Mindful-Awareness

Mindful-Awareness Mindfulness & Self-Awareness are the keys to understand one's Life and Nature, It allows you to witn

04/04/2026
04/03/2026
04/03/2026

ความหลงผิดอีกอย่างหนึ่งที่มักชักพาคนให้เข้าไปติด ก็คือ การแล่นจากสุดโต่งแห่งความคิดเห็นด้านหนึ่ง ไปยังสุดโต่งอีกด้านหนึ่ง กล่าวคือ #คนพวกหนึ่งยึดติดถือมั่นในตัวตนว่าเป็นของจริงแท้คงที่ถาวร สัตว์ บุคคล เป็นตัวตนอย่างนั้น ซึ่งมีจริง มิใช่สิ่งสมมติ สัตว์ บุคคล มีตัวจริงตัวแท้ที่ยั่งยืนคงอยู่ตลอดไป ไม่ว่าคนจะตาย ชีวิตจะสิ้นสุด ตัวสัตว์ ตัวบุคคล ตัวตน ดวงชีวะ อาตมัน หรืออัตตา หรือ (soul) นี้ ก็จะคงอยู่อย่างเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่สูญสลายไปด้วย บ้างก็ว่าอัตตาตัวนี้ไปเวียนว่ายตายเกิด บ้างก็ว่าอัตตาตัวนี้รออยู่เพื่อไปสู่นรกหรือสวรรค์นิรันดรสุดแต่คำตัดสินของสูงสุด ความเห็นของคนพวกนี้ เรียกว่า #สัสตทิฏฐิ หรือ #สัสสตวาท แปลว่า #ความเห็นว่าเที่ยง คือ เห็นว่า สัตว์บุคคลตัวตนหรืออัตตา เที่ยงแท้ยั่งยืนตลอดไป

ส่วนคนอีกพวกหนึ่งก็เห็นว่ามีตัวตนเช่นนั้นอยู่ คือยึดถือสัตว์ บุคคล เป็นตัวแท้ตัวจริง แต่สัตว์ บุคคลนั้นไม่เที่ยงแท้ถาวร สูญสลายไปได้ เมื่อคนตาย ชีวิตจบสิ้น สัตว์บุคคล ก็ขาดสูญ ตัวตนก็หมดไป ความเห็นของคนพวกนี้ เรียกว่า #อุจเฉททิฏฐิ หรือ อุจเฉทวาท แปลว่า #ความเห็นว่าขาดสูญ คือ เห็นว่า สัตว์บุคคล ตัวตนหรืออัตตา ไม่เที่ยงแท้ถาวร #ดำรงอยู่ชั่วคราวแล้วก็สูญสิ้นไป

แม้แต่ผู้ศึกษา #พระพุทธศาสนา ถ้าเข้าใจไม่ชัดเจนถ่องแท้ ก็อาจตกไปในทิฏฐิ ๒ อย่างนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ศึกษาหลักกรรมในแง่ #สังสารวัฏ (เวียนตายเวียนเกิด) ถ้าเข้าใจพลาด ก็อาจกลายเป็น #สัสสตทิฏฐิคือเห็นว่าเที่ยง ผู้ที่ศึกษาหลักอนัตตา ถ้าเข้าใจพลาด ก็อาจกลายเป็น #อุจเฉททิฏฐิคือเห็นว่าขาดสูญ

#จุดพลาดที่เหมือนกันของทิฏฐิสุดโต่งทั้งสองอย่าง ก็คือ ความเห็นว่า หรือยึดถือว่า มีสัตว์ บุคคล ที่เป็นตัวแท้ตัวจริง แต่พวกหนึ่งยึดถือว่าสัตว์ บุคคล ตัวตนนั้น คงตัวอยู่ยั่งยืนตลอดไป ส่วนอีกพวกหนึ่งเห็นไปว่า สัตว์ บุคคล ตัวตนที่มีอยู่นั้นมาถึงจุดหนึ่งตอนหนึ่ง โดยเฉพาะ เมื่อกายแตกสลายชีวิตนี้สิ้นสุด สัตว์ บุคคล ตัวตน หรือ อัตตา ก็ถูกตัดขาดสูญสิ้นไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีอีกพวกหนึ่งที่เห็นเลยเถิดไปอีกทางหนึ่งว่า ความไม่มีตัวตนก็คือ ไม่มีอะไรเลย ความไม่มีสัตว์ บุคคล ก็คือไม่มีผู้รับผล เมื่อไม่มีใครรับผล #การกระทำใดๆก็ไม่มีผล ทำก็ไม่เป็นอันทำ ไม่มีความรับผิดชอบต่อกรรม หรือพูดง่ายๆ ว่า #กรรมไม่มี นั่นเอง

ความเห็นและความยึดถือแนวนี้ ถ้าแยกละเอียดออกไปก็มี ๓ ทิฏฐิ คือ พวกหนึ่งเห็นว่า ทำก็ไม่เป็นอันทำ หรือว่าการกระทำไม่มีผล เรียกชื่อว่า #อกิริยทิฏฐิ หรือ อกิริยวาท พวกหนึ่งเห็นว่า สิ่งทั้งหลายเป็นไปอย่างเลื่อนลอย สุดแต่ความบังเอิญ ไม่มีเหตุปัจจัย พูดง่ายๆ ว่าเห็นว่าไม่มีเหตุ เรียกชื่อว่า #อเหตุกทิฏฐิ หรือ อเหตุวาท และพวกหนึ่งเห็นว่า หรือถือว่า ไม่มีอะไรเลย ไม่มีสภาวะที่จะกำหนดเอาเป็นหลักเป็นสาระได้ เรียกชื่อว่า #นัตถิกทิฏฐิ หรือ นัตถิกวาท

ในเมื่อสิ่งทั้งหลายเป็นกระบวนธรรม เกิดจากส่วนประกอบต่างๆ ประมวลกันขึ้น และ เป็นไปตามเหตุปัจจัย ก็ย่อม ไม่มีทั้งตัวตนที่จะเที่ยงแท้ยั่งยืนและทั้งตัวตนที่จะดับสิ้นขาดสูญ คือ แม้แต่ในขณะที่เป็นอยู่นี้ ก็ไม่มีสัตว์บุคคลตัวตนอยู่แล้ว จะเอาตัวตนที่ไหนมายั่งยืน จะเอาตัวตนที่ไหนมาขาดสูญ เป็นอัน #ปฏิเสธทั้งสัสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิ

ในเมื่อกระบวนธรรมดำเนินไปอยู่ โดยองค์ประกอบทั้งหลายสัมพันธ์เป็นเหตุปัจจัยแก่กัน เป็นไปตามเหตุปัจจัย จะว่าไม่มีอะไรได้อย่างไร และจะว่าสิ่งทั้งหลายเป็นไปอย่างเลื่อนลอยตามความบังเอิญ ไม่มีเหตุปัจจัยได้อย่างไร เป็นอัน #ปฏิเสธทั้งนัตถิกทิฏฐิและอเหตุกทิฏฐิ

ในเมื่อกระบวนธรรมดำเนินไปตามเหตุปัจจัย แปรเปลี่ยนไปตามเหตุและผลที่เกิดขึ้นในกระบวนธรรมนั้น การกระทำทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเหตุอยู่ในกระบวนธรรมนั้น จึงย่อมจะต้องมีผล ไม่มีทางสูญเปล่า และเป็นการมีผลโดยไม่ต้องมีผู้รับผล คือผลเกิดขึ้นในกระบวนธรรมเอง (เช่น สุขเวทนา ทุกขเวทนา และความแปรเปลี่ยนหรือเสริมย้ำคุณสมบัติของจิตใจหรือบุคลิกภาพ เป็นต้น จะเรียกอย่างกึ่งสมมติก็ว่ากระบวนธรรมนั้นแหละเป็นผู้รับผล) ซึ่งเป็นการเกิดผลที่แน่นอนยิ่งกว่าการมีตัวตนเป็นผู้รับผลเสียอีก (เพราะถ้ามีตัวตนที่เที่ยงแท้คงตัว ตัวตนนั้นอาจปฏิเสธไม่ยอมรับผลก็ได้) ในเมื่อความเป็นไปตามเหตุปัจจัยมีอยู่ เหตุและผลเกิดขึ้นในกระบวนธรรม กระบวนธรรมก็แปรเปลี่ยนไป จะว่าทำไม่เป็นอันทำหรือการกระทำไม่มีผลได้อย่างไร #เป็นอันปฏิเสธอกิริยทิฏฐิ หรืออกิริยวาท/

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) จากพุทธธรรม ปรับขยาย หน้า ๑๑๑-๑๑๒ #พระพุทธศาสนาไตรลักษณ์ #อนิจจัง #เหตุปัจจัย #ทิฏฐิ #อนัตตา #ปยุตโต

04/03/2026

ในเมืองไทยของเรา น่าเป็นห่วงว่ากําลังมีความโน้มเอียงจะเป็น #อาจริยวาท กันมาก #มักมีการการอ้างพระเถระพระมหาเถระองค์นั้นองค์นี้ จนจะกลายเป็นการเอาอาจารย์ของตนไปตัดสินพระพุทธเจ้า แทนที่จะอัญเชิญพระพุทธเจ้ามาเป็นมาตรฐานแก่อาจารย์

ที่จริงนั้นคำสอนของพระเถระและครูอาจารย์ที่เราเรียกกันนี้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ท่านไม่ยอมให้เรียกว่าเป็นอาจริยวาทเลยท่านยอมให้ #เป็นอัตตโนมติเท่านั้น

คําสอนของพระเถระ และพระอาจารย์ทั้งหลายนั้น เป็น
เครื่องช่วยเราในการศึกษา และช่วยสื่อหรือโยงเราเข้าหาพระพุทธเจ้าเท่านั้น #ไม่ใช่เป็นเกณฑ์วินิจฉัยหรือตัดสินพระพุทธศาสนา อย่าว่าแต่พระเถระและพระมหาเถระรุ่นหลังๆ เหล่านี้เลย แม้แต่พระธรรมเสนาบดี สารีบุตร อัครสาวกสูงสุด เมื่อมีปัญหาข้อธรรมก็ยังมีความเคารพต่อองค์พระศาสดา นําถวาย #พระพุทธเจ้า ทรงวินิจฉัย

แม้พระมหากัสสปเถระ พระอุบาลี ผู้ยอดแห่งวินัยธร และพระธรรมภัณฑาคาริกอานนท์ พร้อมด้วยพระอรหันตสาวก รวมด้วยกัน ๕๐๐ รูป ผู้ทันเห็นทันเฝ้าทันตามเสด็จพระพุทธเจ้า ก็พร้อมใจกันยกให้ #พระธรรมวินัยมาอยู่ในพระไตรปิฎกนี้ มีความสำคัญเหนือกว่า วาทะของท่านนั้นๆเอง

เมื่อชาวพุทธทั้งปวงยังนับถือและรักษาคําสอนของ
พระพุทธเจ้าใน #พระไตรปิฎก ก็ยิ่งสมควรแก่คำที่เรียกว่า เป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา และมีหลักที่จะยึดเหนี่ยวให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยมีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งองค์เดียวกัน เป็นแกนกลางและเป็นศูนย์รวม/

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) จากกรณีธรรมกาย ฉบับเพิ่มเติม-จัดลําดับใหม่ #พระพุทธศาสนา #พระธรรมวินัย #พระไตรปิฎก #เถรวาท #อาจาริยวาท #ปยุตฺโต

04/01/2026

มหัคคตะ (บาลี) หรือ มหรคต (สันสฤต) หมายถึง อันถึงความเป็นสภาพใหญ่ คือ เข้าถึงฌาน ถึงระดับวิกขัมภนวิมุตติ เทศน....

04/01/2026

คนสืบศาสนา (พระภิกษุ)

#พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นบรรพชิตใน #พระพุทธศาสนา มีหน้าที่ศึกษาปฏิบัติธรรม เผยแผ่คำสอน สืบต่อพระพุทธศาสนา มีคุณธรรมและหลักความประพฤติที่ต้องปฏิบัติมากมาย แต่ในที่นี้จะแสดงไว้เฉพาะหน้าที่ที่สัมพันธ์กับคฤหัสถ์ และข้อเตือนใจในทางความประพฤติปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

ก. #อนุเคราะห์ชาวบ้าน พระสงฆ์อนุเคราะห์คฤหัสถ์ตามหลักปฏิบัติในฐานะที่ตนเป็นเสมือน ทิศเบื้องบน ดังนี้

๑. ห้ามปรามสอนให้เว้นจากความชั่ว

๒. แนะนำสั่งสอนให้ตั้งอยู่ในความดี

๓. อนุเคราะห์ด้วยความปรารถนาดี

๔. ให้ได้ฟังได้รู้สิ่งที่ยังไม่เคยรู้ไม่เคยฟัง

๕. ชี้แจงอธิบายทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้เข้าใจแจ่มแจ้ง

๖. บอกทางสวรรค์ สอนวิธีดำเนินชีวิตให้ประสบความสุขความเจริญ (ที.ปา.๑๑/๒๐๔/๒๐๖)

ข. #หมั่นพิจารณาตนเอง คือ พิจารณาเตือนใจตนเองอยู่เสมอตามหลัก #ปัพพชิตอภิณหปัจจเวกขณ์ (ธรรมที่บรรพชิตควรพิจารณาเนืองๆ) ๑๐ ประการ ดังนี้

๑. เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์ สลัดแล้วซึ่งฐานะ ควรเป็นอยู่ง่าย จะจู้จี้ถือตัวเอาแต่ใจตนไม่ได้

๒. ความเป็นอยู่ของเราเนื่องด้วยผู้อื่น ต้องอาศัยเขาเลี้ยงชีพ ควรทำตัวให้เขาเลี้ยงง่าย และบริโภคปัจจัย ๔ โดยพิจารณา ไม่บริโภคด้วยตัณหา

๓. เรามีอากัปกิริยาที่พึงทำต่างจากคฤหัสถ์ อาการกิริยาใดๆ ของสมณะ เราต้องทำอาการกิริยานั้นๆ และยังจะต้องปรับปรุงตนให้ดียิ่งขึ้นไปกว่านี้

๔. ตัวเราเองยังติเตียนตัวเราเองโดยศีลไม่ได้อยู่หรือไม่

๕. เพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ผู้เป็นวิญญูชน พิจารณาแล้ว ยังติเตียนเราโดยศีลไม่ได้อยู่หรือไม่

๖. เราจักต้องถึงความพลัดพรากจากของรักของชอบใจไปทั้งสิ้น

๗. เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักต้องเป็นทายาทของกรรมนั้น

๘. วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่

๙. เรายินดีในที่สงัดอยู่หรือไม่

๑๐. คุณวิเศษยิ่งกว่ามนุษย์สามัญที่เราบรรลุแล้วมีอยู่หรือไม่ ที่จะให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขิน เมื่อถูกเพื่อนบรรพชิตถาม ในกาลภายหลัง (องฺ.ทสก.๒๔/๔๘/๙๑)

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) จาก ธรรมนูญชีวิต: พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม #พระพุทธศาสนา #พุทธจริยธรรม #พระภิกษุ #ธรรมะ #ปยุตฺโต

Address

St. Louis, MO

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Mindful-Awareness posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to Mindful-Awareness:

Share

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram