16/12/2025
บทบาทของยาแก้แพ้ 💊ในการลดปวดกระดูก🦴
ที่เป็นผลข้างเคียงจากยา G-CSF💉
🌚🌝วันก่อนแอดมินได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนเภสัชที่ทำงานที่ รพ.มะเร็ง ได้ความรู้ใหม่ที่น่าสนใจเลยอยากมาแลกเปลี่ยนกับลูกเพจ “เรื่องการใช้ยา Loratadine ในการลดอาการปวดกระดูก (Bone pain) ที่เป็นผลข้างเคียงจากการได้รับยา G-CSF เช่น Filgrastrim, Pegfilgrastim 💉”
Febrile neutropenia เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีไข้ ร่วมกับมีเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลต่ำ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด เพราะเม็ดเลือดขาวต่ำทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย🦠
💉การให้ยา G-CSF (Granulocyte-Colony Stimulating Factor) ในภาวะ Febrile Neutropenia เป็นการใช้เพื่อป้องกันและกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลหลังการให้เคมีบำบัด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง (มากกว่า 20%) เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและอัตราการเสียชีวิต มักเริ่มให้ยาอย่างน้อย 24 ชม.หลังจากผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด ตัวอย่าง G-CSF เช่น Filgrastim, Pegfilgrastim และ Lenograstim
🦴😖ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ได้แก่ 🔺🔺อาการปวดกระดูกหรือกล้ามเนื้อ อุบัติการณ์ของอาการปวดกระดูกที่สัมพันธ์กับ filgrastim และ pegfilgrastim อยู่ที่ร้อยละ 24 และ 31 🔺🔺ตามลำดับ
-อาการปวดกระดูกพบได้บ่อยกว่าในผู้ป่วยอายุ < 65 ปีที่ได้รับเคมีบำบัดกลุ่ม taxane และมักพบมากหลังการให้เคมีบำบัดรอบแรก และจะลดลงในรอบถัด ๆ ไป
-โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดกระดูก ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง (ระดับ 1 หรือ 2) ภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับ G-CSF อาการปวดจะรุนแรงสูงสุดประมาณวันที่ 5 และมักจะกลับสู่ระดับปกติภายใน 1 สัปดาห์
📌นอกจากนี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดความเหนื่อยล้า อาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดศีรษะ ไอ อาการปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีดยา รอยฟกช้ำหรือเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ (รวมถึงเลือดกำเดาไหล) ผมบางหรือผมร่วง
👉🏻สาเหตุของอาการปวดกระดูก (Bone Pain Etiology)
กลไกที่แท้จริงของการเกิดอาการปวดกระดูกยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด โดยอาจเกิดจากการขยายตัวของไขกระดูก
1.จากการเพิ่มจำนวนของ hematopoietic progenitor cells
2.การหลั่งฮิสตามีน (Histamine release) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นโดย G-CSF การหลั่งฮิสตามีนมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะไขกระดูกบวม และอาการปวด🚨🚨
3.CSF receptors บน nerve fibers ที่มีผลต่อการรับความเจ็บปวด
อย่างไรก็ตามกลไกที่แน่ชัดของการเกิดอาการปวดกระดูกยังคงมีความไม่แน่นอน
💊การรักษาอาการปวดจากกระดูกที่เกิดจาก G-CSF ได้แก่
ยาแก้ปวด เช่น Paracetamol, NSAIDs และยากลุ่ม opioids ซึ่งแนวทางของ National Comprehensive Cancer Network (NCCN) ระบุว่ายาทั้งหมดนี้เหมาะสมสำหรับการรักษาอาการปวดกระดูกที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง
🚨🚨ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถบรรเทาอาการปวดได้ด้วย NSAIDs และ opioids ในกรณีดังกล่าว แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาต้านฮิสตามีน (antihistamines) เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการหลั่งฮิสตามีน แม้ว่าจะมีรายงานการใช้ยาต้านฮิสตามีนในการรักษาอาการปวดกระดูกจาก G-CSF ค่อนข้างจำกัด แต่มีบางการศึกษาที่รายงานแนวโน้มว่ายา antihistamine เช่น Loratadine มีแนวโน้มในการลดอาการปวดกระดูกได้ดี
💊ขนาดยา Loratadine (off-label)
- loratadine 10 mg วันละครั้ง (เริ่มตั้งแต่ 3 วันก่อนการฉีด G-CSF) โดยสามารถเพิ่มขนาดยาเป็น 10 mg วันละ 2 ครั้ง และให้ยาต่อเนื่อง หรือหยุดตามอาการปวดของผู้ป่วย
🔍จากการศึกษา Randomized phase II study of loratadine for the prevention of bone pain caused by pegfilgrastim โดยศึกษาว่าการใช้ loratadine ป้องกันก่อนเกิดอาการปวด bone pain จากการให้ pegfilgrastim จะช่วยลดอุบัติการณ์หรือความรุนแรงของอาการปวดได้หรือไม่ ทำการศึกษาในผู้ป่วยที่ได้รับ pegfilgrastim หลังเคมีบำบัดที่มีอาการปวด (pain score ≥5) ถูกสุ่มให้รับ loratadine 10 mg/วัน หรือ ยาหลอก (placebo) เป็นเวลา 7 วัน
