ADR TrangHos งานเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา รพ.ตรัง

📌 รู้จัก Dantrolene ยาหย่อนกล้ามเนื้อ (muscle relaxant) ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะฉุกเฉินอย่าง Malignant Hyperthermia...
13/03/2026

📌 รู้จัก Dantrolene ยาหย่อนกล้ามเนื้อ (muscle relaxant) ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะฉุกเฉินอย่าง Malignant Hyperthermia (MH) ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการดมยาสลบ

🔍ข้อบ่งใช้ของ Dantrolene
- รักษาภาวะกล้ามเนื้อเกร็งจากความผิดปกติของ upper motor neuron เช่น spinal cord injury, stroke, cerebral palsy และ multiple sclerosis
- รักษาภาวะ Malignant Hyperthermia
- ป้องกันการเกิดซ้ำหลังเกิด Malignant Hyperthermia
- ป้องกันก่อนการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อ MH ❌แม้ว่าทาง FDA และผู้ผลิตยาจะอนุมัติให้ใช้ Dantrolene เพื่อป้องกันก่อนผ่าตัดในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง แต่ในทางปฏิบัติทางคลินิกโดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้เพื่อป้องกัน❌

🤒เมื่อผู้ป่วยเกิดภาวะ Malignant Hyperthermia ระหว่างการดมยาสลบ ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะเผาผลาญอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อหดเกร็ง และอุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

😵ภาวะนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ยาที่มีบทบาทสำคัญในการหยุดกลไกอันตรายนี้คือ Dantrolene ซึ่งออกฤทธิ์โดยตรงที่กล้ามเนื้อลายเพื่อลดการปลดปล่อยแคลเซียมและหยุดวงจรความผิดปกติของร่างกาย

💉💊รูปแบบของยา Dantrolene มี 2 รูปแบบหลัก
1. รูปแบบยาฉีด (Injection)
2. รูปแบบยารับประทาน (Oral)
***เนื้อหาวันนี้จะเน้นไปที่รูปแบบฉีด ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ในการรักษาภาวะ Malignant Hyperthermia***

🔺🔺การรักษาภาวะ Malignant Hyperthermia🔺🔺
- ให้เริ่มยา Dantrolene ทันทีที่ตรวจพบอาการทางคลินิกหรือภาวะวิกฤต
- หยุดใช้สารกระตุ้น MH ทันที (เช่น ยาสลบชนิดสูดดม, Succinylcholine)
- ให้การรักษาประคับประคองตามอาการ

📌ขนาดยาเริ่มต้นที่ใช้ในการรักษา MH : IV 2.5 mg/kg
- ติดตามอาการผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
- ให้ยาซ้ำในขนาด 2.5 mg/kg ทุกๆ 5 นาที จนกว่าอาการจะทุเลาลง
- รูปแบบยาฉีดไม่มีการระบุการปรับขนาดยาในผู้ตับและไตบกพร่อง

📌หมายเหตุ :
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะตอบสนองต่อขนาดยารวมสะสมที่ ≤ 10 mg/kg อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องให้ยา > 10 mg/kg ในผู้ป่วยที่ยังมีอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งหรือแข็งเกร็งอย่างต่อเนื่อง
- ต้องเฝ้าติดตามการกลับมาเป็นซ้ำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยสังเกตอาการ เช่น กล้ามเนื้อเกร็งเพิ่มขึ้น, คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงผิดปกติ, ภาวะเลือดเป็นกรดที่หาสาเหตุไม่ได้ หรืออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นผิดปกติ
- กรณียารูปแบบรับประทานจะไม่ใช้รักษาในกรณีฉุกเฉิน และมีห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับระยะลุกลาม (Active liver disease) เช่น ตับแข็ง หรือตับอักเสบ💊

ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos💕
----------------------
อ้างอิง : https://www.uptodate.com/contents/dantrolene-drug-information?search=dantrolene&source=panel_search_result&selectedTitle=1~33&usage_type=panel&kp_tab=drug_general&display_rank=1

💉ฉีด Dexamethasone แล้วคนไข้ บ่น แสบ-คัน ตรงจุดซ้อนเร้น เกิดขึ้นได้จริง คนไข้ไม่ได้คิดไปเอง !!! เคยเจอไหม? ฉีด Dexametha...
11/03/2026

💉ฉีด Dexamethasone แล้วคนไข้ บ่น แสบ-คัน ตรงจุดซ้อนเร้น เกิดขึ้นได้จริง คนไข้ไม่ได้คิดไปเอง !!!

