03/04/2026
ทำไมผมต้องอ่านงานวิจัยทุกวัน
30 ปีที่ผ่านมา การรักษาและป้องกันสโตรคเปลี่ยนไปแค่ไหน
ผมได้เขียนเรื่องนี้ เพื่อบรรยายในงานประชุมโรคหลอดเลือดสมองภาคใต้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ จะนำมาเล่าให้ทุกท่านฟัง
ก่อนปี 1995 ผู้ป่วยสโตรคถูกส่งมาห้องฉุกเฉินแล้วก็นอนรอ ไม่มีใครเร่งทำ CT สมอง เพราะไม่ว่าจะเป็นเลือดออกหรือเส้นเลือดตีบ ก็ไม่มียาอะไรให้ใช้อยู่ดี หมอในยุคนั้นได้แต่ให้น้ำเกลือ วัดความดัน แล้วก็รอดูว่าธรรมชาติจะเป็นใจหรือไม่ .....
นั่นคือเมื่อ 30 ปีที่แล้วครับ
วันที่ 14 ธันวาคม 1995 ผู้วิจัยยืนขึ้นพูดกับสื่อมวลชนว่า จนถึงวันนี้ สโตรคเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ แล้วก็ประกาศผลวิจัยที่พลิกประวัติศาสตร์ของวงการประสาทวิทยาไปตลอดกาลครับ ว่ายาละลายลิ่มเลือด alteplase (tPA) สามารถรักษาผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบเฉียบพลันได้ ถ้าให้ทันภายใน 3 ชั่วโมงครับ
ลองดูว่าตั้งแต่นั้นมา สิ่งที่เราเรียกว่าความรู้ปัจจุบัน เปลี่ยนไปกี่ครั้ง
ปี 1995 ยาละลายลิ่มเลือด alteplase ได้รับการพิสูจน์ว่าใช้ได้ในสโตรคเฉียบพลัน ถ้าให้ภายใน 3 ชั่วโมง เปลี่ยนจาก ทำอะไรไม่ได้ เป็น มียาให้ แต่หน้าต่างเวลาแคบมากครับ
ปี 2008 งานวิจัย ECASS III พิสูจน์ว่าขยายเวลาให้ยาได้ถึง 4.5 ชั่วโมง คนไข้ที่เคยมาช้าไป 10 นาทีแล้วหมดสิทธิ์ ตอนนี้ได้รับการรักษาแล้วครับ
ปี 2015 งานวิจัย MR CLEAN, ESCAPE, EXTEND-IA, SWIFT PRIME และ REVASCAT ตีพิมพ์ออกมาเกือบพร้อมกัน พิสูจน์ว่าการลากลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดสมองด้วยสายสวน (mechanical thrombectomy) ได้ผลดีเยี่ยมในคนไข้ที่หลอดเลือดสมองเส้นใหญ่อุดตัน ก่อนหน้านี้มีงานวิจัย 3 โครงการในปี 2013 ที่ล้มเหลว (IMS III, SYNTHESIS, MR RESCUE) จนหลายคนเกือบยอมแพ้ แต่ปัญหาอยู่ที่เทคโนโลยีและการคัดเลือกผู้ป่วยครับ
ปี 2018 มีงานวิจัยชื่อ DAWN และ DEFUSE 3 trial ขยายกรอบเวลาการลากลิ่มเลือดจาก 6 ชั่วโมงเป็น 24 ชั่วโมง โดยใช้ภาพถ่ายสมองขั้นสูงคัดเลือกผู้ป่วยที่ยังมีเนื้อสมองที่กู้ได้ คนไข้ที่ตื่นนอนมาแล้วพบว่าเป็นสโตรค ซึ่งเมื่อก่อนทำอะไรไม่ได้เลย ตอนนี้ได้รับการรักษาแล้วครับ
ปี 2022-2024 ยาละลายลิ่มเลือดรุ่นใหม่ tenecteplase ถูกพิสูจน์จาก AcT trial, TRACE-III และงานวิจัยอื่นๆ ว่าใช้แทน alteplase ได้ ข้อดีคือฉีดครั้งเดียวจบ ไม่ต้องหยดนาน 1 ชั่วโมง ทำให้ขั้นตอนเร็วขึ้น เหมาะกับการส่งต่อไปทำ thrombectomy และ TRACE-III ยังขยายเวลาให้ยาได้ถึง 24 ชั่วโมงในผู้ป่วยที่มีเนื้อสมองที่กู้ได้จากภาพสแกน แนวทางเวชปฏิบัติล่าสุดของยุโรปและอเมริกา ให้คำแนะนำ tenecteplase เทียบเท่า alteplase แล้วครับ
ไม่ใช่แค่การรักษาเฉียบพลันที่เปลี่ยน การป้องกันสโตรคซ้ำ (secondary prevention) ก็เปลี่ยนไปมากครับ
ยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่ม DOAC (เช่น rivaroxaban, apixaban, dabigatran, edoxaban) เข้ามาแทนที่ warfarin ในการป้องกันสโตรคจากหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ไม่ต้องเจาะเลือดวัดค่า INR ทุกเดือน ปลอดภัยกว่า สะดวกกว่ามาก ๆ
