02/22/2026
๒๒. ข้อพินิจฯ ก่อนภาวนา
เคลื่อนไหวไปกับรหัสเงียบ (๔)
*พูดที่ บ้านโอสถานุเคราะห์ ๒๗ ม.ค. ๒๕๒๗
เวลาเราเคลื่อนไหวแล้วหยุด พอเราเคลื่อนเราจะมีลักษณะที่เป็นความจำเกี่ยวกับตัวผู้เคลื่อน ผม, ฉัน, ข้าพเจ้า เคลื่อนไป อย่างนี้เรียกว่ามันไม่ใช่การเคลื่อนล้วน ๆ ในตัวมันเอง แต่ว่าเมื่อเราส่งรหัสอันนี้เรื่อย ๆ เคลื่อน...หยุด...เคลื่อน...หยุด...มันจะตัดเข้าไปที่ใจเรา ตัดเซาะเข้าไปจนกระทั่งรู้สึกเงียบเชียบวังเวงรู้สึกวิเวก มันรู้สึกเป็นอันเดียว เป็นสิ่งเดียว
เมื่อเราจะหัดขับรถยนต์ ครูก็จะบอกให้เราดูพวงมาลัย ดูเกียร์อะไรอย่างนี้ เราเริ่มหัดเป็นกรณี ๆ ไป แล้วต่อมาเราก็เริ่ม 'เป็น' พอเป็นแล้วเราไม่ต้องหัดเป็นกรณีแล้ว เราวางใจเฉย ๆ สบาย ๆ มันจะทำเองโดยอัตโนมัติ ทีแรกนั้นไม่เป็น เมื่อเริ่มหัด แล้วต่อมาก็เริ่มเป็น ดังนั้นสภาวะของผู้ที่ขับรถเป็นมันจะย้อนไปละม้ายคล้ายกับคนที่ไม่เคยขับ คือไม่มีเรื่องที่จะต้องต่อสู้กับการปฏิบัติการเป็นกรณี ๆ
จากความไม่เป็น ฝึกฝนเป็นกรณีจนกระทั่งเข้าถึง 'ความเป็น' นั่นเป็นอุปมาภายนอก แต่ในเรื่องของจิตใจนั้น ความเป็นนี่มันซ่อนอยู่แล้ว ไม่ใช่ทำเป็นกรณีเพื่อเข้าถึงความเป็น ความเป็นนี่มันซ่อนอยู่แล้ว ดังนั้นพอ 'แตะถูกความเป็นมันก็เป็นทันที' อุปมาภายนอกนั้นอันหนึ่ง อุปมานั้นใครอยู่ดี ๆ ขับรถยนต์เป็นเลยนี่ผมคิดว่าไม่มี
แต่ว่าถ้าพูดถึงตัวชีวิตนี้มันเป็นอยู่แล้ว สภาวะที่เป็นเองมันเป็นอยู่แล้วท่านเรียกว่า สยัมภู ซึ่งเป็นชื่อของพระอิศวร ซึ่งหมายถึงอิสรภาพ หรือทางรอด ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวมัน
ความเป็นนี้มันเป็นอยู่แล้ว สภาวะที่เรียกว่าตัวปกติ ตัวปกตินี้ไปทำขึ้น สร้างขึ้นไม่ได้ เมื่อสร้างตัวปกติขึ้นแล้วจะผิดปกติทันที ตัวปกตินี้คือสภาวะที่เป็นเอง เช่น การกะพริบตา กลืนน้ำลาย ก้ม ยืน เดิน นั่ง หายใจเข้า หายใจออก คิดนึกอะไรนี่ ตัวสภาวะนี้เรียกว่า มันเป็นอยู่เองเป็นอยู่แล้ว เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของมันตามระบบอินทรีย์ที่ยังไม่ตาย
"ข้อพินิจฯ ก่อนภาวนา" ประกอบขึ้นจากการพูดสองส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดปรารภธรรมะกับนักศึกษาในสถานศึกษาและในชั่วโมงเรียน กับอีกส่วนหนึ่งเป็นการพูดในช่วงปฏิบัติธรรมโดยจำเพาะของผู้ที่ต้องการปฏิบัติ ในอาศรมนวชีวัน จังหวัดสงขลา / พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม ๒๕๒๗ โดย: มูลนิธิอริยาภา