30/10/2025
ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the knee) เป็นอีกโรคที่มาพร้อมกับสังคมผู้สูงวัย วันนี้เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันแล้วจะได้ดูแลตัวเองและคนรอบตัวได้ถูกต้อง
🏃🏻➡️สังคมไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว ค่าเฉลี่ยอายุขัยของประชากรมีแนวโน้มมากขึ้น อุบัติการณ์ของโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ🧍🏼🧍🏼🧍🏼
👉เวลาเกิดข้อเข่าเสื่อมจริง ๆ แล้ว ส่วนที่เสื่อมก็คือ "กระดูกอ่อนผิวข้อ" นี่ล่ะที่เสื่อมไป เมื่อเราอายุมากขึ้น ข้อเข่าผ่านการใช้งานนาน ๆ ทั้งการเดิน การขยับงอเหยียด มีแรงกระแทกลงข้อเข่าซ้ำ ๆ ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงภายในกระดูกอ่อนผิวข้อเองที่ความยืดหยุ่นลดลง ทำให้เกิดการแตกสลายหลุดลอกออกของกระดูกอ่อนผิวข้อ 👈
👉เมื่อกระดูกอ่อนผิวข้อหลุดออกไป ชั้นใต้กระดูกอ่อนผิวข้อซึ่งเป็นกระดูกทั่วไปที่มีความแข็ง สาก ไม่ยืดหยุ่น ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับการเคลื่อนไหว เมื่อเกิดการเดิน ขยับ งอเหยียด กระดูกแข็งตรงนี้ก็จะมาเสียดสีกันทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเกิดการอักเสบบวมเปรียบเสมือนข้อต่อเครื่องยนต์ที่ไม่มีน้ำมันหล่อลื่น👈
🤦🏻ปัจจัยเสี่ยงของข้อเข่าเสื่อมแบ่งได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ
1.แบบที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ เช่น อายุที่มากขึ้น เพศหญิง พันธุกรรม
2. แบบที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น การเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกผิวข้อบาดเจ็บ อาชีพที่ต้องใช้งาน งอเข่าซ้ำ ๆ น้ำหนักตัวที่มาก กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง และกลุ่มโรคความดันสูง ไขมันสูง เบาหวาน
🧜🏼อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมมีได้หลายรูปแบบตามระดับความรุนแรงและพยาธิสภาพที่เกิดขึ้น อาการหลัก ๆ ที่ทำให้มาพบแพทย์แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่
1.อาการปวด (Pain) ลักษณะอาการปวดจะเป็นอาการปวดเรื้อรัง ตรงบริเวณข้อเข่า สัมพันธ์กับการเดิน การใช้งาน ถ้านั่งเฉยๆก็จะไม่ปวด อาจจะมีเสียงกรอบแกรบร่วมด้วยเวลาขยับซึ่งเกิดจากการที่กระดูกแข็งมากระทบเสียดสีกัน ยิ่งอาการข้อเสื่อมเป็นรุนแรงขึ้น อาการปวดก็จะยิ่งมากขึ้น
2.ใช้งานไม่ได้ (Dysfunction) เดินแล้วเจ็บ หรือเมื่อนั่งนานๆพอลุกแล้วจะเดินทันทีเลยไม่ได้ ต้องค่อยๆตั้งหลักก่อนจึงจะเดินต่อได้
3.ความผิดรูป (Deformity) ในกรณีที่เป็นรุนแรงมากจนกระดูกอ่อนผิวข้อหายไปหมด เมื่อกระดูกแข็งเสียดสีกันซ้ำนาน ๆ ไป ก็จะทำให้เกิดกระดูกงอก รวมถึงกระดูกบางจุดมีการทรุดตัวลง ทำให้เกิดความผิดรูป ซึ่งมีได้หลายแบบเช่น เข่าโก่ง เข่าฉิ่ง เข่าแอ่น เข่าเหยียดได้ไม่สุด เป็นต้น
👼🏻การรักษาข้อเข่าเสื่อม👼🏻
โดยปกติแนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของภาวะข้อเสื่อม โดยจะเริ่มต้นจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนซึ่งได้แก่ การให้ความรู้ ลดน้ำหนัก บริหารกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง และกินยาลดการอักเสบแก้ปวด รวมถึงการกายภาพลดปวดตามอาการ ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยในการดูแลตัวเอง
และสุดท้ายถ้าผู้ป่วยที่ข้อเสื่อมมีระดับความรุนแรงมากแล้วการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักจะไม่ได้ผล จึงแนะนำรักษาโดยการผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยหายปวดปรับแนวข้อเข่าให้ปกติทำให้เดินและใช้งานได้ดีขึ้นช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
Ep ต่อไป เรามาดูท่าบริหารที่ลดอาการปวดในคนที่ข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นกันนะคะ
ใส่ใจดูแลสุขภาพกันตั้งแต่วันนี้ ลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อ ลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดข้อเข่าเสื่อมกันนะคะ
ด้วยความปรารถนาดี จากคลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา 0825366352
#กายภาพบำบัดในตรัง #คลินิกกายภาพบำบัดตรัง #รักษาอาการปวดด้วยกายภาพบำบัดตรัง