ผลลัพธ์พบว่า
-loratadine ไม่สามารถลดอุบัติการณ์ของอาการปวดรุนแรง หรือปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับยาหลอก
-จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับประโยชน์จาก loratadine สูงกว่า placebo แต่ผลต่าง ไม่ถึงระดับมีนัยสำคัญทางสถิติ
การวิเคราะห์เพิ่มเติมในผู้ป่วยบางกลุ่ม (เช่น ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัดกลุ่ม taxane) อาจบ่งชี้แนวโน้มการตอบสนองดีขึ้น แต่ต้องการการวิจัยเพิ่มเติมในขนาดตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น โดยยังไม่ควรสรุปว่ามีประโยชน์ในทางปฏิบัติทั่วไป โดยต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติมจากการศึกษาที่ใหญ่มากขึ้นก่อน
🔍จากบทความ “Loratadine for Granulocyte-Colony Stimulating Factor-Induced Bone Pain in Pediatric Oncology Patients” จาก Pediatric Nursing (2024) ระบุว่ามีแนวโน้มว่าการใช้ loratadine อาจมีประโยชน์ในการบรรเทาอาการปวดจาก G-CSF โดยมีความเสี่ยงต่ำ แต่ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก เพื่อรองรับการนำไปใช้จริง นอกจากนี้ข้อมูลยังอยู่ในรูปแบบบทวิจารณ์และงานวิจัยขนาดเล็ก จึงยังไม่สามารถยืนยันผลได้แน่ชัด
🤫ทำไมต้อง Loratadine เป็น Antihistamine ตัวอื่นได้หรือไม่ ??✍️
👩🏻⚕️ด้วยกลไกของอาการปวดกระดูกอาจสัมพันธ์กับการหลั่งของฮีสตามีนจึงไม่ได้หมายความว่า loratadine เป็น antihistamine ตัวเดียวที่ได้ผล แต่สาเหตุที่ Loratadine ถูกหยิบยกมา อาจเกิดจากมี case report ก่อนหน้ากล่าวถึงที่การให้ loratadine ในเชิงสามารถบรรเทาอาการปวดรุนแรงจาก pegfilgrastim ได้ รวมทั้ง Loratadine เป็นยาแก้แพ้ที่ออกฤทธิ์นาน ทานวันละครั้ง ไม่ง่วง และมี safety profile ดี จึงถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงในการศึกษา จึงทำให้มีข้อมูลในการลดปวดกระดูกจาก G-CSF มากกว่ายาแก้แพ้ตัวอื่น
🫵ดังนั้นกล่าวโดยสรุปคือ การใช้ยาแก้แพ้ เช่น Loratadine ในการลดปวดกระดูก ที่เป็นผลข้างเคียงจากยา G-CSF นั้นเป็นเพียงการใช้ยาแบบ Off-label (การใช้ยานอกเหนือจากข้อบ่งใช้ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ) เนื่องจากกลไกที่สัมพันธ์กับการหลัง Histamine แล้วทำให้ไขกระดูกบวม และอาการปวด โดยข้อมูลที่สนับสนุนการใช้ยาในข้อบ่งใช้ดังกล่าวมีเพียง case report และการศึกษาขนาดเล็กที่ระบุว่ามีแนวโน้มในการลดปวดได้ดีแต่ไม่แตกต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ อาจต้องรอการศึกษาในอนาคตมาสนับสนุนเพิ่มเติมหรือใช้กลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้น
🙏แต่อย่างไรก็ตามเภสัชกรอาจสามารถเจอการสั่งใช้ยา loratadine ในข้อบ่งใช้ดังกล่าวในโรงพยาบาลได้ หวังว่าข้อมูลนี้อาจเป็นประโยชน์เล็กๆให้กับเพื่อนเภสัชที่เจอการสั่งใช้ยา G-CSF คู่กับยา Loratadine ในการลดปวดกระดูก (Bone pain) แม้หลักฐานปัจจุบันยังไม่เด็ดขาด แต่ถือเป็นแนวทางที่ “น่าพิจารณา” และยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันบทบาทในการรักษาเชิงมาตรฐานในอนาคต
ด้วยความปรารถนาดี💕
ADR TrangHos
อ้างอิง :
-Stowell, S. (2024). Loratadine for Granulocyte-Colony Stimulating Factor-Induced Bone Pain in Pediatric Oncology Patients. Pediatric Nursing, 50(4), 167–173. https://doi.org/10.62116/PNJ.2024.50.4.167
-Ferguson M. Antihistamine for G-CSF–Induced Bone Pain. Pract Pain Manag. ;15(6).
-UpToDate. (n.d.). Uptodate.com. Retrieved December 16, 2025, from https://www.uptodate.com/contents/evaluation-of-the-hematopoietic-cell-transplantation-donor?search=loratadine%20bone%20pain&source=search_result&selectedTitle=1~150&usage_type=default&display_rank=1
-Aapro M, Crawford J, Kamioner D. Prophylaxis of chemotherapy-induced febrile neutropenia with granulocyte colony-stimulating factors: where are we now? Support Care Cancer. 2010 May;18(5):529-41. doi: 10.1007/s00520-010-0816-y. Epub 2010 Feb 27. PMID: 20191292; PMCID: PMC2846279.
-Moukharskaya J, Abrams DM, Ashikaga T, Khan F, Schwartz J, Wilson K, Verschraegen C, Openshaw T, Valentine J, Eneman J, Unger P, Ades S. Randomized phase II study of loratadine for the prevention of bone pain caused by pegfilgrastim. Support Care Cancer. 2016 Jul;24(7):3085-93. doi: 10.1007/s00520-016-3119-0. Epub 2016 Feb 19. PMID: 26894485; PMCID: PMC5266505.