากสามารถนำไปแปรรูปเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์และคุณสมบัติที่หลากหลาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ทางเลือกรวมถึงวงการอื่นๆ อีกมากมาย ส่งผลให้ผู้คนหันมาสนใจปลูกกัญชากันมากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนคนทั่วไปที่สามารถปลูกได้ถึงครัวเรือนละ 15 ต้น โดยที่ไม่ต้องขออนุญาต เพียงแค่ลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน “ปลูกกัญ” ตามข้อกำหนดของทางกระทรวงสาธารณสุข

ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังมีข้อสงสัยว่าเพาะเมล็ดกัญชายังไง บทความนี้จะพาทุกคนไปเรียนรู้และแนะนำวิธีการเพาะเมล็ดกัญชาแบบง่ายๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปลูกกัญชาเอง รวมไปถึงสิ่งที่ต้องเตรียมในการปลูกกัญชาเบื้องต้น รับรองว่าอ่านจบแล้วสามารถปลูกกัญชาได้อย่างแน่นอน

รู้จักกับ “กัญชา” พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ มาแรง

กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นพืชล้มลุก ปลูกง่าย ลักษณะของลำต้นมีขนาดเล็ก มีดอกสีเขียว ใบเป็นแฉกลึก ซึ่งในแต่ละส่วนของใบจะมีแฉกไม่น้อยกว่า 5 แฉก และไม่เกิน 8 แฉก ประกอบกับมีวิธีเพาะเมล็ดกัญชาที่ไม่ยุ่งยากและอีกทั้งปัจจุบันกัญชาได้รับการยอมรับว่าเป็นพืชด้านการเกษตรที่ไม่อยู่ในประเภทของยาเสพติด จึงทำให้มีการนิยมปลูกมากขึ้นเพื่อนำมาใช้รักษาโรคหรือมีส่วนช่วยต่างๆ ในด้านการแพทย์ โดยกัญชานั้นมีประโยชน์และมีสรรพคุณมากมาย ดังนี้

กัญชามีส่วนช่วยในการเจริญอาหารที่ดีขึ้น หากผู้ป่วยมีภาวะในการเบื่ออาหาร
ช่วยลดอาการท้องผูกได้ดีกับวัยผู้สูงอายุ
ช่วยลดภาวะอาการซึมเศร้า ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น อีกทั้งช่วยผ่อนคลาย
มีส่วนช่วยในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง
ช่วยกำจัดเสมหะในลำคอ บรรเทาอาการหอบหืด หรือลดอาการไอ
ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดจากโรคไขข้ออักเสบ
ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนของผู้หญิง
มีส่วนช่วยในการรักษาตา เช่น รักษาอาการต้อหิน
ช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ หรือลดอาการแขน ขา อ่อนแรง
จะเห็นได้ว่ากัญชานั้นมีคุณประโยชน์มากมาย แต่ทุกเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ กัญชาก็อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ด้วยเช่นกัน หากเราใช้กัญชาโดยไม่มีมีความรู้ ดังนั้นก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบทุกครั้ง ควรมีการศึกษาให้ดีก่อน คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าก่อนจะเพาะเมล็ดกัญชานั้น เราควรเตรียมสิ่งใดบ้าง เพื่อให้การเพาะและปลูกกัญชานั้นเป็นไปอย่างราบรื่น

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนปลูกกัญชา
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนปลูกกัญชา
กัญชาก็นับเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยความใส่ใจในการปลูก และการดูแลจนกว่าจะออกผลผลิต ดังนั้นการเตรียมความพร้อมในการปลูกตั้งแต่ต้นที่ดีจะช่วยให้กัญชาเติบโตอย่างเต็มที่และสมบูรณ์ โดยสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการปลูกกัญชา มีดังนี้

เตรียมสถานที่
การเตรียมสถานที่ในการปลูกหรือเพาะเมล็ดกัญชาที่ดี จะส่งผลให้กัญชามีการเจริญเติบโตและได้ผลผลิตตามที่ต้องการในอนาคต รวมไปถึงลดปัญหาในเรื่องต่างๆ ที่จะตามมาภายหลังได้ ซึ่งการเตรียมสถานที่มีความสำคัญและต้องคำนึงถึงสิ่งนี้

สถานที่ในการปลูก หรือเพาะเมล็ดกัญชาจะต้องมีขนาดเป็นสัดส่วน ระบายอากาศได้สะดวก มีปริมาณแสงที่เพียงพอต่อการสังเคราะห์แสง
สถานที่บริเวณโดยรอบจะต้องมีสภาพแวดล้อมที่ดี เนื่องจากการที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ส่งผลให้ได้ผลผลิตกัญชาที่สูงและได้ปริมาณมาก
หากเป็นการปลูกแบบกลางแจ้ง (Outdoor) ควรเป็นสถานที่ปราศจากแมลงศัตรูพืช หากสถานที่ในการปลูกไม่มีแมลงหรือไม่มีศัตรูพืช ย่อมส่งผลดีให้ต้นกัญชามีลักษณะที่สวยงาม ใบไม่เป็นรอย หรือดอกไม่มีการแทะเล็ม
หากเป็นการปลูกในร่ม (Indoor) ควรตรวจสอบให้ดีถึงการเข้าถึงแหล่งน้ำ สารอาหาร และมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นหรือไม่ รวมไปถึงความแข็งแรงของบริเวณที่เพาะปลูกกัญชา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือน หรือเต้นท์ ว่ามีความแข็งแรงดีหรือไม่ คุณคงไม่อยากเสียต้นกัญชาไปเพราะว่าเต้นท์ที่เพาะปลูกพังลงมาทับต้นกัญชาอย่างแน่นอน
โดยการปลูกกัญชาสามารถแบ่งตามสถานที่หรือสภาพแวดล้อมในการปลูกได้ 2 แบบ ได้แก่

การปลูกกลางแจ้ง หรือระบบเปิด (Outdoor) เป็นการปลูกแบบกลางแจ้ง เน้นแสงแดด อุณหภูมิและสภาพอากาศจากธรรมชาติ
การปลูกในร่ม หรือระบบปิด (Indoor) เป็นการปลูกในสถานที่ปิด วิธีนี้ผู้ปลูกสามารถเพาะเมล็ดกัญชาให้อยู่ในอุณหภูมิที่ต้องการ รวมถึงสามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมให้มีความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นกัญชาได้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมความชื้น แร่ธาตุ ความเข้มของแสง และจำนวนชั่วโมงของแสง
เตรียมดิน
ถ้าจะปลูกกัญชา หรือเพาะเมล็ดกัญชา ผู้ปลูกควรจะต้องมีการเตรียมดินไว้เป็นอย่างดี เพราะดินนั้นมีความที่สำคัญเป็นอย่างมากในการปลูกกัญชา (ถ้าคุณไม่ได้ปลูกกัญชาแบบ Hydroponic แล้วละก็) ซึ่งลักษณะดินที่เหมาะกับการเพาะเมล็ดหรือปลูกกัญชาที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

ควรเป็นดินร่วนซุย ไม่จับตัวเป็นก้อน และไม่มีความเหนียว เพื่อให้เมล็ดกัญชาสามารถงอกรากได้ง่าย
มีเป็นดินที่มีความสามารถในการระบายอากาศ และระบายน้ำได้ดี แต่ก็พออุ้มน้ำได้ระดับนึง ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมกับการเพาะเมล็ดกัญชา
ควรเป็นที่ดินที่สะอาด ไร้สารเคมี และมีความเป็นกรดเล็กน้อย โดยมีค่า pH อยู่ที่ 6 – 7
ควรดินที่มีสีเข้ม เพราะสื่อถึงดินที่มีสารอาหารครบถ้วน และจำเป็นต่อการเพาะเมล็ดกัญชา
ผู้ปลูกกัญชาจึงจำเป็นจะต้องเลือกดินที่มีความเหมาะสมสำหรับการเพาะเมล็ดกัญชา เพื่อให้ได้ต้นกัญชาที่มีคุณภาพ

ปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยอินทรีย์เป็นสิ่งที่ช่วยปรับให้หน้าดินมีสภาพที่ดีขึ้น และเสริมสร้างสารอาหารภายในดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหากจะปลูกกัญชาให้ได้ผลผลิตที่ดี จำเป็นจะต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์เข้าไปช่วยบำรุงดิน โดยปุ๋ยอินทรีย์นั้นมีความสำคัญต่อดินและมีประโยชน์ คือ

ช่วยปรับดินให้มีการร่วนซุยมากขึ้นและช่วยอุ้มน้ำ ส่งผลให้ดินเกิดความชุ่มชื้น ไม่มีความแห้ง
มีราคาที่ประหยัด อีกทั้งช่วยลดต้นทุน
มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในดิน
ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด - ด่างในดิน
ช่วยให้มีธาตุอาหารในดิน ส่งผลให้จุลินทรีย์เกิดการกระตุ้นในการสร้างอาหารที่ดีต่อดิน
ช่วยเก็บสารอาหารให้คงอยู่ได้นาน
ช่วยให้การเพาะปลูกเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นที่ทราบกันดีว่า ปุ๋ยอินทรีย์นั้นมีประโยชน์และมีคุณสมบัติที่ดีมากมาย ดังนั้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเป็นอย่างมากในการบำรุงดินและมีความปลอดภัยสูงต่อการเพาะเมล็ดกัญชาอีกด้วย

ทิชชู่
ทิชชู่เป็นสิ่งที่ช่วยให้วิธีเพาะเมล็ดกัญชามีความง่ายขึ้นและเมล็ดงอกได้ดี อีกทั้งการใช้ทิชชู่นั้นเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย ซึ่งทิชชู่มีความสำคัญในการเพาะเมล็ดกัญชาหรือมีข้อดีได้แก่

ทำให้เมล็ดงอกรวดเร็ว เพราะทิชชู่สามารถกักเก็บน้ำแล้วความชื้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นที่สำคัญในระยะของการเพาะเมล็ดกัญชา
เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเมล็ดกัญชาที่มีราคาประหยัด
ใครๆ ก็สามารถนำทิชชู่มาเพาะเมล็ดกัญชาได้ เนื่องจากเป็นวัสดุที่หาได้ไม่ยาก
สำหรับใครที่อยากเพาะเมล็ดกัญชาอย่างง่ายๆ ก็สามารถทำได้โดยการนำทิชชู่มาใช้ เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน และเป็นไอเดียที่น่าสนใจ

กระถางสำหรับปลูกต้นไม้
กระถางปลูกต้นไม้เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้รองรับการเจริญเติบโตได้ดีหลังจากที่เสร็จสิ้นการเพาะเมล็ดกัญชา รวมไปถึงระยะอนุบาลต้นอ่อน ซึ่งผู้ปลูกเองควรมีกระถางหลายขนาด เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดลำต้นของต้นกัญชาในช่วงเวลานั้นๆ เมื่อต้นกัญชาโตได้ขนาดประมาณหนึ่ง ผู้ปลูกก็ควรมีการย้ายต้นกัญชาไปยังกระถางที่มีขนาดใหญ่กว่า เพราะการที่ต้นกัญชาเติบโตในกระถางที่เล็กเกินไปจะทำให้รากมีพื้นที่จำกัด ส่งผลให้ต้นไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

โดยกระถางมีข้อดีดังนี้
ช่วยให้ผู้ปลูกดูแลต้นกัญชาได้ง่าย เพราะสามารถควบคุมสารอาหาร และปริมาณน้ำได้ เนื่องจากพื้นที่ถูกจำกัดผู้แค่ภายในกระถาง
ช่วยป้องกันลำต้นได้เป็นอย่างดี เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตในช่วงอนุบาลต้นอ่อน
ประหยัดพื้นที่ในการปลูก มือใหม่ก็สามารถปลูกกัญชาในกระถางได้
ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย หากต้นกัญชามีการเจริญเติบโตที่เพียงพอ
ดังนั้น ผู้ปลูกกัญชาสามารถใช้กระถางในการเพาะปลูกกัญชาได้ เนื่องจากเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและเหมาะสำหรับการประหยัดพื้นที่ในการเพาะปลูก

วิธีเพาะเมล็ดกัญชาแบบง่ายๆ
วิธีเพาะเมล็ดกัญชาแบบง่ายๆ รับรองรากงอกแน่นอน
ขั้นตอนการปลูกกัญชาด้วยเมล็ดนั้นเริ่มต้นด้วยจากการเพาะเมล็ดกัญชา ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

แช่เมล็ดกัญชาในน้ำ 1 คืน
การแช่เมล็ดกัญชาในน้ำ 1 คืน เป็นการกระตุ้นเมล็ดกัญชา และทำให้เปลือกของเมล็ดกัญชาอ่อนลง เพื่อเพิ่มโอการในการงอกของราก และช่วยให้ประหยัดเวลากว่าการนำเมล็ดลงดินโดยตรง

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการแช่เมล็ดกัญชาในน้ำ 1 คืน
แก้วน้ำ
เมล็ดพันธุ์
น้ำสะอาด
วิธีการแช่เมล็ดกัญชาในน้ำ 1 คืน
ขั้นตอนแรก ใส่ปริมาณน้ำลงไปในแก้วน้ำให้มีขนาดพอเหมาะหรือเพียงพอต่อการแช่เมล็ดพันธุ์
ขั้นที่สอง นำเมล็ดพันธุ์ใส่ลงไปในแก้วน้ำเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นและจะเป็นการช่วยทำให้รากงอกอย่างรวดเร็ว โดยเมล็ดกัญชาที่สามารถเจริญเติบโตได้ควรที่จะต้องจมน้ำ แต่ถ้าหากเมล็ดไหนไม่ยอมจมน้ำหลังจากผ่านไป 1-2 ชั่วโมง ให้นำออกเพราะมักจะเป็นเมล็ดที่ฝ่อ
ขั้นตอนที่สาม หาฝามาปิดแก้วน้ำให้มิดชิดหรือผ้าก็ได้ เพือป้องกันแมลงและสิ่งแปลกปลอมตกลงไปในน้ำ
ขั้นตอนสุดท้าย นำแก้วน้ำไปไว้ในที่มืด โดยมีอุณหภูมิปกติทั่วไปและเก็บไว้เป็นระยะเวลา 1 คืน
การแช่เมล็ดกัญชาในน้ำ 1 คืนนั้นนอกจากจะช่วยให้เมล็ดงอกรากได้ง่ายแล้ว ยังเป็นการคัดเมล็ดที่ไม่มีคุณภาพออกไปอีกด้วย เมื่อผ่านไป 1 คืนแล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป

นำเมล็ดกัญชามาเพาะต่อในทิชชู่
การนำเมล็ดกัญชามาเพาะต่อในทิชชู่มีวัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่ง่ายๆ ดังนี้

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเมล็ดกัญชา
เมล็ดพันธุ์
น้ำสะอาด
กล่องทึบแสงหรือกล่องสูญญากาศ
ทิชชู่
วิธีการเพาะเมล็ดกัญชาบนทิชชู่
ขั้นตอนแรก : นำทิชชู่สองถึงสามแผ่นมาวางไว้บนภาชนะเช่น กล่องข้าว กล่องทึบแสง จานหรือถาด
ขั้นตอนที่สอง : พรมน้ำให้มีความชุ่มชื้นบนทิชชู่ จากนั้นนำเมล็ดที่ผ่านการแช่น้ำมาแล้ว วางบนทิชชู่
ขั้นตอนที่สาม : นำทิชชู่แผ่นใหม่มาประกบเพื่อปิดเมล็ดเอาไว้
ขั้นตอนที่สี่ : พรมน้ำอีกครั้งให้พอเหมาะบนกระดาษทิชชู่ ซึ่งจะต้องไม่มีความแฉะมากเกินไป
ขั้นตอนที่ห้า : ทำการปิดฝาให้เรียบร้อยเพื่อที่จะป้องกันแมลงหรือสิ่งแปลกปลอม
ขั้นตอนสุดท้าย : นำภาชนะที่ใส่การเพาะเมล็ดกัญชา ไปไว้ในที่มืด รอสักประมาณ 2-3 วัน เพื่อสังเกตการงอกของราก
หลังจากการเพาะเมล็ดกัญชาผ่านไปได้ประมาณ 2-3 วันแล้ว ให้ผู้ปลูกลองสังเกตดูว่าเมล็ดกัญชามีรากงอกออกมาหรือไม่ ถ้าเริ่มมีรากงอกออกมาแล้วก็ให้ดูแลต่อด้วยการพรมน้ำให้ทิชชู่มีความชุ่มชื้นต่อไป จนกว่ารากจะงอกออกมาได้ประมาณ 1 ซม. หรือรากเริ่มมีขนรอบๆ ก็แสดงว่าต้นอ่อนนั้นพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปแล้ว

นำต้นอ่อนลงกระถาง
การนำต้นอ่อนลงกระถาง หรือหลังจากการเพาะเมล็ดกัญชาแล้วเมล็ดเริ่มมีรากงอกได้ประมาณ 1 ซม. ก็จะสามารถเริ่มทำการย้ายต้นอ่อนลงกระถางได้เพื่อเข้าสู่ระยะการอนุบาลต้นกล้าเป็นลำดับต่อไป