เป้าหมาย ไขมันเลว หรือ LDL เปลี่ยนจาก < 100 mg/dL ก็พอ เป็น < 70 mg/dL หรือแม้แต่ < 55 mg/dL ในคนไข้ที่เสี่ยงสูงมาก จากงานวิจัย TST trial ที่ตีพิมพ์ใน NEJM ยาลดไขมันก็มีตัวเลือกใหม่ ทั้ง ezetimibe และยากลุ่ม PCSK9 inhibitor ที่ลด LDL ได้ลึกลงไปอีกครับ
ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonist อย่าง semaglutide ถูกแนะนำใน AHA/ASA 2024 Guideline เป็นยาป้องกันสโตรค ระดับ Class I (แนะนำอย่างยิ่ง) ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูง ลดสโตรคได้ 25-27%
และล่าสุด colchicine ซึ่งเป็นยาแก้เกาต์เก่าแก่ ก็ถูกเพิ่มเข้ามาใน guideline 2024 สำหรับลดการอักเสบในหลอดเลือด ใครจะไปคิดว่ายาเกาต์จะมาป้องกันสโตรคได้นะครับ (แต่ต้องใช้ตามความเห็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะครับ อย่ากินเอง)
ถ้าสมมติ ผมหยุดอ่านงานวิจัยตั้งแต่ปี 2010 ผมจะไม่รู้เรื่อง thrombectomy 24 ชั่วโมง ไม่รู้เรื่องยา tenecteplase ไม่รู้ว่าเป้าหมาย LDL เปลี่ยนไปแล้ว ไม่รู้ว่า semaglutide ป้องกันสโตรคได้ ไม่รู้ว่า colchicine เข้าแนวทางเวชปฏิบัติของอเมริกาแล้ว ความรู้เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในตำราเรียนสมัยที่เราเป็นนักศึกษาแพทย์ เพราะตอนนั้นงานวิจัยเหล่านี้ยังไม่ได้ทำครับ
ในวงการสโตรค สิ่งที่เราถือว่าถูกต้อง ในปีนี้ อาจถูกเปลี่ยนในปีหน้า สิ่งที่เราเชื่อว่าทำไม่ได้ อาจกลายเป็นมาตรฐาน ภายใน 5 ปีครับ ถ้าย้อนไปอ่านข้อความข้างบนจะเห็นว่า ทุกๆ 3-5 ปี มีงานวิจัยที่พลิกการปฏิบัติไปอย่างสิ้นเชิงนะครับ
ผมจึงอ่านงานวิจัยใหม่ ๆ ทุกวัน และอัพเดทความรู้ตลอดเวลา ไม่ทำไม่ได้ครับ คนไข้ทุกคนที่เดินเข้ามาในห้องตรวจ .... สมควรได้รับการดูแลตามมาตรฐานล่าสุดที่ดีที่สุด ตามมาตรฐานยุโรปและอเมริกาในปัจจุบัน ไม่ใช่มาตรฐานเมื่อ 10 ปีก่อนนะครับ
----------------------------------
หมอเฉพาะทางประจำคลินิกสมองและระบบประสาท
🧠นพ. วรวิทย์ สุขภาคกิจ
🪪 วุฒิบัตรสาขาประสาทวิทยา รามาธิบดี
🪪 ประกาศนียบัตร อนุสาขาประสาทวิทยาโรคหลอดเลือดสมองและการตรวจหลอดเลือดสมอง ฯ รามาธิบดี
🪪 Registered Physician in Neurovascular Interpretation, American Society of Neuroimaging
🩺 ตรวจหลอดเลือดสมองด้วยดูเพล็กซ์แสกนและดอปเพลอร์สแกนผ่านกะโหลกศีรษะ
🩺ตรวจรักษา อัมพฤกษ์ อัมพาต ชา อ่อนแรง เวียนหัว ทรงตัวไม่ดี ปวดหัว ไมเกรน ความจำ สมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง ประเมินความเสี่ยงและป้องกัน ไขมันเกาะหลอดเลือด หลอดเลือดตีบ ตัน ไขมันสูง ความดันสูง หลอดเลือดแข็ง ตรวจและแปลผลหลอดเลือดสมอง ลมชัก พาร์กินสัน มือสั่น
หมอเฉพาะทางประจำคลินิกผิวหนัง
🌷 พญ. ศศิพิมพ์ ไชยจรัส
🪪 วุฒิบัตรสาขาตจวิทยา รามาธิบดี
🪪 Fellowship training in dermatologic surgery and laser, Ramathibodi Hospital
🩺ตรวจรักษา สิว ฝ้า โรคผิวหนัง ผื่นคัน ภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ สะเก็ดเงิน ผมร่วง ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอื่น ๆ
📞ติดต่อสอบถามบริการ หรือ ทำนัดหมาย โทร 082-425-3604 (เฉพาะเวลาทำการ)