03/27/2026
หลายคนอาจเคยได้ยินว่า IUL เป็นสแกมหรือไม่คุ้มค่า เพราะมองว่านำเงินไปลงทุนแบบอื่นอาจให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า
แต่จริง ๆ แล้ว IUL สามารถ “ออกแบบได้หลายรูปแบบ” ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคนค่ะ
วันนี้ปุ๋ยขอสรุปโครงสร้างหลักของ IUL ให้เข้าใจง่ายขึ้นนะคะ
IUL มี 2 รูปแบบหลัก
1️⃣ Traditional Cash Value (เน้นความคุ้มครองชีวิต)
ลักษณะนี้เงินสะสมจะโตช้ากว่า เพราะมีค่า Cost of Insurance หรือค่าความคุ้มครองชีวิตที่ค่อนข้างสูง
พูดง่าย ๆ คือ เงินที่เราจ่ายเข้าไปส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นค่าความคุ้มครอง ทำให้เงินที่สะสมเติบโตได้น้อยลง
2️⃣ Maximum Cash Accumulation (Max Fund)
เป็นการออกแบบโดยลดสัดส่วนค่าความคุ้มครองลง ทำให้เงินที่เราฝากเข้าไปถูกนำไปสะสมและเติบโตมากขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นการสะสมเงิน หรือวางแผนรายได้ในอนาคต
⸻
ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ
ผู้ชายอายุ 40 ปี ฝากเงินเดือนละ $500 ต่อเนื่อง 20 ปี
(เงินต้นรวม $120,000)
สมมติผลตอบแทนเฉลี่ย 6.81%
1️⃣ No Max Fund – Option A (เน้นความคุ้มครองสูง)
• Death Benefit: $700,000 (คงที่)
• Cash Value อายุ 60: $124,000
• Lifetime income: ไม่มี
💡 สาเหตุที่เงินสะสมโตน้อย เพราะค่าใช้จ่ายด้านความคุ้มครองสูง ทำให้เงินไปสะสมได้น้อยลง
⸻
2️⃣ Max Fund – Option A
• Death Benefit: $300,000
• Cash Value อายุ 60: $185,000
• Lifetime income อายุ 65: $17,000/เดือน
💡 เงินโตมากขึ้น เพราะลดสัดส่วนค่าความคุ้มครอง ทำให้เงินทำงานได้เต็มที่ขึ้น
⸻
3️⃣ Max Fund – Option B (Increasing Death Benefit)
• Death Benefit: $108,000
• Cash Value อายุ 60: $210,000
• Lifetime income อายุ 65: $20,000/เดือน
💡 แบบนี้เงินสะสมจะเติบโตได้เร็วที่สุด เพราะเน้นการสะสมเป็นหลัก แต่ความคุ้มครองชีวิตจะลดลงตามโครงสร้าง
จะเห็นได้ว่า
แม้จะใส่เงินเท่ากัน ($500 ต่อเดือน เป็นเวลา 20 ปี)
แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ขึ้นอยู่กับการออกแบบแผน
• แบบ Traditional / No Max Fund
→ เน้นความคุ้มครองชีวิตสูง เงินสะสมโตช้ากว่า
• แบบ Max Fund (Option A หรือ 😎
→ ลดต้นทุนความคุ้มครอง ทำให้เงินสะสมเติบโตได้มากขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนรายได้ระยะยาวหลังเกษียณ
เงินเท่ากัน แต่ “โครงสร้างแผน” ต่างกัน ทำให้ผลลัพธ์ต่างกันค่ะ