วัสดุอุปกรณ์ในการนำลงกระถาง
เมล็ดของต้นกัญชาที่มีรากงอกได้ประมาณ 1 ซม.
กระถางปลูกต้นไม้ขนาด 6-8 นิ้ว ซึ่งกระถางนั้นมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นกัญชาโดยตรง หากเราใช้กระถางเล็กเกินไปก็จะทำให้ต้นอ่อนเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ทำให้ต้องย้ายกระถางบ่อยๆ ซึ่งการย้ายกระถางแต่ละครั้งนั้นมีความเสี่ยงที่เราจะทำความเสียหายให้กับต้นกัญชาโดยเฉพาะช่วงอนุบาลต้นกล้าที่ต้นกัญชานั้นมีความบอบบางเป็นพิเศษ ดังนั้นเราจึงควรเลือกขนาดกระถางให้เหมาะสมกับแต่ช่วงวัยของต้นกัญชา
ดินปลูก ที่มีส่วนผสมของพีทมอส, เวอร์มิคูลไลท์ และเพอร์ไลท์
ปุ๋ยมูลสัตว์ หรือปุ๋ยมูลไส้เดือน
โดยวิธีการและขั้นตอนในการนำต้นอ่อนลงกระถางคือ
ขั้นตอนแรก เตรียมดินปลูกโดยผสมพีทมอส, เวอร์มิคูลไลท์ และเพอร์ไลท์ในอัตราส่วนตามที่ต้องการ ส่วนมากจะใช้อัตราส่วน 80% 10% 10% ตามลำดับ
ขั้นตอนที่สอง ใช้มือหยิบเมล็ดกัญชาที่มีรากงอกแล้วออกจากกระดาษทิชชู่ด้วยความระมัดระวัง อย่าให้รากขาดออกจากเมล็ด
ขั้นตอนที่สาม ใช้นิ้วจิ้มลงไปในดินให้เป็นหลุมที่มีความลึกประมาณ 1-1.5 ข้อนิ้ว จากนั้นทำการวางเมล็ดกัญชาลงไปในหลุม แล้วทำการกลบหน้าดินเบาๆ ไม่ควรกดหรือกลบหน้าดินรุนแรงเกินไป เพราะจะทำให้ดินแน่นส่งผลให้รากไม่สามารถเจริญเติบโตได้
ขั้นตอนที่สี่ รดน้ำให้ดินพอมีความชุ่มชื้น ไม่ควรรดให้เปียกหรือแฉะจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้รากเน่าได้
เมื่อผ่านไปประมาณ 5-7 วัน ให้สังเกตว่า มีลำต้นและใบโผล่พ้นขึ้นมาเหนือดินหรือยัง เมื่อลำต้นและใบโผล่พ้นขึ้นมาแล้ว ผู้ปลูกสามารถให้ปุ๋ยและดูแลต่อไปได้ ต้นกัญชาก็จะเข้าสู่ระยะทำใบไปเป็นลำดับต่อไป
ในกรณีที่ผู้ปลูกต้องการปลูกกัญชาแบบกลางแจ้ง (Outdoor) เมื่อต้นกล้ามีการเจริญเติบโตได้ระยะหนึ่ง ผู้ปลูกสามารถนำต้นกล้าที่ปลูกในกระถาง ย้ายไปลงในแปลงเพาะปลูกได้ เพื่อให้ต้นกัญชาเจริญเติบโตอย่างเต็มประสิทธิภาพ และง่ายต่อการดูแลและใส่ปุ๋ย หรือผู้ปลูกที่ต้องการปลูกแบบในร่ม (Indoor) เมื่อต้นกัญชามีขนาดใหญ่กว่ากระถาง หรือรากงอกเลยออกมาจากก้นกระถางก็ควรที่ต้องต้องมีขั้นตอนย้ายต้นกัญชาไปยังกระถางที่มีขนาดใหญ่กว่า เพื่อให้ต้นกัญชาสามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน

การลงแปลงเพาะปลูก หรือการย้ายกระถาง
เมื่อต้นกัญชามีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น จำเป็นจะต้องมีการนำลงแปลงเพาะปลูกในกรณีที่ปลูกแบบกลางแจ้ง หรือย้ายกระถางในกรณีที่ปลูกแบบในร่ม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเจริญเติบโต โดยการจะนำต้นกัญชาลงแปลงเพาะปลูกหรือย้ายกระถางควรต้องพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้

ต้นกัญชาจะต้องมีความสมบูรณ์และมีความสูงพอเหมาะ
ต้นกัญชาเริ่มมีขนาดใหญ่กว่ากระถาง หรือรากงอกเลยออกมาจากก้นกระถาง ก็สามารถนำไปลงแปลงเพาะปลูกหรือย้ายกระถางได้เลย
รากของต้นกัญชาจะต้องมีปริมาณรากฝอยที่มากพอ หากรากฝอยมีจำนวนน้อย จะส่งผลกระทบทำให้ลำต้นเหี่ยวเฉาได้ง่ายและนำไปสู่การสูญเสียต้นกัญชา
ต้นกัญชาเริ่มมีใบแท้ 4-5 คู่ ก็ควรทำการย้ายไปลงแปลงเพาะปลูก หรือย้ายกระถางได้
ผู้ปลูกจะต้องหมั่นสังเกตขนาดของต้นกัญชาเป็นประจำ เพื่อที่จะได้นำไปลงแปลงเพาะปลูกหรือย้ายกระถางได้ทันตามช่วงเวลาที่ถูกต้อง และเหมาะสมตามฤดูกาลจะทำให้ต้นกัญชาสามารถเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ ในพื้นที่แปลงปลูกอันกว้าง หรือกระถางที่เหมาะสม

ปลูกกัญชาที่ไหนดี
เลือกปลูกกัญชาที่ไหน ผลผลิตดีเยี่ยม
การปลูกกัญชาในแต่ละแบบไม่ว่าจะปลูกในที่ร่มหรือกลางแจ้งนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของเมล็ดพันธุ์ที่เลือกใช้ (Auto/Photo) รวมไปถึงความต้องการ ความสะดวก และจุดประสงค์ของผู้ปลูก แต่ผู้ปลูกจะต้องมีความเอาใจใส่ในขั้นตอนกระบวนการปลูก ตั้งแต่วิธีเพาะเมล็ดกัญชา ไปจนถึงมีความเอาใจใส่ในการดูแลต้นกัญชาเป็นอย่างดี

ซึ่งการปลูกกัญชาทั้ง 2 แบบมีลักษณะ และข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนี้

การปลูกกัญชากลางแจ้ง (Outdoor)
เป็นการปลูกกัญชาโดยอาศัยแสงแดด อุณหภูมิ และสภาพอากาศจากธรรมชาติ ดังนั้นการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตจึงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ต้นกัญชานั้นเจริญเติบโตมา

การปลูกกัญชากลางแจ้งมีข้อดี คือ
ประหยัดค่าใช้จ่ายในการปลูก เนื่องจากไม่ต้องใช้เงินลงทุนกับอุปกรณ์ปลูกมากมาย
สามารถเห็นการเจริญเติบโตของต้นกัญชาอย่างเต็มที่และชัดเจน
มีวิธีขั้นตอนในการปลูกที่ไม่ยุ่งยาก ดูแลต้นกัญชาได้ง่าย
ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมายในการปลูก เช่นเต้นท์ปลูก หรือหลอดไฟ
ประหยัดค่าไฟ เนื่องจากใช้แสงจากธรรมชาติ
เหมาะสำหรับเมล็ดพันธุ์ Auto เพราะสามารถให้ได้ผลผลิตเยอะกว่า และการดูแลที่น้อยกว่า
การปลูกกัญชากลางแจ้งมีข้อเสีย คือ
มีความเสี่ยงในเรื่องสภาพอากาศ หรือลมพายุที่ส่งผลกระทบต่อต้นกัญชา
ไม่สามารถควบคุมความชื้นได้
อาจจะมีปัญหาในเรื่องแมลง ศัตรูพืชมารบกวน ส่งผลให้ต้นกัญชาเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หรือเกิดความเสียหายได้
หากปลูกด้วยเมล็ด Photo อาจจะต้องปลูกตามฤดูกาลเนื่องจากใช้แสงแดดจากธรรมชาติ เพราะเมล็ดพันธุ์ Photo นั้นมีชั่วโมงแสงที่ต้องการแตกต่างกันไปในช่วงทำดอก
การปลูกกัญชาในที่ร่ม (Indoor)
เป็นการปลูกกัญชาในสถานที่ปิด วิธีนี้ทำให้ผู้ปลูกสามารถควบคุมปัจจัย และสภาพแวดล้อมในการเจริญเติบโตได้ ดังนั้นต้นกัญชาก็จะเจริญเติบโต และออกผลผลิตตามสภาพแวดล้อมที่ผู้ปลูกนั้นเป็นคนกำหนด

การปลูกกัญชาในที่ร่มมีข้อดี คือ
ทำให้ผู้ปลูกสามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นได้ตั้งแต่การเพาะเมล็ดกัญชา ไปจนถึงการออกผลผลิต ส่งผลให้สามารถควบคุมคุณภาพของกัญชาได้ตั้งแต่ต้นทาง
ไม่มีปัญหาในเรื่องแมลง และศัตรูพืช
ไม่มีความเสี่ยงในเรื่องสภาพอากาศ
ควบคุมจำนวนชั่วโมงการรับแสงได้
ปลูกได้หลายครั้งต่อปี
เหมาะสำหรับเมล็ดพันธุ์ทั้ง Photo ที่ต้องการจำนวนชั่วโมงในรับแสงแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย และเมล็ดพันธุ์ Auto เพราะผู้ปลูกสามารถควบคุมปริมาณแสงได้
การปลูกกัญชาในที่ร่มมีข้อเสีย คือ
ต้องการการเอาใจใส่เป็นอย่างมากตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะเมล็ดกัญชา ไปจนถึงช่วงออกผลผลิต
ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อื่นๆ เป็นจำนวนมาก เช่น เต้นท์ปลูก โรงเรือน หลอดไฟ ระบบการให้น้ำและปุ๋ย เป็นต้น
ใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการเริ่มต้น
ใช้ทรัพยากรด้านไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ทำให้เปลืองค่าไฟได้
การปลูกกัญชากลางแจ้งหรือปลูกในที่ร่มย่อมมีทั้งผลดีและผลเสียที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นผู้ปลูกจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีหรือละเอียดเพื่อที่จะได้รับผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันประเทศไทยสามารถปลูกกัญชาในครัวเรือน ได้ครัวเรือนละ 15 ต้น ทำให้กัญชากลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่ได้รับความนิยมในการปลูกมากขึ้น ซึ่งหากใครหลายๆ คนกำลังมองหาวิธีเพาะเมล็ดกัญชา หรืออยากรู้วิธีเพาะเมล็ดกัญชา ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเพาะเมล็ดกัญชาในทิชชู่นั่นเอง โดยหลังจากรากงอกแล้ว ก็สามารถค่อยๆ ย้ายมาลงกระถางเพื่อที่จะอนุบาลต้นอ่อน และเมื่อต้นแข็งแรงดีแล้วจึงค่อยนำมาลงดิน หรือย้ายไปยังกระถางที่ใหญ่ขึ้น ตามสภาพแวดล้อมในการปลูกเป็นลำดับต่อไป เพื่อที่จะทำให้ต้นกัญชาเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และมีศักยภาพในการให้ผลผลิตที่มีคุณภาพกับผู้ปลูก

ขอบคุณแหล่งที่มา
https://fourtwenty.ltd/blog/how-to-grow-marijuana/

อะไรคือความแตกต่างระหว่างจีโนไทป์และฟีโนไทป์จีโนไทป์และฟีโนไทป์เป็นคำศัพท์ที่ใช้อธิบายความแตกต่างระหว่างพันธุ์ แต่คุณรู้...
24/07/2023

อะไรคือความแตกต่างระหว่างจีโนไทป์และฟีโนไทป์

จีโนไทป์และฟีโนไทป์เป็นคำศัพท์ที่ใช้อธิบายความแตกต่างระหว่างพันธุ์ แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันหมายถึงอะไร

ฟีโนไทป์และจีโนไทป์ไม่ได้เป็นเอกสิทธิ์ของกัญชา แต่ถูกใช้กันทั่วไปในตลาดกัญชามาระยะหนึ่งแล้วแม้ว่าคุณจะพบคำศัพท์เหล่านี้ในพจนานุกรม แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการทำความเข้าใจความหมายเมื่อกล่าวถึงพืชกัญชา

เมื่อพูดเกี่ยวกับพืชกัญชาจีโนไทป์หมายถึงรหัสพันธุกรรมที่ดำเนินการในช่วงของความเป็นไปได้ในขณะที่ฟีโนไทป์คือการแสดงออกของยีนที่เมื่อสัมผัสกับสภาพแวดล้อมบางอย่าง

1. Indica, Sativa, Ruderalis และHybrids
ก่อนที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคำศัพท์เหล่านี้ในโลกของกัญชาเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของสายพันธุ์กัญชา ดังที่คุณทราบแล้วกัญชามีอายุย้อนกลับไปอย่างน้อย3000 ปีดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะทราบว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใด

ในตอนนั้นมีพื้นดินที่วิวัฒนาการตามธรรมชาติเป็นเวลาหลายพันปีและมีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง Indica, Sativa และ Ruderalis ซึ่งมีรูปร่างตามสภาพแวดล้อม

ดังนั้นเนื่องจากทั้งสองสายพันธุ์นี้เติบโตและพัฒนาในสภาวะที่แตกต่างกันIndicasมักจะสั้นกว่าด้วยใบที่กว้างกว่าและใช้เวลาในการเติบโตน้อยกว่าSativasจึงสูงกว่าด้วยใบที่บางกว่าและใช้เวลานานกว่าในการเติบโตและRuderalisเติบโตประมาณ 50 ซม. จึงอุดมไปด้วย CBD และ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัฏจักรแสงเพื่อกระตุ้นการออกดอก
ข้างหน้าอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี 1980, การปรับปรุงพันธุ์และการเจริญเติบโตในร่มกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นและลูกผสมที่ถูกสร้างขึ้น (ซึ่งเป็นส่วนผสมของ Indica และ Sativa พันธุศาสตร์) และเนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกปลูกที่แตกต่างกันอุณหภูมิ , ความชื้นระดับแสงที่ติดตั้งและสารอาหารที่เกษตรกรผู้ปลูกตระหนักถึงเร็ว ๆ นี้ ปัจจัยภายนอกทั้งหมดแม้กระทั่งปัจจัยเล็กน้อยเช่นมุมของแสงอาจส่งผลกระทบต่อพืชโดยแสดงลักษณะที่แตกต่างกันแม้ว่าจะมาจากต้นแม่และพ่อเดียวกันก็ตาม

2. จีโนไทป์และฟีโนไทป์คืออะไร?
พืชกัญชาทั้งหมดมีรหัสพันธุกรรมเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ รหัสพันธุกรรมนี้เรียกว่าจีโนไทป์และหมายถึงศักยภาพของพืชซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่พันธุ์บางชนิดสามารถแสดงออกได้เมื่อเติบโต

ตอนนี้ฟีโนไทป์เป็นลักษณะที่มองเห็นได้ซึ่งสภาพแวดล้อมการเจริญเติบโตเฉพาะ (ทั้งในร่มหรือกลางแจ้ง ) นำออกมาในช่วงวงจรชีวิตของพืชกัญชาลักษณะเหล่านี้

อโรมา -ความยาวของวงจรชีวิต
รส -ต้านทานต่อศัตรูพืชและเชื้อรา
ผลกระทบ -โครงสร้าง
ผลตอบแทน -การกลายพันธุ์ความผิดปกติและกระเทย
สี -ทนต่อสภาพอากาศเลวร้าย

3. Phenohunting
ฟีโนไทป์คือการล่าสัตว์หรือค้นหาฟีโนไทป์ที่ดีที่สุดตอนนี้ฟีโนไทป์ที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกำลังมองหาและวัตถุประสงค์ของคุณไม่ว่าจะเป็นการผลิตเมล็ดพันธุ์หรือการปลูกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการบริโภคของคุณเอง

เมื่อตัดสินใจที่จะปลูกสายพันธุ์ใหม่คุณจะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ 1 ห่อและเป็นไปได้ที่เมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดจะเป็นฟีโนไทป์ที่แตกต่างกันดังนั้นคุณจะต้องปลูกและติดฉลากเพื่อระบุได้ง่ายตามความคืบหน้าและจดบันทึกจนกว่าคุณจะแยกตัวผู้ออกจากตัวเมียได้

หลังจากปลูกเมล็ดทั้งหมดแล้วคุณจะได้พืชที่แตกต่างกันเล็กน้อยและคุณจะเลือกเมล็ดที่คุณชื่นชอบไม่ว่าจะด้วยกลิ่นรสผลหรือลักษณะใด ๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

ตอนนี้ฟีโนไทป์ไม่จำเป็นต้องยากอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการหากคุณเป็นผู้เพาะพันธุ์และวางแผนที่จะขายเมล็ดพันธุ์คุณจะต้องเลือกฟีโนไทป์หนึ่งหรือสองชนิดจากพืชหลายร้อยหรือหลายพันชนิด แต่ถ้าคุณเป็นผู้ปลูกบ้านกระบวนการนี้สามารถลดลงได้และดำเนินการกับ10-20 พืช

ไม่สำคัญว่าคุณจะเติบโต 10 หรือ 1,000 กระบวนการก็เหมือนกันและคุณจะต้องดำเนินการต่อไปจนกว่าคุณจะพบฟีโนไทป์ที่คุณกำลังมองหา

โคลนนิ่ง
การโคลนนิ่งมักเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นหลังจากพบฟีโนไทป์ที่คุณกำลังมองหาซึ่งประกอบด้วยการคัดลอกยีนของพืชชนิดใดชนิดหนึ่งและโดยพื้นฐานแล้วมันเป็นวิธีเดียวที่จะได้พืชที่เหมือนกันตอนนี้การโคลนนิ่งสามารถทำได้โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือเพียง รับการตัดจากพืชเฉพาะ

วิธีนี้ใช้โดยผู้ปลูกที่ได้คัดเลือกฟีโนไทป์ที่ดีไว้แล้วและต้องการปลูกต่อไปโดยเฉพาะฟีโนไทป์นั้น ๆ หรือโดยผู้ปลูกเชิงพาณิชย์ที่ต้องการปลูกดอกไม้พิเศษที่ลูกค้าชื่นชอบต่อไป

โปรดทราบว่าการโคลนนิ่งจะทำให้ได้พืชที่เหมือนกันหากปลูกในสภาพเดียวกันดังที่กล่าวไว้ข้างต้นฟีโนไทป์ที่แสดงออกมานั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมดังนั้นหากคุณเลือกฟีโนไทป์ให้ทำการโคลนและทำการเพาะปลูกในสภาวะที่แตกต่างกัน เป็นไปได้มากว่าคุณจะลงเอยด้วยพืชที่แตกต่างกันเล็กน้อย

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการแสดงออกของฟีโนไทป์ ได้แก่ :

สเปกตรัมของแสง -ความชื้น
แหล่งกำเนิดแสง (แสงแดด LED หรือหลอดไฟ) -ปานกลาง
อุณหภูมิ -สารอาหาร
ระดับ PH -ออกซิเจนและ CO2

6. การระบุฟีโนไทป์ที่แตกต่างกัน
เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพว่าฟีโนไทป์ที่แตกต่างกันเหล่านี้แสดงออกอย่างไรต่อไปนี้เป็นภาพถ่ายสองสามภาพของGorilla Glue Autoของเราโดยผู้ปลูกที่แตกต่างกัน

โปรดทราบว่านี่ไม่ได้หมายความว่าผู้ปลูกหรือพืชชนิดหนึ่งจะดีกว่าอีกต้นหนึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงลักษณะที่แตกต่างกันที่สายพันธุ์สามารถแสดงออกได้เมื่อปลูกในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันดังนั้นพืชจะมีลักษณะคล้ายกัน แต่อาจแตกต่างกันเล็กน้อย

ขอบคุณแหล่งที่มา
https://home420-th.com/site/blog/genotype-and-phenotype/

ที่อยู่

2/384 หมู่4 ตำบลทุ่งกง อำเภอกาญจนดิษฐ์
Surat Thani
84160

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30
เสาร์ 08:30 - 17:30
อาทิตย์ 08:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KDSriwichai Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง KDSriwichai Center:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ประเภท