เคยเจอไหม? ฉีด Dexamethasone เข้า IV 💉ปุ๊บ คนไข้ร้องปั๊บ! ทั้งแสบ ทั้งคัน บริเวณเป้าหรือฝีเย็บ (Perineal irritation) จนคนไข้ตกใจ😵‍💫
(บางครั้งคนไข้ไม่กล้าบอก)🥲

🔍อาการนี้จริงๆ แล้วป้องกันได้! ด้วยการปรับวิธีการฉีด
โดยการเจือจางยาให้มีความเข้มข้นต่ำเพียง 0.5 mg/mL ฉีดช้าๆ ใช้เวลาฉีดนาน 30 วินาที วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คนไข้สบายตัวขึ้น

ด้วยความปราถนาดี💕
ADR TrangHos

แสบ แดง ลอก ที่มือและเท้า… อย่ามองข้ามHand-Foot Syndrome (HFS)🖐️👣เป็น Cutaneous toxicity ที่พบบ่อยจากยาเคมีบำบัด เช่น Ca...
04/03/2026

แสบ แดง ลอก ที่มือและเท้า… อย่ามองข้าม
Hand-Foot Syndrome (HFS)🖐️👣
เป็น Cutaneous toxicity ที่พบบ่อยจากยาเคมีบำบัด
เช่น Capecitabine, 5-FU, doxorubicin

ลักษณะเด่น:
🔸 แดงบริเวณฝ่ามือ/ฝ่าเท้า
🔸 รู้สึก แสบ ร้อน ชา
🔸 ในรายรุนแรงอาจมีแผลพุพอง หรือ ผิวหนังหลุดลอก
อาจรบกวนชีวิตประจำวันของผู้ป่วยได้

การประเมินระดับความรุนแรงและจัดการอย่างเหมาะสม
ช่วยลดความรุนแรงของอาการ และคงประสิทธิภาพการรักษามะเร็งได้

เพราะ “มือ” และ “เท้า” คืออวัยวะที่เราใช้ทุกวัน
ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos

ขอบคุณ อย. และรพ.ตรัง เป็นเกียรติมากๆค่ะ 💕
26/02/2026

ขอบคุณ อย. และรพ.ตรัง เป็นเกียรติมากๆค่ะ 💕

🎯💊การรักษามะเร็งด้วย EGFR-targeted therapy ช่วยยืดอายุและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่พบได้บ่อยคือ cutaneous...
10/02/2026

🎯💊การรักษามะเร็งด้วย EGFR-targeted therapy ช่วยยืดอายุและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่พบได้บ่อยคือ cutaneous adverse events โดยเฉพาะ acneiform eruption ซึ่งเป็นผื่นจำเพาะที่สะท้อน on-target toxicity ของยา

🔍การรู้จักผื่นชนิดนี้ตั้งแต่ระยะแรก มีบทบาทสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยและการรักษาต่อเนื่องอย่างปลอดภัย

🔺นอกเหนือจากผื่นคันคล้ายสิวแล้ว การรักษาด้วยยากลุ่มยับยั้ง EGFR ยังสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังอื่นๆ ได้ เช่น การอักเสบที่ขอบเล็บ ความผิดปกติของเส้นผมและขน กลุ่มอาการ PRIDE เป็นต้น

ด้วยความปรารถนาดี💕
ADR TrangHos

ใครไม่เจ็บ แต่ "AGEP"😆วันนี้เราจะมาทำความรู้จักผื่นแพ้ยารุนแรงชนิดหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นคือผื่น AGEP📌AGEP 💊(Acu...
27/01/2026

ใครไม่เจ็บ แต่ "AGEP"😆
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักผื่นแพ้ยารุนแรงชนิดหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นคือผื่น AGEP📌

AGEP 💊(Acute Generalized Exanthematous Pustulosis) เป็นปฏิกิริยาผิวหนังจากยาที่พบไม่บ่อยแต่มีความรุนแรงเฉียบพลัน ลักษณะเด่นคือการเกิดตุ่มหนองขนาดเล็กจำนวนมากบนผิวหนังที่แดง ร่วมกับไข้และเม็ดเลือดขาวสูง โดยมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันหลังได้รับยา การวินิจฉัยที่ถูกต้องและการหยุดยาที่เป็นสาเหตุอย่างทันท่วงทีมีบทบาทสำคัญต่อพยากรณ์โรค

🔺🔺วันนี้จะกล่าวถึงในหัวข้อ🔺🔺
- ลักษณะผื่น AGEP
- Onset การเกิดผื่น
- กลไกการเกิดผื่น
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- Organ involvement
- เกณฑ์การวินิจฉัย
- MANAGEMENT

ด้วยความปรารถนาดี💕
ADR TrangHos

ผื่นเดิม…ตำแหน่งเดิม…ทุกครั้งที่ได้ยาตัวเดิม💊นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ Fixed Drug Eruptionร่างกายจำยาได้ 📌แม้เราจะลื...
19/01/2026

ผื่นเดิม…ตำแหน่งเดิม…ทุกครั้งที่ได้ยาตัวเดิม💊
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ Fixed Drug Eruption
ร่างกายจำยาได้ 📌แม้เราจะลืมชื่อยาไปแล้ว

🌝วันจันทร์ที่สดใสแบบนี้ เพจเราขอเสนอผื่นแพ้ยาที่น่าสนใจแบบเจาะลึก นั่นคือ Fixed Drug Eruption (FDE) ซึ่งผื่นแพ้ยาชนิดนี้จะมีลักษณะเด่นคือรอยโรคเกิดซ้ำที่ตำแหน่งเดิมหลังได้รับยาซ้ำ
🔺👉🏻พยาธิกำเนิดเกี่ยวข้องกับ memory T cells ที่คงอยู่ในผิวหนัง ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อยาอย่างรวดเร็วเมื่อมีการได้รับยาอีกครั้ง
🚨การวินิจฉัยอาศัยประวัติการใช้ยาเป็นหัวใจสำคัญ

เนื้อหาในวันนี้เพจ ADR TrangHos จะเสนอเกี่ยวกับ
- ลักษณะผื่น
- กลไกการเกิดผื่น
- Histopathology
- กลไกที่ทำให้เกิดรอยดำใน FIXED DRUG
- ตำแหน่งที่พบบ่อย
- ระยะเวลาการเกิดและการหายของผื่น
- ยาที่มักเป็นสาเหตุ
- Generalized fixed drug eruption
- Generalized bullous fixed drug eruption
- การวินิจฉัย
- การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy)
- การทดสอบด้วยการกินยา (Oral Challenge)
- การทดสอบด้วยการแปะแผ่นยา (Patch Testing)
- การรักษาและจัดการโรค

ด้วยความปรารถนาดี💕
ADR TrangHos

💊การแพ้ยาข้ามกันในกลุ่มยากันชัก (Cross-reactivity of Antiepileptic Drugs)🚨การแพ้ยากันชักเป็นปัญหาที่ท้าทายในการดูแลผู้ป่...
09/01/2026

💊การแพ้ยาข้ามกันในกลุ่มยากันชัก (Cross-reactivity of Antiepileptic Drugs)

🚨การแพ้ยากันชักเป็นปัญหาที่ท้าทายในการดูแลผู้ป่วยโรคลมชักและโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดภาวะ การแพ้ยาข้ามกัน (cross-reactivity) ระหว่างยากันชักในกลุ่มเดียวกันหรือมีโครงสร้างใกล้เคียงกัน

📌ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติแพ้ยากันชักชนิดหนึ่ง อาจมีความเสี่ยงสูง🔺🔺🔺 ต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงเมื่อได้รับยาตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน เช่น ผื่นแพ้ยาแบบรุนแรง (SCARs) เช่น SJS, TEN, DRESS หรือ AGEP

🎈ภาวะดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย แต่ยังจำกัดทางเลือกในการรักษาและเพิ่มความซับซ้อนในการเลือกใช้ยา ดังนั้น การทำความเข้าใจรูปแบบการแพ้ยาข้ามกัน กลไกที่เกี่ยวข้อง และปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ จึงมีบทบาทอย่างยิ่งในการป้องกันอันตรายและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย

ด้วยความปรารถนาดี💕
ADR TrangHos

💊Valproate-related hyperammonemic encephalopathy (VHE) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Depakine-induced encephalopathy 🤯🤯🤯 เป็นภา...
08/01/2026

💊Valproate-related hyperammonemic encephalopathy (VHE) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Depakine-induced encephalopathy 🤯🤯🤯
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อยแต่มีความสำคัญทางคลินิกอย่างยิ่งจากการใช้ยา valproate ซึ่งเป็นยาหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาโรคลมชัก โรคอารมณ์สองขั้ว และการป้องกันไมเกรน ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้แม้ผู้ป่วยจะได้รับยาขนาดรักษา (therapeutic dose) และมีระดับยาในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทำให้การวินิจฉัยทำได้ยากและมักถูกมองข้าม🤫

✍️VHE มีลักษณะทางคลินิกตั้งแต่ ความง่วงซึม สับสน การเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว ไปจนถึงโคม่า 😴
❌โดยอาจไม่พบความผิดปกติของการทำงานของตับร่วมด้วย
🚨กลไกสำคัญเกี่ยวข้องกับการรบกวน urea cycle และการลดระดับ carnitine ส่งผลให้เกิดภาวะ hyperammonemia (ระดับแอมโมเนียในเลือดสูง🔺🔺🔺) ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง/สมองโดยตรง🤯
👩🏻‍⚕️หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและจัดการอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

👉🏻ดังนั้น การตระหนักรู้ถึงภาวะ VHE การพิจารณาวัดระดับ ammonia 🩸🧪ในผู้ป่วยที่ได้รับ valproate และมีอาการทางระบบประสาทโดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงการหยุดยาอย่างเหมาะสม ถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากยา Valproate💊

ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos💕

Happy New Year  ค่ะลูกเพจ ADR TrangHos💕ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม เพจ ADR 💊เล็กๆของเราแอดมินสัญญาว่าปีหน้าจะตั้งใจทำเนื้อหาท...
31/12/2025

Happy New Year ค่ะลูกเพจ ADR TrangHos💕
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม เพจ ADR 💊เล็กๆของเรา
แอดมินสัญญาว่าปีหน้าจะตั้งใจทำเนื้อหาที่เกี่ยวกับ ADR มาให้ลูกเพจอ่านอย่างสม่ำเสมอ✍️🔍

📌เพจนี้ทำมาจากความตั้งใจล้วนๆ จากเภสัชตัวเล็กๆที่ดูแลงาน ADR ใน รพ.ตรัง🏥 ที่อยากแชร์ความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ให้เภสัชกร และสหวิชาชีพนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัยจากการใช้ยา💊✅

—————————
แล้วเจอกันนะคะ ปี 2026
เข้มข้นแน่นอน!!!
ภญ.นลินนุช มีศิลป์ (แอดมินแข)🌝

💊Statins เป็นยาหลักในการลดไขมัน อย่างไรก็ตาม อาการไม่พึงประสงค์ทางกล้ามเนื้อเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยา...
30/12/2025

💊Statins เป็นยาหลักในการลดไขมัน อย่างไรก็ตาม อาการไม่พึงประสงค์ทางกล้ามเนื้อเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยาต่อเนื่องได้

🦵อาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อจากยาไขมันกลุ่ม statins หรือ Statin muscle-related adverse events มีความหลากหลาย ตั้งแต่ myalgia ไปจนถึงภาวะรุนแรงอย่าง rhabdomyolysis

🔍การทำความเข้าใจลักษณะ อุบัติการณ์ และปัจจัยเสี่ยงของอาการเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

👩🏻‍⚕️วันนี้เราก็จะมาดูในหัวข้อที่หลากหลาย ดังนี้ค่ะ
- ความแตกต่างของอาการไม่พึงประสงค์ทางกล้ามเนื้อจากยา statin ที่มีคำเรียกที่หลากหลาย อาจสร้างความสับสนในการจำแนก และการใช้คำได้
- ความเสี่ยงในการเกิดอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ขึ้นกับคุณลักษณะของยา statin
- อาการแสดง
- ระยะเวลาการเกิดอาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อหลังเริ่มยา
- ระยะเวลาที่อาการดีขึ้นหลังหยุดยา
- การจัดการเมื่อเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ
- แบบประเมินที่ใช้ตรวจสอบว่า อาการปวดกล้ามเนื้อ ของผู้ป่วยนั้นมีสาเหตุมาจาก Statin จริงหรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุอื่น (SAMS-CI)
- ปฏิกิริยาระหว่างยาที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อ
- ขนาดยา
- อาหารเสริม Coenzyme Q10 กับการลดไขมัน
- การแปลผลค่า CK (Creatine Kinase)
- การออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้ Statin

📌หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับเภสัชกรในการประเมิน การติดตาม และการจัดการ ADR ทางกล้ามเนื้อจากยากลุ่ม statin ค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี💕
ADR TrangHos

อ้างอิง : https://www.uptodate.com/contents/statin-muscle-related-adverse-events?search=Statin%20muscle-related%20adverse%20events&source=search_result&selectedTitle=1~150&usage_type=default&display_rank=1
-----------------------------
หมายเหตุ :
อยากทำหัวข้อนี้เพราะรูปโปรไฟล์เพจ คือ Pitavastatin ค่ะ 5555
ขอให้ลูกเพจมีความสุขในวันหยุดยาวปีใหม่
ส่วนท่านใดอยู่เวรก็สู้ๆค่ะ แอดก็อยู่เวรด้วย

บทบาทของยาแก้แพ้ 💊ในการลดปวดกระดูก🦴ที่เป็นผลข้างเคียงจากยา G-CSF💉🌚🌝วันก่อนแอดมินได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนเภสั...
16/12/2025

บทบาทของยาแก้แพ้ 💊ในการลดปวดกระดูก🦴
ที่เป็นผลข้างเคียงจากยา G-CSF💉

🌚🌝วันก่อนแอดมินได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนเภสัชที่ทำงานที่ รพ.มะเร็ง ได้ความรู้ใหม่ที่น่าสนใจเลยอยากมาแลกเปลี่ยนกับลูกเพจ “เรื่องการใช้ยา Loratadine ในการลดอาการปวดกระดูก (Bone pain) ที่เป็นผลข้างเคียงจากการได้รับยา G-CSF เช่น Filgrastrim, Pegfilgrastim 💉”

🫩Febrile neutropenia เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีไข้ ร่วมกับมีเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลต่ำ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด เพราะเม็ดเลือดขาวต่ำทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย🦠

💉การให้ยา G-CSF (Granulocyte-Colony Stimulating Factor) ในภาวะ Febrile Neutropenia เป็นการใช้เพื่อป้องกันและกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลหลังการให้เคมีบำบัด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง (มากกว่า 20%) เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและอัตราการเสียชีวิต มักเริ่มให้ยาอย่างน้อย 24 ชม.หลังจากผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด ตัวอย่าง G-CSF เช่น Filgrastim, Pegfilgrastim และ Lenograstim

🦴😖ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ได้แก่ 🔺🔺อาการปวดกระดูกหรือกล้ามเนื้อ อุบัติการณ์ของอาการปวดกระดูกที่สัมพันธ์กับ filgrastim และ pegfilgrastim อยู่ที่ร้อยละ 24 และ 31 🔺🔺ตามลำดับ
-อาการปวดกระดูกพบได้บ่อยกว่าในผู้ป่วยอายุ < 65 ปีที่ได้รับเคมีบำบัดกลุ่ม taxane และมักพบมากหลังการให้เคมีบำบัดรอบแรก และจะลดลงในรอบถัด ๆ ไป
-โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดกระดูก ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง (ระดับ 1 หรือ 2) ภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับ G-CSF อาการปวดจะรุนแรงสูงสุดประมาณวันที่ 5 และมักจะกลับสู่ระดับปกติภายใน 1 สัปดาห์
📌นอกจากนี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดความเหนื่อยล้า อาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดศีรษะ ไอ อาการปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีดยา รอยฟกช้ำหรือเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ (รวมถึงเลือดกำเดาไหล) ผมบางหรือผมร่วง

👉🏻สาเหตุของอาการปวดกระดูก (Bone Pain Etiology)
กลไกที่แท้จริงของการเกิดอาการปวดกระดูกยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด โดยอาจเกิดจากการขยายตัวของไขกระดูก
1.จากการเพิ่มจำนวนของ hematopoietic progenitor cells
2.การหลั่งฮิสตามีน (Histamine release) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นโดย G-CSF การหลั่งฮิสตามีนมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะไขกระดูกบวม และอาการปวด🚨🚨
3.CSF receptors บน nerve fibers ที่มีผลต่อการรับความเจ็บปวด
อย่างไรก็ตามกลไกที่แน่ชัดของการเกิดอาการปวดกระดูกยังคงมีความไม่แน่นอน

💊การรักษาอาการปวดจากกระดูกที่เกิดจาก G-CSF ได้แก่
ยาแก้ปวด เช่น Paracetamol, NSAIDs และยากลุ่ม opioids ซึ่งแนวทางของ National Comprehensive Cancer Network (NCCN) ระบุว่ายาทั้งหมดนี้เหมาะสมสำหรับการรักษาอาการปวดกระดูกที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง

🚨🚨ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถบรรเทาอาการปวดได้ด้วย NSAIDs และ opioids ในกรณีดังกล่าว แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาต้านฮิสตามีน (antihistamines) เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการหลั่งฮิสตามีน แม้ว่าจะมีรายงานการใช้ยาต้านฮิสตามีนในการรักษาอาการปวดกระดูกจาก G-CSF ค่อนข้างจำกัด แต่มีบางการศึกษาที่รายงานแนวโน้มว่ายา antihistamine เช่น Loratadine มีแนวโน้มในการลดอาการปวดกระดูกได้ดี

💊ขนาดยา Loratadine (off-label)
- loratadine 10 mg วันละครั้ง (เริ่มตั้งแต่ 3 วันก่อนการฉีด G-CSF) โดยสามารถเพิ่มขนาดยาเป็น 10 mg วันละ 2 ครั้ง และให้ยาต่อเนื่อง หรือหยุดตามอาการปวดของผู้ป่วย

🔍จากการศึกษา Randomized phase II study of loratadine for the prevention of bone pain caused by pegfilgrastim โดยศึกษาว่าการใช้ loratadine ป้องกันก่อนเกิดอาการปวด bone pain จากการให้ pegfilgrastim จะช่วยลดอุบัติการณ์หรือความรุนแรงของอาการปวดได้หรือไม่ ทำการศึกษาในผู้ป่วยที่ได้รับ pegfilgrastim หลังเคมีบำบัดที่มีอาการปวด (pain score ≥5) ถูกสุ่มให้รับ loratadine 10 mg/วัน หรือ ยาหลอก (placebo) เป็นเวลา 7 วัน
ผลลัพธ์พบว่า
-loratadine ไม่สามารถลดอุบัติการณ์ของอาการปวดรุนแรง หรือปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับยาหลอก
-จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับประโยชน์จาก loratadine สูงกว่า placebo แต่ผลต่าง ไม่ถึงระดับมีนัยสำคัญทางสถิติ
การวิเคราะห์เพิ่มเติมในผู้ป่วยบางกลุ่ม (เช่น ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัดกลุ่ม taxane) อาจบ่งชี้แนวโน้มการตอบสนองดีขึ้น แต่ต้องการการวิจัยเพิ่มเติมในขนาดตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น โดยยังไม่ควรสรุปว่ามีประโยชน์ในทางปฏิบัติทั่วไป โดยต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติมจากการศึกษาที่ใหญ่มากขึ้นก่อน

🔍จากบทความ “Loratadine for Granulocyte-Colony Stimulating Factor-Induced Bone Pain in Pediatric Oncology Patients” จาก Pediatric Nursing (2024) ระบุว่ามีแนวโน้มว่าการใช้ loratadine อาจมีประโยชน์ในการบรรเทาอาการปวดจาก G-CSF โดยมีความเสี่ยงต่ำ แต่ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก เพื่อรองรับการนำไปใช้จริง นอกจากนี้ข้อมูลยังอยู่ในรูปแบบบทวิจารณ์และงานวิจัยขนาดเล็ก จึงยังไม่สามารถยืนยันผลได้แน่ชัด

🤫ทำไมต้อง Loratadine เป็น Antihistamine ตัวอื่นได้หรือไม่ ??✍️
👩🏻‍⚕️ด้วยกลไกของอาการปวดกระดูกอาจสัมพันธ์กับการหลั่งของฮีสตามีนจึงไม่ได้หมายความว่า loratadine เป็น antihistamine ตัวเดียวที่ได้ผล แต่สาเหตุที่ Loratadine ถูกหยิบยกมา อาจเกิดจากมี case report ก่อนหน้ากล่าวถึงที่การให้ loratadine ในเชิงสามารถบรรเทาอาการปวดรุนแรงจาก pegfilgrastim ได้ รวมทั้ง Loratadine เป็นยาแก้แพ้ที่ออกฤทธิ์นาน ทานวันละครั้ง ไม่ง่วง และมี safety profile ดี จึงถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงในการศึกษา จึงทำให้มีข้อมูลในการลดปวดกระดูกจาก G-CSF มากกว่ายาแก้แพ้ตัวอื่น

🫵ดังนั้นกล่าวโดยสรุปคือ การใช้ยาแก้แพ้ เช่น Loratadine ในการลดปวดกระดูก ที่เป็นผลข้างเคียงจากยา G-CSF นั้นเป็นเพียงการใช้ยาแบบ Off-label (การใช้ยานอกเหนือจากข้อบ่งใช้ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ) เนื่องจากกลไกที่สัมพันธ์กับการหลัง Histamine แล้วทำให้ไขกระดูกบวม และอาการปวด โดยข้อมูลที่สนับสนุนการใช้ยาในข้อบ่งใช้ดังกล่าวมีเพียง case report และการศึกษาขนาดเล็กที่ระบุว่ามีแนวโน้มในการลดปวดได้ดีแต่ไม่แตกต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ อาจต้องรอการศึกษาในอนาคตมาสนับสนุนเพิ่มเติมหรือใช้กลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้น

🙏แต่อย่างไรก็ตามเภสัชกรอาจสามารถเจอการสั่งใช้ยา loratadine ในข้อบ่งใช้ดังกล่าวในโรงพยาบาลได้ หวังว่าข้อมูลนี้อาจเป็นประโยชน์เล็กๆให้กับเพื่อนเภสัชที่เจอการสั่งใช้ยา G-CSF คู่กับยา Loratadine ในการลดปวดกระดูก (Bone pain) แม้หลักฐานปัจจุบันยังไม่เด็ดขาด แต่ถือเป็นแนวทางที่ “น่าพิจารณา” และยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันบทบาทในการรักษาเชิงมาตรฐานในอนาคต

ด้วยความปรารถนาดี💕
ADR TrangHos

อ้างอิง :
-Stowell, S. (2024). Loratadine for Granulocyte-Colony Stimulating Factor-Induced Bone Pain in Pediatric Oncology Patients. Pediatric Nursing, 50(4), 167–173. https://doi.org/10.62116/PNJ.2024.50.4.167
-Ferguson M. Antihistamine for G-CSF–Induced Bone Pain. Pract Pain Manag. ;15(6).
-UpToDate. (n.d.). Uptodate.com. Retrieved December 16, 2025, from https://www.uptodate.com/contents/evaluation-of-the-hematopoietic-cell-transplantation-donor?search=loratadine%20bone%20pain&source=search_result&selectedTitle=1~150&usage_type=default&display_rank=1
-Aapro M, Crawford J, Kamioner D. Prophylaxis of chemotherapy-induced febrile neutropenia with granulocyte colony-stimulating factors: where are we now? Support Care Cancer. 2010 May;18(5):529-41. doi: 10.1007/s00520-010-0816-y. Epub 2010 Feb 27. PMID: 20191292; PMCID: PMC2846279.
-Moukharskaya J, Abrams DM, Ashikaga T, Khan F, Schwartz J, Wilson K, Verschraegen C, Openshaw T, Valentine J, Eneman J, Unger P, Ades S. Randomized phase II study of loratadine for the prevention of bone pain caused by pegfilgrastim. Support Care Cancer. 2016 Jul;24(7):3085-93. doi: 10.1007/s00520-016-3119-0. Epub 2016 Feb 19. PMID: 26894485; PMCID: PMC5266505.

ที่อยู่

งานเภสัชสนเทศ โรงพยาบาลตรัง
Trang

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ADR TrangHosผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram